รู้ขณะเดียว

ธรรมะสำหรับคนป่วย พจ.กระสินธุ์ 280563


Listen Later

🙋‍♀️โยมอยากกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ ที่สอนเรื่องของความรู้สึกตัวได้นำมาปฏิบัติ

เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องของการเจ็บป่วย ที่เหมือนมันจะขาดใจตาย อาจจะเนื่องจากมีซีสที่โตขึ้น ทำให้เกิดอาการข้างเคียง เจ็บป่วย

ตั้งแต่ปฏิบัติมาก็ทำตามที่ พอจ.สอนมาโดยตลอด จนป่วยหนักลุกจากเตียงไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ โยมทำได้แค่..เวลาเจ็บมากๆ ก็เข้าไปดูความเจ็บที่ท้องปวดลงไปถึงขา เหมือนท้องอุ่นปรุงอยู่ข้างใน มันร้อนตลอดเวลา

ในความรู้สึกของความเจ็บปวด กายมันเจ็บ เห็นข้างในที่เป็นความคิด ทุกสิ่งทุกอย่าง ทำงานเหมือนเดิม เข้ากระบวนการเดิม จะอ้วกเหมือนเดิมเพราะ มันเห็นความคิดไหลเข้าเรื่องนี้จบ ออกไปเรื่องนั้น เรื่องนั้นจบไหลออกไปเรื่องนี้

สิ่งที่โยมได้จากการป่วยคือ ใจโยมไม่ไปดิ้นรนเหมือนเมื่อก่อน ไม่หาทางที่ จะให้มันหายเจ็บ ไม่หาทางที่ 'อยาก' จะให้มัน 'หาย' มีแต่การดูลมหายใจ บางครั้งสลับระหว่างการเป็นผู้ดูกับผู้เป็น เป็นผู้ ดูลมหายใจ 'ดูกาย' สลับไปเป็น 'คนหายใจ' เหมือนมันเข้ามันออกบางครั้ง ข้างในก็ไม่มีทั้งความคิด ไม่มีอะไรเลย เหมือนได้พัก บางครั้งมันก็ปะทุขึ้นมา

สิ่งที่โยมได้จากการพยายามฝึกรู้สึกตัว ...สิ่งที่ได้จากการปฏิบัติ คือไม่มีความกลัวตายเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีการดิ้นรนว่าจะไปทางไหนอีก เหมือนเดินมาถึงสี่แยก รู้แล้วว่าคืออะไร โยมรู้สึกดีมาก ที่ได้เรียนรู้เรื่องรู้สึกตัวกับพระอาจารย์

😇พระอาจารย์กระสินธุ์ตอบ: เวลามันเจ็บไข้ได้ป่วย มันมี 2 วิธี ที่ทำให้จิตใจเราสงบระงับขึ้น 1 การยอมรับ ช่วยบรรเทาอาการดิ้นรนในใจได้ 2 การเป็นอิสระจากมัน หรือการแยกขาดจากมัน…. อันนี้ต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกพักหนึ่ง

เราไม่ได้ดูการเจ็บปวด ไม่ได้ดูความคิด แต่จะดูในลักษณะที่เมื่อมันมีความเจ็บปวดขึ้นแล้ว เมื่อเรารู้แล้ว มันมีคำสั่งอะไรในใจ

เราต้องหัดดู 'คำสั่ง'ตัวนี้อีกตัวหนึ่ง เพราะตัวเจ็บปวดก็ดี ความคิดก็ดี นั่นเป็นตัวหลอกล่อให้เราเห็น 'คำสั่ง' ...นี่เป็นตัวจี้อีกตัวหนึ่งที่จะดักเกิดมา

มันจะมีตัวคิด ที่สั่งว่า 'ทำอย่างนี้สิ' 'ทำอย่างนั้นสิ' หรือ 'ทำเฉยๆสิ ' จะมีความคิดเหล่านี้คอยดักให้รู้สึกว่า ยังมี 'เรา' อยู่ในมัน และยังมี 'มัน'"อยู่เรา มันไม่เกิดการแยกขาดจากกัน ยังมีความรู้สึกบางครั้งเวทนามันรุนแรง ไม่มีอุเบกขาพอที่จะดูเฉยๆ อย่างไม่เกี่ยวข้องกับมัน

เราก็ต้องฝึกฝนอีก วิธีฝึกก็ฝึก "ตัวรู้" นี่แหละ แต่แทนที่จะรู้ความเจ็บปวดของร่างกาย ที่มันเป็นอยู่ หรือจะดูความคิด คำสั่งที่คอยดักเชื่อมเรียกว่า "ตัวเกิน " เจ็บก็คือเจ็บ คิดก็คือคิด แต่ทำไมเราจึงรู้สึกว่า จะต้อง 'อะไร' บางอย่าง กับ ทั้งเจ็บและคิด โยม: สิ่งที่พระอาจารย์บอกเห็นอยู่ค่ะ รู้อยู่ค่ะอยู่ค่ะอิสระอยู่ค่ะดีมากๆค่ะ

😇พอจ.กระสินธุ์ตอบ: นั่นแหละค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆนะ มันต้องเป็นอย่างนี้ แล้วคอยสังเกตมันไปเรื่อยๆ ก็ต้องเรียนรู้มันไปนะ ความอยากก็ดีอะไรก็ดี ก็ต้องเรียนรู้มันไป

มีอย่างหนึ่งนะ ความโกรธก็คือความโกรธ แต่ บางครั้งทำไมใจเราจะต้องโกรธมันด้วย ความคิดก็คือความคิด แต่ทำไมใจเราจะต้อง อะไร กับมันด้วย มันก็คือความคิดแหละ ไม่มีอะไร ดูมันไปตรงๆ คอยศึกษามันไปดีๆ ใหม่ๆก็หัด อดทนก่อน ฝึกฝนไปก่อน บางครั้งก็ช่วยมันบ้างเวลามัน จม อย่าไปดูกับความเจ็บปวดนั้นบ่อย ถ้ารู้สึกไม่ไหวจริงๆ ก็ช่วยมัน ส่วนอื่นของร่างกายก็มีอยู่ ก็เรียนรู้มันไปบ้าง ถ้ามีกำลังพอ ก็เผชิญตรงๆ

🙋‍♀️โยม: มัน เหมือนกับรู้อยู่ที่อกกระเพื่อม เพราะลุกขึ้นมาไม่ได้ ก็ดูลมหายใจที่มันเคลื่อนไปเคลื่อนมา รู้ว่ากายมันแนบอยู่กับที่นอนอยู่ ดูไปดูมากลายเป็นว่าเห็นทุกข์ทั้งหมด ทุกข์จนสลดใจมากกับการที่เราได้เกิดมา มันเหมือนโยมถอดถอนออกมา คือเหมือนรู้สึกเบาๆ เจ็บส่วนเจ็บ ความเบาอยู่ข้างบนตัวที่เรานอน ในความเจ็บมีความเบา ในความเจ็บมีความทุกข์ มีอิสระ โยมเห็นว่าโยมไม่เหมือนแต่ก่อน ตอนนี้ มันเป็นกระบวนการที่สวยงามในการเห็นอยู่

🙇‍♀️กราบขอบพระคุณพระะอาจาย์เจ้าค่ะ 🙇‍♀️

ถาม-ตอบ ห้องไลน์ฟังธรรม : ธรรมะคนป่วย  โดยพระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภัทโท วันที่ 28 พฤษภาคม 2563

ช่องทางอื่นๆในการรับสื่อธรรมะ

YouTube, FaceBook พระอาจารย์กระสินธุ์

Podcast : รู้ขณะเดียว

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ติดตามรับฟัง..สาธุ

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

รู้ขณะเดียวBy พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภัทโท