อายุํ เทติ ชื่อว่าให้อายุประการหนึ่งวณฺณํ เทติ ชื่อว่าให้วรรณะประการหนึ่งสุขํ เทติ ชื่อว่าให้สุขประการหนึ่งพลํ เทติ ชื่อว่าให้พลังประการหนึ่งปฏิภาณํ เทติ ชื่อว่าให้ปฏิภาณประการหนึ่งอายุ โข ทตฺวา อายุสฺสภาคี โหติผู้ให้อายุย่อมมีอายุเป็นส่วนสองผู้ให้วรรณะย่อมมีวรรณะเป็นส่วนสองผู้ให้ความสุขย่อมมีความสุขเป็นส่วนสองผู้ให้กำลังย่อมมีกำลังเป็นส่วนสองผู้ให้ปฏิภาณความเฉลียวฉลาด ย่อมมีความเฉลียวฉลาดเป็นส่วนสองโภชนํ ภิกฺขเว ททมาโน ทายโก ปฏิคฺคกหกานํ ปญฺจ ฐานานิ เทติทายกผู้ให้โภชนาหาร ชื่อว่าให้ฐานะ ๕ ประการแก่ปฏิคาหกด้วยประการนี้ นี่ให้ฐานะ ๕ ประการแก่ปฏิคาหกภิกษุ สามเณรได้บริโภคอาหารอิ่มแล้ว มีอายุยืนได้ ๗ วัน และร่างกายไม่ซูบซีดเศร้าหมอง ผ่องใส อิ่มแล้วร่างกายสดชื่นผ่องใสขึ้นนี้ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้อายุ ให้วรรณะเมื่อร่างกายสดชื่นแล้วก็เป็นสุข ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้ความสุขสุขแล้วมีกำลัง ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้กำลังเมื่อมีกำลังแล้วมีปัญญา ได้ชื่อว่าเจ้าของทานให้ปัญญานี้ให้อายุ ให้วรรณะ ให้ความสุข ให้กำลัง ให้ปฏิภาณนี้เจ้าของทานให้ เมื่อเจ้าของทานให้ภิกษุสามเณรได้อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ เมื่อภิกษุสามเณรได้เช่นนี้ ฝ่ายเจ้าของทานมีสุขตอบ ก็ได้อายุ วรรณะ สุขะพละ ปฏิภาณนั้นในชาตินี้เป็นเหตุให้อายุยืนให้มีผิวพรรณผุดผ่องให้มีความสุขให้มีกำลังให้มีความเฉลียวฉลาดเพราะการให้นั้นส่งผลให้ถ้าต่อไป ได้อายุ ไม่ตายในปฐมวัย ถ้วนอายุขัยจึงตายผิวพรรณนั้นตั้งแต่เกิดมาแล้ว จนตลอดแตกทำลาย ไม่มีเศร้าหมองขุ่นมัว ผ่องใสความสุข ก็สบายกาย สบายใจ ในอิริยาบถทั้งสี่ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายและกำลังนั้น ก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่เกิดจนถึงตายเหมือนกันความเฉลียวฉลาดนั้น ก็ไม่ขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่เกิดจนถึงตายเหมือนกัน เพราะตัวได้สั่งสมอบรมของตนไว้