1. วอนแรงงานต่างชาติช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะเป็นที่เป็นทาง และต้องคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ดีต่อเรา ดีต่อโลก
กระทรวงแรงงานไต้หวัน ขอความร่วมมือแรงงานต่างชาติ ช่วยกันรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหอพักและสถานที่สาธารณะ ไม่ทิ้งเศษขยะเรี่ยราดและต้องคัดแยกขยะก่อนทิ้ง
ตามสวนหรือที่สาธารณะต่างๆ มักจะพบเห็นแรงงานต่างชาตินั่งล้อมวงกินเหล้า แล้วทิ้งเศษขยะเอาไว้
ในอดีต มีแรงงานไทยบางรายมักจะไปนั่งล้อมวงดื่มเหล้ากินอาหารในสวนสาธารณะ หลังจากเลิกราไปแล้ว บางคนเก็บกวาดขยะติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ขณะที่มีจำนวนหนึ่งทิ้งขยะเรี่ยราดตามสวนสาธารณะ สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของพื้นที่ ชาวบ้านในบริเวณรอบ ๆ ร้องเรียน ต่อมามีการประชาสัมพันธ์และมีการปรับผู้ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็น ทางทำให้คนงานต่างชาติโดยเฉพาะคนไทย มีการปรับตัวดีขึ้น เรื่องการทิ้งขยะเรี่ยราดของคนงานไทยลดน้อยลง แต่ขณะที่คนงานชาติอื่น ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อย่างคนงานเวียดนาม อินโดนีเซียที่เข้ามาแทนที่คนไทย ไปนั่งล้อมวงกินเหล้ากินอาหารในสวนสาธารณะ แล้วไม่เก็บกวาด ทำให้สกปรก มีเศษขยะรกรุงรัง ชาวบ้านมีการร้องเรียนเป็นประจำ
ลานหน้าศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ในนครไทจง
เรื่องนี้ทางกระทรวงแรงงานก็ขอให้รายการเราช่วยประชาสัมพันธ์ย้ำให้เพื่อนแรงงานไทยทราบว่า จะต้องรักษาความสะอาด ห้ามทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 1,200-6,000 เหรียญไต้หวัน ระวังจะคิดว่าไม่มีใครเห็น ในไต้หวันมีการส่งเสริมให้แจ้งความหรือแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางและให้เงินรางวัลนำจับด้วย มีนักล่ารางวัลประเภทนี้ค่อนข้างเยอะ ต้องระมัดระวังด้วย
แรงงานต่างชาติใช้สวนสาธารณะใกล้สถานีรถไฟไทจงเป็นจุดนัดพบ ดื่มเหล้าและทานอาหาร แล้วทิ้งเศษขยะเกลื่อน จนเจ้าหน้าที่ต้องไปแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์รักษาความสะอาด
2. นายจ้างบ่น แรงงานต่างชาติบางรายไม่รักษาสุขอนามัยในหอพัก ตักข้าว อาหารไปกินในห้อง กินไม่หมดซุกใต้เตียง ล่อหนูและแมลงสาบ เกรงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
เรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลนั้น ต้องยกให้คนไทย เพราะส่วนใหญ่เคยชินกับการอาบน้ำวันละ 2 รอบ แต่มีบางราย ไม่ค่อยรักษาสุขอนามัยในหอพัก กับข้าว อาหารที่ตักมากินในห้อง กินไม่หมด ไม่ได้นำไปล้างหรือทิ้ง แต่กลับซุกไว้ใต้เตียง ทำให้เป็นบ่อเกิดเชื้อไวรัส คุกคามสุขภาพของตัวเอง
เจ้าหน้าที่กองแรงงานเมืองหนานโถวเดินทางไปตรวจสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานต่างชาติในหอพัก
นายจ้างหลายรายบ่นว่า มีแรงงานต่างชาติบางราย ไม่ไปกินในโรงอาหาร ใช้วิธีตักไปกินที่ห้องพักและมักตักเกินความต้องการ หรือบางคนซื้อมาจากร้านนอกโรงงาน ข้าว แกงและอาหารเหล่านี้ เมื่อทานไม่หมด ไม่ได้นำไปเททิ้งลงถังขยะ และล้างภาชนะให้สะอาด แต่นำไปซุกไว้ใต้เตียง มีแมลงสาบและหนูมาแทะ กลายเป็นบ่อเกิดเชื้อโรค อาจคุกคามสุขภาพของแรงงานต่างชาติเอง จึงเรียกร้องขอให้รักษาความสะอาดและสุขอนามัยภายในและบริเวณรอบห้องพัก เพื่อสุขภาพของเราเองและของส่วนรวม
ในหอพักแรงงานต่างชาติมักมีการต่อปลั๊กพ่วง ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างพร้อมกัน เสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร
3. ชาวไต้หวันส่วนใหญ่คัดแยกขยะก่อนทิ้ง เพราะขยะนำไปรีไซเคิลกลายเป็นทองได้
แรงงานต่างชาติที่มาทำงานในไต้หวัน ควรคุ้นเคยกับการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เพราะนั่นเป็น 1 ในวัฒนธรรมของชาวไต้หวันส่วนใหญ่ไปแล้ว
ทันทีที่รถขยะมาถึงพร้อมกับเสียงเพลงคลาสสิก ชาวไต้หวันจะพากันนำถุงขยะออกมาทิ้ง เพื่อนบ้านก็จะถือโอกาสทักทายขณะทิ้งขยะ กลายเป็นวัฒนธรรมการทิ้งขยะของไต้หวันไปแล้ว
สื่อต่างชาติหลายฉบับ เคยรายงานเรื่องการคัดแยกและรีไซเคิลขยะของไต้หวันในทำนองชื่นชม อย่างหนังสือพิมพ์ The Wall street Journal ของสหรัฐรายงานว่า ไต้หวันได้ผันตัวเองจากเกาะที่เต็มไปด้วยขยะ เนื่องจากไม่มีพื้นที่ที่เพียงพอสำหรับการกลบฝังขยะ ปัจจุบันได้กลายมาเป็นมหาอำนาจในการรีไซเคิลขยะ โดยปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในไต้หวันทั้งหมด สูงถึงร้อยละ 58 ถูกนำกลับมารีไซเคิลใช้ได้ใหม่ ตัวเลขนี้ สูงกว่าทุกประเทศในโลก
ไต้หวันเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ที่สามารถรีไซเคิลขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก
การรีไซเคิลขยะของไต้หวัน เริ่มต้นขึ้นปลายทศวรรษที่ 1990 โดยขณะนั้น ไต้หวันประสบกับปัญหาขยะล้นเมือง เนื่องจากขาดพื้นที่ฝังกลบ โรงเผาขยะก็มีไม่กี่โรง จะกำหนดพื้นที่ฝังกลบ หรือพื้นที่สร้างโรงเผาขยะที่ไหน ก็โดนชาวบ้านในพื้นที่ต่อต้าน ทำให้ขยะ กลายเป็นปัญหาระดับชาติ และเป็นต้นเหตุก่อเกิดการพิพาทระหว่างเมืองกับเมือง รัฐบาลไต้หวัน จึงกำหนดนโยบายการกำจัดขยะเสียใหม่ นอกจากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแยกขยะที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลใหม่ได้ออกจากขยะทั่วไป จัดเป็นหลักสูตรสอนตั้งแต่โรงเรียนชั้นประถม ให้เด็กนักเรียนกลับบ้านสอนพ่อแม่อีกต่อหนึ่ง ซึ่งผลการปลูกฝังที่ได้ดีเกินคาด นอกจากนี้ ยังมีมาตรการส่งเสริมการจัดการขยะอื่นๆ ประกอบ เช่น รถเก็บขยะที่เปิดดนตรี ถุงใส่ขยะที่ต้องซื้อจากรัฐบาลและรวมค่ากำจัดขยะอยู่ด้วยแล้ว รัฐบาลยังมีกำหนดให้จัดการแยกขยะออกเป็นขยะรีไซเคิล หรือขยะที่สามารถนำกลับมาแปรรูปใช้ได้อีก และขยะเปียกที่จะนำไปแปรรูปเป็นปุ๋ยเป็นต้น ซึ่งประชาสัมพันธ์และมีมาตรการรองรับที่ดี ทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดี ส่งผลให้ปริมาณขยะจริงๆ ลดลงอย่างมาก
ไต้หวันมีการสอนและให้ปฏิบัติการแยกขยะตั้งแต่เด็กชั้นประถมในทุกโรงเรียน ขยะที่ขายได้เก็บเป็นกองทุนของห้องเรียน
เว็บไซต์ของนิตยสารประจำสถาบันสมิธโซเนียน ได้ลงบทความในวารสาร Ensia ของสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อม รายงานเกี่ยวกับการรีไซเคิลขยะของไต้หวัน ในบทความชี้ว่า ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่ที่สามารถรีไซเคิลขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก โดยสามารถรีไซเคิลขยะได้จากทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในสัดส่วนประมาณร้อยละ 58 สูงที่สุดในโลก และคิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 77 ในภาคอุตสาหกรรม โดยในปี 2015 ไต้หวันมีบริษัทที่ทำธุรกิจด้านการรีไซเคิลมากกว่า 1,600 แห่ง และมีผลประกอบการรวมมากถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ไต้หวันสามารถรีไซเคิลขยะทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในสัดส่วนประมาณร้อยละ 58 และในภาคอุตสาหกรรมสูงถึงร้อยละ 77 สูงที่สุดในโลก
4. ไม่มีแล้ว ขยายเวลาทำงาน 15 ปี! แต่มีแรงงานกึ่งฝีมือแทนที่ แนะแรงงานไทยพัฒนาทักษะการทำงานและเรียนรู้การสื่อสารด้วยภาษาจีน เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า
ตามกฎหมายการจ้างงาน กำหนดให้แรงงานต่างชาติแต่ละคน สามารถทำงานในไต้หวันได้ รวมสะสมแล้วไม่เกิน 12 ปี แรงงานไทยหลายคนรอคอยว่า ไต้หวันจะขยายระยะเวลาการทำงานเกิน 12 ปีหรือไม่? เมื่อไหร่? ขอเรียนให้ทราบว่า ไม่ต้องรออีกต่อไป เพราะไม่มีแล้วเรื่องการขยายระยะเวลาการทำงานเป็น 15 ปี หรือมากกว่านั้น สาเหตุเกี่ยวพันกันหลายเรื่อง ที่สำคัญคือประเด็นเกี่ยวกับเงินบำนาญ เพราะตามกฎหมายของไต้หวัน ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน เมื่ออายุการเข้ากองทุนครบ 15 ปี มีสิทธิ์ขอรับเงินบำนาญเป็นรายเดือนได้ สำหรับแรงงานต่างชาติแล้ว การคิดเงินบำนาญเป็นรายเดือนยุ่งยากและซับซ้อนมากกว่าที่จ่ายเป็นเงินบำเหน็จเป็นก้อนครั้งเดียวตามในปัจจุบัน
แรงงานไทยที่ไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถานในเถาหยวน
เมื่อไม่สามารถขยายระยะเวลาทำงานให้แรงงานต่างชาติได้ แต่ความต้องการแรงงานในไต้หวันยังสูงต่อเนื่อง แรงงานต่างชาติที่ได้รับการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในหน้าที่การงานและคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมการทำงานของไต้หวันเป็นอย่างดี ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ต้องเดินทางกลับประเทศ เพราะครบ 12/14 ปี นายจ้างจำต้องนำเข้าแรงงานรุ่นใหม่มาฝึกฝนต่อไป ขณะเดียวกันแหล่งที่มาของแรงงานต่างชาติลดลง อันเนื่องมาจากประเทศผู้ส่งออกแรงงานเองก็มีการพัฒนาเศรษฐกิจ ความต้องการภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น และยังต้องประสบกับการแข่งขันของประเทศคู่แข่งอื่น ๆ อาทิ ญี่ปุ่นและเกาหลี เป็นต้น ที่พยายามดึงดูดแรงงานต่างชาติเข้าไปทำงานในประเทศของตน รัฐบาลไต้หวัน จึงคิดหาวิธียกระดับแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันและมีอายุงานครบ 6 ปีขึ้นไป มีทักษะการทำงานที่ดี สื่อสารกับนายจ้างรู้เรื่อง และนายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างให้พวกเขาไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอที) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน เป็นแรงงานกึ่งฝีมือ ทำงานอยู่ในไต้หวันต่อไปได้ ไม่ถูกจำกัดระยะเวลา 12 ปีอีกต่อไป เมื่ออยู่ทำงานต่อครบ 5 ปี ยังมีสิทธิ์ยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวรได้
แนะแรงงานไทยพัฒนาทักษะการทำงานและเรียนรู้การสื่อสารด้วยภาษาจีน เตรียมความพร้อมรับการยกระดับแรงงานกึ่งฝีมือ
แม้จะมีเงื่อนไข แต่สำหรับแรงงานไทยแล้ว คิดว่ามีโอกาสสูงที่จะได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ แนะนำว่า ควรจะเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ด้วยการตั้งใจทำงานให้เข้าตานายจ้างหรือหัวหน้างาน พัฒนาทักษะฝีมือและเรียนรู้ภาษาจีน อย่างน้อยให้สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง