การเมืองในเมียนมา ร้อนระอุขึ้นทุกวัน ล่าสุดประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ของอินโดนิเซีย ติดต่อโดยตรงไปยังสมเด็จพระราชาธิบดี ฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ แห่งบรูไน ในฐานะทรงเป็นประธานอาเซียนประจำปีนี้ ให้ทรงจัดการประชุมระดับผู้นำอาเซียน "เป็นวาระฉุกเฉิน" เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤติการณ์ในเมียนมา
อาจารย์ทรงฤทธิ์ โพนเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศอาเซียน จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุสถานการณ์ในเมียนมาจะจบและรอดได้ ต้องใช้กลไกลของอาเซียน 9 ประเทศผลักดันให้เกิดการเจราจาแบบประนีประนอม ระหว่าง พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นาง อองซาน ซูจี เพื่อยุติปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างทหารและผู้ชุมนุมในขณะนี้
จากนั้นถอยคนละก้าว โดยรัฐบาลทหารปกครองอีก 6 เดือน และเตรียมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคณะกรรมการการเลืกตั้ง หรือ กกต. ของเมียนมาต้องมาจากกการเลือกจากทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ผลการเลือกตั้งโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว หากนางออง ซาน ซูจี เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งอีก ต้องพร้อมที่จะปรับบทบาทของตนเองใหม่ ด้วยการไม่ไปก้าวก่ายการทำหน้าที่ของประธานาธิบดีของประเทศ อย่างเช่นที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดรัฐประหารเมียนมา 1 กุมภาพันธ์
การค้า การลงทุนในเมียนมา จะกลับมามีเสน่ห์ดึงดูดนักลงทุนอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์การเมืองสงบ ด้วยจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังบูม
อย่าลืม Subscribe กดติดตาม ที่ช่องทาง Youtube, Soundcloud, Apple Podcast, Google Podcast และ Spotify
ดำเนินรายการโดย อเทตยา ศิลปเจริญ