
Sign up to save your podcasts
Or
เมื่อจิตเป็นอิสระจากกาลเวลาทั้งอดีตอนาคตแน่นอนทีเดียว
ความรู้สึกจะเต็มอยู่กับปัจจุบัน ตัวนี้เรียกว่า "ปราโมทย์ "
มีความอิ่มข้างในอยู่
ไม่กระวนกระวาย ไม่กระสับกระส่าย
ไม่ลุกลี้ลุกลน ไม่โลดแล่น
ไม่ปรากฏอยู่ในอดีตอนาคต
เรียกว่าตัวปราโมทย์ มีความอิ่มเอมภายใน
ปราโมทย์ตัวนี้เกิดจากปัญญานะไม่เหมือนปิติ
ปิติบางประเภทนี้เกิดจากการเพ่งเกิดจากอารมณ์ของฌานก็มี
แต่ตัวปราโมทย์เป็นผลจากปัญญาที่หยั่งลงสู่สภาวะรูปและนามตรงตามความเป็นจริง
อาศัยการฟังบ้างแล้วเอาองค์ความรู้ที่ได้ยินได้ฟัง
มาสาธยาย มาตรึกตรอง มาพิจารณา มามนสิการ
เมื่อปราโมทย์เกิดแล้ว
จิตที่มีปราโมทย์มีความอิ่มเอม เป็นลักษณะของปีติ
ปีติเกิดแล้ว
กายที่ปิติตั้งอยู่ก็จะเบา
กายเบาจิตเบา
กายเบาจิตเบาเป็นผลให้เป็นพื้นที่ให้ความสุขได้หยั่งลง
สุขภายในนะ
เมื่อความสุขหยั่งลงแล้ว เป็นพื้นที่ให้เกิดสมาธิ
เมื่อสมาธิเกิดแล้ว สัมมาสมาธิย่อมหยั่งรู้ตรงตามความเป็นจริง
ก็คือบรรลุถึงอริยสัจธรรมบรรลุถึงนิพพาน
จะเป็นแบบนี้นะ
ปิยทัสสี ภิกขุ
เมื่อจิตเป็นอิสระจากกาลเวลาทั้งอดีตอนาคตแน่นอนทีเดียว
ความรู้สึกจะเต็มอยู่กับปัจจุบัน ตัวนี้เรียกว่า "ปราโมทย์ "
มีความอิ่มข้างในอยู่
ไม่กระวนกระวาย ไม่กระสับกระส่าย
ไม่ลุกลี้ลุกลน ไม่โลดแล่น
ไม่ปรากฏอยู่ในอดีตอนาคต
เรียกว่าตัวปราโมทย์ มีความอิ่มเอมภายใน
ปราโมทย์ตัวนี้เกิดจากปัญญานะไม่เหมือนปิติ
ปิติบางประเภทนี้เกิดจากการเพ่งเกิดจากอารมณ์ของฌานก็มี
แต่ตัวปราโมทย์เป็นผลจากปัญญาที่หยั่งลงสู่สภาวะรูปและนามตรงตามความเป็นจริง
อาศัยการฟังบ้างแล้วเอาองค์ความรู้ที่ได้ยินได้ฟัง
มาสาธยาย มาตรึกตรอง มาพิจารณา มามนสิการ
เมื่อปราโมทย์เกิดแล้ว
จิตที่มีปราโมทย์มีความอิ่มเอม เป็นลักษณะของปีติ
ปีติเกิดแล้ว
กายที่ปิติตั้งอยู่ก็จะเบา
กายเบาจิตเบา
กายเบาจิตเบาเป็นผลให้เป็นพื้นที่ให้ความสุขได้หยั่งลง
สุขภายในนะ
เมื่อความสุขหยั่งลงแล้ว เป็นพื้นที่ให้เกิดสมาธิ
เมื่อสมาธิเกิดแล้ว สัมมาสมาธิย่อมหยั่งรู้ตรงตามความเป็นจริง
ก็คือบรรลุถึงอริยสัจธรรมบรรลุถึงนิพพาน
จะเป็นแบบนี้นะ
ปิยทัสสี ภิกขุ