Branding Champ Podcast ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1

Branding Champ Podcast ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1

By อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์Business
Download on the App Store

Branding Champ Podcast ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1 episodes

  • คิดบวก (Positivity) กับ มองโลกในแง่ดี (Optimistic) แตกต่างกันยังไง?
    คิดบวก (Positivity) กับ มองโลกในแง่ดี (Optimistic) แตกต่างกันยังไง? EP.1 [Marketing from home #MFH ]
    คิดบวก

    คิดบวก หรือ Positivity กับ มองโลกในแง่ดี หรือ Optimistic มีความแตกต่างกันอย่างไร ? Podcasts Brandingchamp EP. แรก ของ การตลาดจากบ้าน หรือว่า Marketing from home #MFH

     

    เรื่องแรกที่เราจะมาชวนคุยวันนี้ พอดีมีโอกาสได้ชมคลิป คลิปนึง เรียกว่าเป็น Expert หรือ กูรู ผู้ทรงอิทธิพลคนนึงในเรื่องของ การตลาดออนไลน์ ที่ของประเทศสหรัฐอเมริกา คนนี้เป็นตัวท๊อปเลยของโลก เรื่อง Digital Marketing เป็นชาวยิว แต่อพยพไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเนี่ยว่าเป็นตัวท๊อปหรือว่าเป็นเทพด้านการตลาดออนไลน์ ที่คนเขายกย่องกัน พอดีมีโอกาสได้ฟังคลิป คลิปนึงที่ Gary Vee พูดกับน้องๆนะ อายุประมาณ 20 ปี เขามาร้องห่มร้องไห้แล้วก็คุยกับแกรี่ เพื่อขอคำแนะนำหรือปรับทุกข์ แกรี่ก็ได้ให้คำแนะนำในเรื่องของการใช้ชีวิตว่า

     

    แม้ว่า ตัวน้องคนนี้น้องผู้หญิงคนนี้ว่าจะมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับชีวิตเกี่ยวกับครอบครัว หรือแม้กระทั่งเนี่ยเขาก็เป็นเด็กที่อพยพซึ่งอพยพมาอยู่ประเทศอเมริกาเหมือนกัน ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แถมยังมีเรื่องของสุขภาพด้วย แกรี่แนะนำเรื่องของแนวคิด วิธีการคิดยังไง ถึงจะผ่านพ้นวิกฤตหรือเรื่องราวแบบนี้ได้

     

    แล้วก็อีกคลิปนึง เกี่ยวเนื่องต่อเนื่องกัน เป็นคลิปของ นักพูด นักคิด นักเขียนที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นอย่างมาก ในวงการการตลาด ก็จะมีพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ เพราะว่าเขาเป็นกูรูเรื่องของการทำธุรกิจด้วย เขาเขียนหนังสือที่ค่อนข้างดังมากเลย ชื่อ Start with Why แล้วก็อีกเล่มหนึ่งอาจจะไม่ดังเท่าเล่มแรก Leaders Eat Last คนนี้คือ Simon Sinek

     

    ไซม่อนเล่าให้ฟังนิดนึงว่าเขาคุยอะไรกันบ้างนะ คือน้องคนนี้เขามาขอคำปรึกษาว่าเนี่ย เขาเป็นเด็กที่อพยพมากับครอบครัว มีปัญหาหลากหลายเลย แล้วก็มีเรื่องการเตรียมจะหางานทำ เขาก็ยังสู้ชีวิต รวมถึงตัวเองก็มีปัญหาด้านสุขภาพ ต้องใช้ยา แกรี่แนะนำว่าคุณยังเด็กอยู่เลย คุณต้องใช้ความเป็นเด็กของคุณให้เป็นประโยชน์ น้องคนนี้ก็เล่าและร้องต่อไปว่า ทุกอย่างมันดูเลวร้ายดูยากไปหมดเลยสำหรับเขา

     

    แกรี่ก็พูดว่า ฟังนะ คือ มีโอกาสอยู่แล้วล่ะที่ชีวิตมันจะเจอเรื่องเลวร้ายบ้าง ยังเด็กอยู่ อายุยังน้อยอยู่เลย ต่อให้มันเลวร้ายไป 3 ปี 4 ปี 6 ปียาวไป มันก็แค่ส่วนเล็กๆในชีวิตเท่านั้นเอง ต่อให้คุณใช้ชีวิตผ่านเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด 6 ปีรวด ผ่านมาคุณก็ยังเรียกตัวเองได้ว่าคุณยังเด็ก แกรี่พยายามอยากจะบอกว่าอยากให้น้องคนนี้คิด ให้หาเรื่องบวกๆ คิดแง่บวก ถ้ากลัวเจอเรื่องลบๆ กลับบ้านปิดประตูอยู่ในห้อง ฟังแต่เรื่องราวดีๆ ที่มันเป็น Positive ฟังคำพูดดีๆให้แรงบันดาลใจ แบบนี้พอ มันจะช่วยยกระดับ ช่วยยกคุณภาพชีวิต ก็น่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

     

    แล้วก็เขาก็ให้กำลังใจกับน้องคนนี้ว่า ยังไงก็แล้วแต่ถ้ามองมองเห็นในมุมที่บอกว่า ตัวเขายังเด็กยังมีโอกาสอีกเยอะในชีวิต ก็จะทำให้น้องเนี่ยค่อยๆก้าวไปทีละสเต็ปได้ อันนี้ก็เป็นมุมมองหนึ่งที่ สุดยอดนักการตลาดดิจิทัล ให้แรงบันดาลใจกับเด็กที่กำลังประสบปัญหาในชีวิตอยู่

     

    ต่อมาเป็นมุมมองด้านนึง เกี่ยวพันกัน เรื่อง การมองโลกในแง่ดี บางคนอาจจะบอกว่า ในช่วงนี้คือ มันไม่มีอะไรเหลือให้มองโลกในแง่ดี ในแง่บวก อย่ามาโลกสวยมากเลย อะไรแบบนี้ ก็มีอีกคำแนะนำ Simon Sinek ไซม่อนเป็นนักพูดนักเขียนสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก เจ้าของหนังสือที่โด่งดังมาก ในบ้านเราก็ค่อนข้างได้รับความนิยม ชื่อหนังสือ start with Why ออกมาพูดว่า การมองโลกในแง่ดี กับ การคิดบวก บางทีมันจะมีเส้นบางๆต่างกันนิดนึง

     

    ไซม่อน บอกว่า คำว่า Optimisim กับคำว่า Positivitiy มันต่างกัน มันมีเส้นต่างกัน คือ ถ้าเป็น Optimism คือ การมองโลกในแง่ดี ไม่ใช่ที่จะมองข้ามในสถานการณ์ปัจจุบันไป หรือว่า ไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ว่า เราเชื่อมั่น ว่าจะมีสิ่งดีๆ หรือ เรื่องราวดีๆที่เป็นบวกเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน ศรัทธาและเชื่อมั่นในเรื่องราวของอนาคตว่ามันจะต้องมีเรื่องดีเกิดขึ้น

     

    ส่วน Positivity คือ คิดบวก ไซม่อนได้ให้คำนิยามว่าประมาณว่า เราพยายามจะเปลี่ยนมุมมองจากเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วมองให้มันดีไปทั้งหมด เขาใช้คำว่า Denial ก็คือ เหมือนกับไม่สนใจเลย เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน แล้วบอกว่าเนี่ยอันนี้ดี แม้มันจะไม่ดีก็ตามก็บอกว่ามันดี อันนี้เป็นมุมมองนึง

     

    แต่ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การมองโลกในแง่ดี และ คิดบวก เราสามารถมองให้เป็นแง่ดีๆได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาหลากหลายอย่าง ให้คิดว่ามันจะต้องมีเรื่องดีเกิดขึ้นแน่นอน หลังจากนี้ แม้ว่าปัจจุบันมันอาจจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก เป็นสถานการณ์ที่มืดดำ แต่รับรองว่ามันจะต้อง แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แน่นอน

     

    คุณสามารถรับฟังได้ทาง BrandingChamp Podcasts หรือ ติดตามเนื้อหาได้จากช่องยูทูป ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ Branding Champ และ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ ” คิดบวก (Positivity) กับ มองโลกในแง่ดี (Optimistic) แตกต่างกันยังไง? ” ได้ง่ายๆ ด้วยการคอมเม้นต์ไว้ด้านล่างนี้ หรือ ทักมาพูดคุยกับผม อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์ ได้โดยตรงที่ ไลน์ไอดี @brandingchamp

     

    คิดบวกกับมองโลกในแง่บวก
    13 min
  • หนังสือการตลาด น่าอ่าน ออกใหม่ Wealthy Marketing [ รีวิว ]
    หนังสือการตลาด 2021 หนังสือน่าอ่าน ออกใหม่ Wealthy Marketing [ รีวิว ]
    หนังสือการตลาด

    หนังสือการตลาด Wealthy Marketing ชื่อภาษาอังกฤษ ภาษาไทยชื่อว่า ร่ำรวย ง๊าย…ง่าย แค่เข้าใจ การตลาด รวบรวมมาจากประสบการณ์การทำงาน เทคนิคต่างๆ ที่เคยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ ผู้บริหารในองค์กรใหญ่ๆ อีกหลากหลาย

     

    มาแชร์ประสบการณ์ กลั่นกรองมาเพื่อเป็นทฤษฎีที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้กับท่านผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการอันหลากหลาย เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ค่อนข้างจะอัพเดทล่าสุด เพราะว่า มีการเพิ่ม กรณีศึกษาทางการตลาด ในปัจจุบันเข้าไปด้วย

     

    กลยุทธ์การตลาดต่างๆที่นักการตลาดส่วนใหญ่ใช้กันมาแล้วอย่างมากมาย และประสบความสำเร็จกับเทคนิคหรือกลยุทธ์ต่างๆนั้นด้วย

    หนังสือการตลาด

    รวบรวมทั้งรูปแบบ กรณีศึกษา การปฏิบัติ และเป็นวิธีการที่คุณจะสามารถหยิบยกนำไปทำได้จริงๆ

     

    เบื้องต้น ช่วงแรกของหนังสือจะเป็นการเล่าเรื่องว่า การตลาด คือ อะไร แล้วเราต้องทำอะไรกันบ้าง ความเข้าใจผิดต่างๆ สิ่งที่เราควรจะต้องปฏิบัติมีอะไรกันบ้างเพื่อปูพื้นฐานไปก่อน ในเรื่องของการเข้าใจในการทำการตลาด

     

    เรื่องของความเข้าใจผิดต่างๆที่ทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จเวลาจะต้องลงทุนหรือลงแรงไปกับการทำการตลาด การกำหนดเป้าหมาย ว่า เราจะใช้การตลาดเพื่อทำอะไร

     

    หลังจากนั้น ดูว่าใครคือลูกค้าของเราที่แท้จริง และ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ว่า มีวิธีการอย่างไรในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพราะว่าทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะขายของให้กับทุกคนในโลกนี้ได้ ปัจจุบันยิ่งตลาดมีเรื่องของดิจิทัล มีเรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภค แปลกและแตกต่างกันออกไปตามกลุ่มต่างๆ อย่างเช่น Gen X , Gen Y หรือ กลุ่มผู้สูงอายุ เขาจะมีความต้องการแตกต่างกันไป

     

    ในหนังสือจะมีวิธีการบอกด้วยว่า เราควรจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจทางการตลาดอย่างไร และเราจะเจาะกลุ่มเป้าหมายนี้ได้อย่างไร

     

    ลองอ่านดูในหนังสือ แล้วก็มีเรื่องของ วิธีการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแต่ละวัน เราจะเจาะกลุ่ม เราจะเป็นเจ้าตลาดของกลุ่มคนนี้ หรือ ฐานแฟนคลับ กลุ่มนี้ เราต้องทำอย่างไงบ้าง

     

    เรื่องการกำหนด USP หรือ ที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Unique Selling Proposition ในบางที่อาจจะใช้เป็น Unique Selling Point คืออะไรแบบนี้

     

    ทำให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมายหลักได้อย่างเข้าถึง ถูกต้อง แล้วก็เป็นที่ชื่นชอบ โดนใจ ด้วย คล้ายๆกับอ่านไป จะมี workshop ให้ทำด้วยเลย ลองทำแบบนั้นแบบนี้แล้วคุณอาจจะได้เป็น ทฤษฎี เป็น หลักสูตร ในทางปฏิบัติจริงไปใช้กับธุรกิจของคุณเองด้วยก็ได้

     

    จากนั้นก็มี การแนะนำกลยุทธ์ต่างๆ ที่นำไปสื่อสารหรือการนำเสนอให้กับลูกค้าเป้าหมายหลักของเรา ไม่ใช่ว่าพอมี ทฤษฎี หลักสูตร แต่เอาไปใช้จริงไม่ได้ ต้องเรียนรู้ไปด้วยว่า เวลาจะสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแท้จริงๆแล้ว เขาชอบจะเรียนรู้แบบไหน อยากฟังแบบไหน หรือ เขาชื่นชอบแบบไหน พอรู้แล้ว เราก็ต้องสื่อสารให้ถูกวิธีด้วย

     

    ในช่วงกลางๆของ หนังสือการตลาดเล่มนี้ อ่านไปก็จะมีเทคนิคต่างๆที่ใช้ในโลกปัจจุบัน หรือเทคนิกหลากหลายที่ธุรกิจมีการใช้มาแล้วบ่อยครั้ง จะมีกรณีศึกษาให้ดู หลายธุรกิจก็ใช้หลักการเดียวกันมานี้ตลอด ทำให้สามารถ สร้างรายได้ สร้างความมั่งคั่ง ให้กับแต่ละธุรกิจ

     

    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Expert Marketing หรือ เรื่องของการใช้ Tagline แท็กไลน์ การเขียนโฆษณา Copy Writing หรือว่า การใช้เทคนิค… เยอะแยะไปหมด

     

    เดี๋ยวยังไง ลองหยิบยกมาอ่าน จะได้เห็นว่าแต่ละอย่าง บางทีก็เหมือนว่า เราไม่สามารถทำได้ แต่พอเจาะลึกลงไปจริงๆแล้ว ทุกธุรกิจสามารถเอาไปใช้ได้เหมือนกัน

     

    ช่วงท้ายของ หนังสือการตลาด เล่มนี้ จะเริ่มเป็นการสรุปว่า เราจะใช้หลักการกลยุทธ์ต่างๆไปเติมพลังให้กับการตลาดของเราอย่างไง และ เราก็ต้องสร้างมันขึ้นมาให้เป็นระบบส่งเสริมกับกิจการของเรา ให้มันทำงานได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึง สร้างให้มันเป็นระบบที่ แม้ว่าตัวเราไม่อยู่ หรือ ทีมงานของเราน้อยลง ระบบหรือธุรกิจของเราก็สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างอัตโนมัติ แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดีหรือว่า จะมีปัญหาอะไรกับธุรกิจ ก็ยังมีรายได้ ได้อย่างต่อเนื่อ

     

    มีในเรื่องของ การคำนวณ ด้วย เข้าใจในเรื่องของตัวเลขเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ตัวอย่างเช่นเรื่องของ Life Time Value ของแต่ละลูกค้า แต่ไม่ถึงขนาดยากเป็นหลักการทางคณิตศาสตร์ เพราะให้ลองคำนวณง่ายๆ ว่าเราสามารถวิเคราะห์อย่างไรว่า ลูกค้าคนนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับเราอย่างต่อเนื่อง อยู่ด้วยกันไปจนวันสุดท้าย จะสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจเราเท่าไหร่

     

    จากนั้นใน หนังสือการตลาดเล่มนี้ มีการเป็นบอกวิธีการทำกำไรของธุรกิจ องค์กรใหญ่ๆ ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย ระดับโลกเขาก็ใช้กัน มีหลากหลาย ในช่วงท้าย

     

    ลองศึกษาและสามารถนำไปปฏิบัติได้แน่นอน การันตี จากที่ลองศึกษา หลายธุรกิจหยิบยกไปใช้แล้ว และ เห็นผลอย่างชัดเจนทีเดียว สุดท้ายก็จะมา สรุปว่า สิ่งเหล่านี้ ที่เราได้เรียนรู้เรื่องการตลาดสามารถนำไปสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับตัวคุณเองและธุรกิจของคุณได้อย่างไร

     

    สามารถเข้าไปดูได้ที่เพลตฟอร์มสำหรับอ่านอีบุ๊ค อย่างเช่น อุ๊คบี Ookbee หรือ MebMarket หรือ The 1 book ลองไปหาได้เลย ถ้าใครยังสนใจ หรือ หาไม่เจอ

     

    สามารถทักทายมาได้ ทักไลน์มาที่ @brandingchamp ฝากไว้ Podcast วันนี้ไว้เหมือนกับการ รีวิว หรือ เรียกง่ายๆว่า ขายของนั่นแหละ โฆษณาหนังสือเล่มใหม่ของผม ยังไงถ้าสนใจ ก็ลองไปหาอ่านได้นะครับ 

     

    หนังสือ การตลาด

     

    8 min
  • โซเชี่ยลมีเดีย ที่ นักการตลาด สายดิจิทัล พลาดไม่ได้ในปี 2021 [บทวิเคราะห์]
    โซเชี่ยลมีเดีย ที่ นักการตลาด สายดิจิทัล พลาดไม่ได้ในปี 2021 [บทวิเคราะห์]
    โซเชี่ยลมีเดีย

    โซเชี่ยลมีเดีย (Social Media) ไทย น่าสนใจมาก เราจะมาวิเคราะห์ Social Media ในปี 2021 ที่ นักการตลาดสายดิจิทัล ต้องจับตามอง วิเคราะห์ผ่านเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์หลายๆตัว ประกอบกัน

     

    โซเชี่ยลมีเดียที่พูดถึง คือ Blockdit นั่นเอง Blockdit มากับสโลแกนว่า Ideas Happen. เป็นเพลตฟอร์มสำหรับผู้ที่มองหาไอเดียใหม่ๆ มีผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ Blockdit มาจากคำว่า Block บวกกับ Editor พูดง่ายๆคือ เราสามารถเขียนข้อความ บทความอะไรลงไป ให้สามารถแก้ไข (Edit) ให้อ่านเข้าใจง่าย ด้วยการแบ่งเป็นบล็อคๆ นั่นเอง จะมีทั้ง นักเขียน นักพูด แล้วก็เป็น เพลตฟอร์มสำหรับคนที่สนใจด้านการพัฒนาตัวเอง เรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ รวมตัวกันอยู่

     

    โซเชี่ยลมีเดีย

     

    จากข้อมูลที่ได้ ตอนนี้มีผู้ใช้งาน ทั้งใน แอพพลิเคชั่น และ แพลตฟอร์มที่เป็นเว็บไซต์ เป็นเพศชายประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพศหญิงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ใช้งานจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 25 – 44 ปี

     

    เป็นแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียของคนไทยที่เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันที่เช็คล่าสุดก็มีผู้ใช้งานประมาณหนึ่งล้านคนแล้ว ตอนนี้มีผู้ใช้งานที่เข้าไปแล้วเปิดเป็นเพจ (คล้ายๆกับเพจใน facebook) ประมาณ 13,000 เพจ และน่าจะมีผู้ใช้เข้ามาเปิดเพจเรื่อยๆ

     

    ในมุมของโซเชียลมีเดีย คนไทยเข้ามาใช้งานเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตัว Blockdit เองก็มีวิธีการอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานมากมาย ตัวอย่างเช่น เราสามารถลงบทความ และ สามารถซื้อโฆษณาให้บทความนี้ เพื่อส่งไปถึงคนได้มากขึ้น (คล้ายๆกับการซื้อโฆษณาใน facebook) รวมถึง มีการซื้อโฆษณาให้คนมากดติดตามในเพจเราได้ (คล้ายๆกับการซื้อโฆษณาให้คนกดไลค์เพจใน facebook)

     

    ปัจจุบันผู้ใช้สามารถสร้างรายได้ด้วย มีการเปิดให้สามารถรับรายได้จาก Blockdit ได้ด้วย (ถ้าผ่านเงื่อนไข) นอกจากมุมของการเป็นโซเชี่ยลมีเดีย และมีการซื้อโฆษณา มีการยิงโฆษณาไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้ มีการแชร์เนื้อหาต่างๆมากมาย มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นข้อดีของการใช้โซเชียลมีเดียที่ นักการตลาด ควรศึกษาไว้

     

    อีกมุมหนึ่ง ซึ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะว่า Blockdit ทำการตลาดได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆครับ เนื่องจากว่า ไม่ใช่แค่โซเชี่ยลมีเดียที่เป็นเพลตฟอร์มปิดอย่างเดียว แต่ตอนนี้ หลายๆบทความที่ลงใน Blockdit สามารถถูกค้นพบได้ใน Google หลายคอนเทนต์ หลายเนื้อหา สามารถทำอันดับในการค้นหา Google ได้ดี (SEO : Search Engine Optimization) เช่นเดียวกัน

     

    พาไปดูสถิติ ที่เกี่ยวกับการทำอันดับบทความต่างๆในเว็บไซต์ Blockdit เผื่อไว้ให้กับ นักการตลาด สายดิจิทัล ในการวิเคราะห์ว่า เราควรเอาบทความต่างๆไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ บทความ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ มาลงไว้ใน Blockdit หรือไม่

     

    เครื่องมือแรกในการวิเคราะห์ คือ SimilarWeb เป็นเว็บไซต์ในการวิเคราะห์เชิงลึกสำหรับเว็บไซต์ทั่วโลก โดยคุณสามารถเข้าไปใช้งานเองได้ ในที่นี้ใช้งานในรูปแบบฟรีซึ่งจะมีการจำกัดข้อมูลบางส่วน เข้าไปเว็บไซต์ SimilarWeb.com แล้ว เอาเจ้า Blockdit เข้าไปดูสถิติว่า มีการใช้งานเว็บหรือข้อมูลอย่างอื่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง

     

    โซเชี่ยลมีเดีย วิเคราะห์ Blockdit

     

    โซเชี่ยลมีเดีย วิเคราะห์ Blockdit

     

    จัดเป็นเว็บไซต์ประเทศไทย อันดับที่ 565 คือ ติดอยู่ในหนึ่งพันเว็บไซต์มีการใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย ค่อนข้างดีทีเดียว ที่น่าสนใจมากกว่านั้น ย้อนกลับไปดูเดือนธันวาคม 2020 มีผู้เข้าใช้งาน (Total Visits) ประมาณ 1 ล้านคน และระยะเวลาการใช้งานหรืออยู่ในเว็บไซต์เฉลี่ย 2.01 นาที เป็นคนไทย 97 เปอร์เซ็นต์

     

    โซเชี่ยลมีเดีย วิเคราะห์ Blockdit

     

    ข้อสังเกตสำคัญ สำหรับ นักการตลาดดิจิทัล คือ Blockdit มีผู้เข้าใช้เว็บไซต์โดยตรง 32.49 เปอร์เซ็นต์ แต่มีผู้เข้าใช้เว็บไซต์ด้วยค้นหาจาก Google ถึง 56.84 เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นว่าจำนวนคนที่ค้นหาผ่าน Search Engine (อย่าง Google) เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์หรือบทความ สูงกว่า

     

    มีผู้เข้าใช้เว็บไซต์จาก Social Media อื่นๆ อย่างเช่น อาจจะเอาไปแชร์ใน facebook ไปแชร์ใน LINE หรือ ในทวิตเตอร์ อีกอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

     

    ไปดูกันต่อว่า ส่วนใหญ่แล้ว ตอนนี้ บทความที่ถูกค้นหาแล้วติดอันดับแรกๆใน Google เป็นคำ (คีย์เวิร์ด) ว่าอะไร ข้อมูลของ SimilarWeb บอกว่า

     

    อันดับ 1 คือ คำว่า blockdit 

     

    อันดับ 2 คือ คำว่า ทรานส์เจนเดอร์

     

    อันดับที่ 3 และ 4 คล้ายๆกัน คือ มีคนค้นหาคำว่า “วิธีเข้า pornhub” และ “เข้า pornhub”

     

    เข้าใจว่าคงจะมีคนลงบทความนี้ไว้ ในความคิดส่วนตัว ผมคิดว่าการติดอันดับใน Google ด้วยคำค้น อย่าง porn หรือ pornhub อาจจะส่งผลไม่ดีกับ Blockdit ในการถูกค้นพบด้วย Google เท่าไหร่นัก

     

    อันดับที่ 5 คือ คำว่า Timeless History

    และสำหรับโซเชียลมีเดียที่มีการแชร์เรื่องราวของ Blockdit มากที่สุด คือ facebook รองลงมาเป็น twitter

     

    พาไปดูการวิเคราะห์ส่วนอื่นๆ ด้วยเครื่องมือออนไลน์อีกตัวหนึ่ง คือ Moz.com ซึ่ง Moz เป็นเว็บไซต์สำหรับดูว่ามี ลิงค์ อะไรเข้ามายังเว็บไซต์ที่เราต้องการดูสถิติบ้าง และ สามารถดูได้ว่า เว็บไซต์ของเรามีคะแนนเท่าไหร่ คะแนนความน่าเชื่อถือของโดเมน (DA: Domain Authority)

     

    โซเชี่ยลมีเดีย วิเคราะห์ Blockdit DA ด้วย Moz

     

    โซเชี่ยลมีเดีย วิเคราะห์ Blockdit AnchorText ด้วย Moz

     

    ผลปรากฎว่า ในส่วนของ Anchor Text (มีคนทำ Link กลับที่เว็บไซต์ของเราด้วยคำว่าอะไรบ้าง หรือ เอาไปแชร์แบบไหนบ้าง) 

     

    อันดับ 1 คือ ไม่ได้ ลิ้งค์กลับมาด้วย คำ แต่เป็นการแชร์ชื่อเว็บโดยตรง https://www.blockdit.com

     

    อันดับ 2 คือ ลิ้งค์กลับมาด้วย คำว่า blockdit

     

    อันดับ 3 คือ ลิ้งค์กลับมาด้วย คำว่า porn พูดง่ายๆว่า เป็นคำเกี่ยวกับเว็บไซต์หนังผู้ใหญ่ ซึ่งคิดว่า น่าจะไม่ได้ส่งผลดี กับ การทำอันดับใน Google (ความเห็นส่วนตัว) นอกจากนั้น ก็จะมีเนื้อหาที่มาเป็นอันดับต้นๆ เวลาค้นหา แล้ว Google ส่งคนไปยัง Blockdit คือเพจใน Blockdit ที่ชื่อว่า sblockthailand น่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุน หรือ เกี่ยวกับ Digital currency

     

    ถัดมาก็จะเป็น Anchor Text ของบทความ จาก Success Journey อยากจะรวย แต่เกือบจะซวยเพราะไม่รู้กฎหมาย อาจจะเพราะมีการแชร์ไปแล้วมีการทำลิงค์แบบ Anchor Text กลับมาเยอะพอสมควร

     

    โซเชี่ยลมีเดีย วิเคราะห์ Blockdit ด้วย Moz

     

    นอกจากนี้ Moz จะบอกว่าหน้าไหนบ้างที่มีการทำลิงค์เข้ามามากที่สุด ซึ่งก็แน่นอนว่า อันดับ 1 และ 2 เป็นหน้าหลักของ Blockdit หรือ หน้าแรก และ อันดับที่ 3 เป็นเรื่องจากเพจ SBlockThailandTH ส่วน อันดับ 4 เป็นเพจของ Nation TV

     

    โซเชี่ยลมีเดีย Blockdit Ubersuggest

     

    โซเชี่ยลมีเดีย Blockdit Ubersuggest

     

    อีกเครื่องมือสำหรับนักการตลาดดิจิทัลในการวิเคราะห์ โซเชี่ยลมีเดีย Blockdit ใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Ubersuggest ของคุณ Neil Patel เขาให้ใช้งานฟรี แต่ สามารถค้นหาหรือใช้ฟรีได้เพียง 3 ครั้งต่อวันเท่านั้น

     

    อันดับ 1 มีคนเข้าชมมากที่สุด 8297 ครั้ง เป็นบทความจากเพจ เรื่อยเปื่อย ชื่อว่า ต่อเนื่องเรื่องสุราว่าด้วย เหล้าขาว เป็นการรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวเครื่องดื่มสุรา

     

    อันดับ 2 มีคนเข้าชม 7872 ครั้ง คือ Thank You หรือ Thanks ใช้อย่างไร จากเพจ English by KruYell น่าจะสอนเรื่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ

     

    อันดับ 3 มีคนเข้าชม 5619 ครั้ง จากเพจ สุขภาพดีไม่มีในขวด ชื่อ Ponstan ไม่ได้มีแค่ปวดประจำเดือน

     

    อันนี้น่ากลัวทีเดียว ไม่แน่ใจว่าทาง Blockdit ได้มีการตรวจสอบบทความต่างๆ หรือไม่ เพราะ บทความเกี่ยวกับคาสิโนออนไลน์มาเป็นอันดับ 4 เลยทีเดียว แล้ว อันดับ 5 ฟรีดาวน์โหลด Microsoft Office 2019 ที่อาจจะไม่ถูกกฎหมายก็ได้

     

     

    สรุปภาพรวม ในมุม โซเชี่ยลมีเดีย Blockdit น่าสนใจทีเดียว เพราะเริ่มมีการเติบโต มีคนเข้ามาใช้งานมากขึ้นทุกวัน รวมถึงกลุ่มที่เข้าไปใช้งาน เป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อมากทีเดียว และเราสามารถลงบทความพร้อมทั้งยิงโฆษณาไปให้คนเหล่านั้นได้เห็น และสามารถสร้างฐานแฟนได้คล้ายๆกับการทำ facebook page

     

    และ การเขียนบทความลงไปบน Blockdit สามารถจะทำให้ติดอันดับ Google ได้ด้วย ก็ต้องดูในระยะยาว เพราะว่าเบื้องต้นก็พอเห็นบ้างแล้วว่า มีบทความทำอันดับใน Google ได้หลายๆคำ (keyword) แต่ก็ต้องมองไประยะยาว เพราะว่าคะแนนของ Moz ที่ให้คะแนนของเว็บไซต์ DA หรือ Domain authority โดย Blockdit ได้คะแนนที่อยู่ที่ประมาณ 39

     

    ถ้าสามารถบริหารจัดการในเรื่องบทความใน Google ได้ดี ก็เข้าใจว่าน่าจะมีคนเข้าใช้งานมากขึ้นกว่านี้อีก ซึ่งอาจจะคล้ายๆกับแพลตฟอร์มหนึ่งของทางฝั่งอเมริกาที่ดังมากในการที่ถูกค้นพบใน Google ที่ชื่อ Medium.com ก็หวังว่าแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียของคนไทยจะไปถึงตรงจุดนั้นได้เช่นกัน 

     

    โซเชี่ยลมีเดีย

     

    18 min
  • เกมโชว์ ในไทย เริ่มไร้ จรรยาบรรณ | GAME SHOW is getting BS! [ BrandingChamp Podcast ]
    เกมโชว์ ในไทย เริ่มไร้ จรรยาบรรณ | GAME SHOW is getting BS! [ BrandingChamp Podcast ]
    เกมโชว์

    เกมโชว์ คือเรื่องของวันนี้ เราจะมาฟังกัน ว่า อะไรเกิดขึ้น ในระหว่างเกมโชว์เริ่มจะครองตลาด TV สำหรับ BrandingChamp Podcasts ต้องขออภัยนิดนึง ว่า เราไม่ได้มีการอัพโหลดหรืออัพเดทในเรื่องของพอดแคสต์กันบ่อยนัก  แต่วันนี้มีบางประเด็น ที่จำเป็นจะต้องมาพูดถึง แล้วก็เล่าให้ฟังต่อๆกัน บอกไว้ก่อน ว่า เนื้อหาส่วนใหญ่วันนี้ ต้องขออนุญาตพูดตรงนี้เลยว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ย้ำเลย ว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัว

     

    ขออนุญาตใช้พื้นที่ ตรงนี้ในการพูดถึงและเล่าถึงเรื่องราวที่คิดว่ามันน่าจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่ถ้ามีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง สังคมไทยอาจจะดีขึ้น คือ เราจะพูดกันถึงเรื่อง เกมโชว์

     

    game-show

     

    ในระหว่างที่เราทำ Podcasts นี้กันอยู่ อยากจะหาข้อมูล แล้วก็เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเกมโชว์ให้ทุกคนได้ฟังด้วย ว่า จริงๆแล้วอะไร คือ เกมโชว์ แล้วมันมีประเด็นปัญหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของรายการโทรทัศน์หรือรายการทีวีรูปแบบหนึ่งของคนไทยมาอย่างยาวนาน ลองฟังกัน

     

    เราจะมาคุยกันว่า จริงๆแล้ว ความหมายของคำว่า “เกมโชว์” มันคืออะไรกันแน่?? ลองหาใน Google เรื่องของคำว่า เกมโชว์ มีความหมายว่ายังไงใน ภาษาอังกฤษ

     

    เกมโชว์ หรือ Game Show เป็นคำนามหรือ Noun แปลว่า “A television programme in which people compete to win prizes” คือ รายการทีวีที่คนเข้ามาแข่งขันกันเพื่อชิงรางวัล

     

    แค่นี้เอง อันนี้ คือ ความหมายในเชิงของ dictionary แปลให้เข้าใจกัน เบื้องต้นแล้วว่า มันคือแบบนี้ มีตัวอย่างในประเทศไทย ที่พูดถึงเรื่องของเกมโชว์ ปัจจุบันในโทรทัศน์ส่วนใหญ่ก็จะมีเรื่องของ ละคร ข่าว แล้วก็อาจจะเป็นเรื่องของ  Home Shopping TV ที่เป็นโฆษณาและมีคนมาบรรยายสรรพคุณของสินค้าและสามารถโทรสั่งซื้อได้

     

    แต่ก็ยังมีส่วนใหญ่เหมือนกัน ที่บางช่อง บางรายการในบางช่อง ค่อนข้างจะได้รับเรตติ้งหรือความนิยมของรายการมากทีเดียว นั่นคือ รูปแบบของเกมโชว์

     

    แต่ที่พูดกัน ประเด็นที่เราจะนำพาไปสู่ความดราม่าวันนี้ คือ เรื่องของเกมโชว์บางลักษณะ ที่ผมคิดว่าเป็นความเห็นส่วนตัว เป็นเกมโชว์ที่ค่อนข้างไม่มีจรรยาบรรณ

     

    หากถามว่า มีด้วยหรอเกมโชว์ที่ไม่มีจรรยาบรรณในยุคนี้? ต้องขออนุญาตไว้ตรงนี้เลย ว่า เราจะไม่เอ่ยชื่อ รายการเกมโชว์ เหล่านั้น เพราะว่าส่วนหนึ่ง ก็อาจจะทำให้ ไม่เหมาะสม หรือ ตัวผมเองก็จะโดนฟ้องร้องเอา

     

    เล่าให้ฟังแบบนี้ ในช่วงหลังๆ ช่องทีวีจะมีการซื้อรายการเกมโชว์จากเมืองนอกเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นมากๆ ช่องทีวีพยายามสรรหารายการเกมโชว์มาให้คนไทยได้รับชมกัน หรือ บางทีก็ซื้อรูปแบบรายการมาเลย เหมือนกับรายการที่เป็นแบบ เฟรนไชส์ (franchise) ซื้อรูปแบบต่างๆมา ฟังแล้วก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ทุกคนมีความสุขและสนุกกับเกมโชว์รูปแบบใหม่จากเมืองนอก

     

    เกม-โชว์

     

    หรือ บางรายการถึงขนาดว่า ใช้ความคิดไอเดียของคนไทย ก็ทำได้สนุกสนานไม่แพ้กัน เหมือนกัน แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า มีรายการรูปแบบหนึ่งที่ เกิดขึ้นเยอะมาก ถ้าสังเกต ก็จะเป็นเรื่องของเกมโชว์ในลักษณะของการแข่งร้องเพลง เยอะมาก เยอะจนเลือกไม่ถูก ต้องมีประกวดร้องเพลง ยอดฮิต เลย รายการร้องเพลง บ้างเอามาปรับปรุงรูปแบบ หรือ บางทีก็ยกมาทั้งอย่างนั้นเลย ให้คนไทยได้ดูว่าร้องเพลงเป็นยังไง หรือบางทีก็มี การประกวดร้องเพลงกันในแต่ละรายการ อาจแตกต่างกันไป เช่น ประกวดร้องเพลงแข่งกัน ร้องเพลงแข่งกัน แสดงความสามารถซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไปแข่งร้องเพลงกันอยู่ดี

     

    เกม โชว

     

    จนถึงตอนนี้ มีอีกหนึ่ง รูปแบบเกมโชว์ ที่ผมเรียกว่า ค่อนข้างไม่มีจรรยาบรรณ ยังไงก็ฝากไว้ให้ผู้บริหารหรือถ้าใครพอได้ยินคำติติงหรือคำแนะนำในคลิปนี้ ก็อยากจะให้ลองไปปรับดู ถ้าทำได้ ก็ทำ

     

    ที่ว่ารายการที่ เกมโชว์ ไร้จรรยาบรรณ คือ การที่ให้ผู้ร่วมรายการเข้ามาเพื่อทายว่าใครในที่นี้ คือเขาก็จะมีคนร่วมรายการ ทางรายการจะคัดเลือกมาก่อน มีหลากหลายรูปแบบ เช่น เป็นเชฟ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนักร้อง หรือ ว่าบางทีก็เป็นคนธรรมดาแต่ว่าก็จะมีความแตกต่างในเรื่องของเพศสภาพ คือ มีความชื่นชอบทางเพศแตกต่างกันไป รายการจะเลือกคนเหล่านี้มา มายืน บางรายการก็จะให้พูดให้เล่า บางอย่าง ที่สำคัญ บางทีก็ต้องพูดโกหกหรือเล่าเรื่องไม่จริงออกไป เพื่อให้คนที่ร่วมรายการที่มาทายว่าคนไหนตัวจริงคนไหนตัวปลอมแบบนี้ ให้ทายว่าจริงๆแล้วคำตอบที่ถูกคือคนไหน นี่คือรูปแบบของ เกมโชว์ไร้จรรยาบรรณ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

     

    รายการ-เกมโชว์

     

    มีหลากหลายรายการ ที่เป็นรูปแบบลักษณะนี้ ย้ำ มีหลากหลายรายการ เช่น อย่างที่บอกไป คือ เรื่องของคนร้องเพลง หรือ จะมีเรื่องของรูปแบบที่ให้คนที่ทำอาหารอร่อย ไม่อร่อย หรือว่า เป็นคนที่มีเพศสภาพต่างกันให้หาว่าคนนี้ใช่หรือไม่ ประมาณนี้

     

    แต่สิ่งที่เป็นปัญหาแล้ว ก็ติดใจตัวผมเอง คือ เรื่องของจรรยาบรรณของสื่อ การที่ให้คนมายืนโกหก หลอกลวง แม้กระทั่ง ผู้ร่วมรายการด้วยกัน จนถึงคนดู ถามว่าจริงๆ มันเป็นความสนุก และจริงส่วนตัวผมก็คิดว่ามันสนุกเช่นเดียวกัน แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า มันเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน ใน การโกหก (BS) เพื่อความสนุกสนาน

     

    ถ้าเราปลูกฝังในเรื่องของความสนุกสนานตรงนี้ว่า การออกมาโกหกและสุดท้าย มาเฉลยว่าไม่จริง แล้วเห็นมันเป็นเรื่องสนุกสนาน ลองคิดดูว่าเราจะฝังหัวคนที่ชอบรายการนี้ไปมากน้อยแค่ไหน วัฒนธรรมของต่างประเทศ อาจจะมองว่าเรื่องของการโกหกเป็นการล้อเล่นเฉยๆ อะไรแบบนี้ ก็อาจจะเป็นได้ แต่สำหรับสังคมไทยและเมืองไทย ที่มี ศาสนาพุทธ เป็น ศาสนาหลักของประเทศ แล้ว พื้นฐานเลย ที่คนไทยควรปฏิบัติก็คือ ศีล 5 คนไทยทั่วไปก็นับถือศีล 5 อยู่แล้ว ชัดเจนที่สุด ข้อนึงที่พูดถึง การโกหก เราไม่ควรโกหก ผิดศีล คือ มุสา นั่นเอง

     

    ในเมื่อเราเป็นประเทศที่เป็นเมืองพุทธแบบนี้ แล้วก็เป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลัก ดังนั้น คือ ควรจะมีการพิจารณารูปแบบของรายการ การโกหกที่ทำให้สนุกสนาน แบบนี้มันสมควรหรือไม่

     

    ตอนนี้รูปแบบเกมโชว์แบบนี้ มันเริ่มเยอะขึ้น เยอะขึ้นเรื่อยๆ ต้องสังเกตดู รูปแบบที่เหมือนกัน คือ เอาคนมา แล้วก็มายืนโกหก พูดง่ายๆ ก็คือ พูดโกหกเลย ให้คนทายว่าจริงๆแล้วคนไหนเป็นตัวจริง มีทั้ง นักร้อง เชฟ มีเรื่องของเพศสภาพที่ต่างกัน มีผู้ประกอบการ ล่าสุดที่เห็นก็คือ มีการเชิญผู้ประกอบการหรือคนที่มีฐานะร่ำรวยเพิ่มมาแข่งกันโกโหก ให้หาดูว่าคนไหนเป็นตัวจริงกับปลอม

     

    เกม โชว์

     

    แต่อย่างที่บอก ถ้าไม่มีการพูดโกหกใดๆ หรือ ให้ทายเฉยๆ ทายจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือ รูปภาพ ทายลักษณะท่าทาง อันนี้ผมไม่ว่า แต่ถ้ามีการพูดข้อมูลอันเป็นเท็จหรือโกหกออกทีวี แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ทายแข่งขันกัน อันนี้คิดว่ามันไม่เหมาะสม

     

    ตัวอย่างง่ายๆ มีรายการหนึ่งที่ พูดถึงเรื่องเพศสภาพ ให้ทาย คนเข้ามาร่วมรายการจะต้องหาให้ถูกต้องว่าใครในนี้ คือ มีสถานะที่ยังไม่ได้มีแฟนอะไรแบบนี้ ให้เลือกให้ถูก มีหลายครั้ง ที่ผู้เข้าร่วมรายการทายผิด สุดท้ายคนที่โกหกได้รับรางวัลเพื่อไปทานอาหาร

     

    แต่คนโกหกที่เขาได้รางวัลส่วนใหญ่ ลองย้อนกลับไปดูก็ได้ คงพอจะเดาชื่อเกมโชว์นี้ออก ย้อนกลับไปดูกันว่า คนที่โกหกแล้วได้รางวัลไป ทุกคนที่ได้รับรางวัลในการไปทานอาหารไม่ได้มีความสุข เพราะเขาโกหก โกหกจริงจัง เพื่อให้ตัวเขาได้รับรางวัลในการไปดินเนอร์กับคู่ของเขา แต่คนที่เข้ามาแข่งในเกมโชว์ครั้งนี้เหมือนกับสอบไม่ผ่าน ตกไป คือ ไม่ได้คู่ไป มันเกิดขึ้นแบบนี้ เห็นได้ชัดมาก

     

    การโกหกแล้วส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกไม่ใช่กับของผู้ร่วมในรายการเท่านั้น กับคนดูเองก็ด้วย แล้วคุณลองคิดดู ว่าถ้ารายการนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น ใครก็ตามสามารถออกมาโกหกแล้วได้รางวัล โกหกแล้วสนุกสนาน และ สุดท้ายค่อยเฉลยให้คนอื่นเจ็บช้ำน้ำใจ เรื่องเป็นแบบนี้แล้ว สังคมเราจะซึมซับไปขนาดไหนแล้ว  คิดว่าเราโกหกก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สุดท้ายเราก็จะบอกความจริง ผมว่ามันไม่ถูกต้อง ยังไงก็ฝากไว้ให้คิดนิดนึง ว่าน่าจะมีจรรยาบรรณหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบรายการได้สักนิดก็จะดีมาก

     

    เกมโชว์

     

    ตอนนี้มันเริ่มลามไปหลายๆรายการ รูปแบบนี้ทำง่ายมาก คุณสามารถเชิญใครมาก็ได้ ให้มายืนโกหกกัน แล้วให้ทายว่าคนไหนตัวจริง มีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหน ก็ตามคุณสามารถจัดเกมโชว์แบบนี้ได้หมด ล่าสุดเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ มาโกหกให้ทายว่าคนไหนพูดเล่าเรื่องโกหก ให้ทายว่าคนไหนเป็นตัวจริง ให้ทายว่าคนไหนร้องเพลงได้ ร้องไม่ได้

     

    จรรยาบรรณของสื่อทีวี แนะนำนิดนึงว่า ควรจะบอกกับน้องๆ หรือ เยาวชนด้วย  ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องของเกมโชว์ เป็นการแสดง

     

    หลายคนอาจจะบอกว่า ศาสนาพุทธ หรือ เรื่องของโกหกหรือ แบบนี้ ละครที่เป็นคนแสดงเนี่ยมัน ก็คือ การโกหก เหมือนกันนั่นแหละ

     

    อันนี้ เห็นด้วย แต่ว่า ทุกคนรู้ รับรู้ ว่า นี่คือ ละคร คนที่แสดงอยู่คือ ดารา รับบทบาท แต่เกมโชว์ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น รูปแบบของเกมโชว์ คือ ออกมาโกหกโดยที่คนร่วมรายการอยู่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนไหนคือตัวจริง คนไหนคือหลอก นั่นหมายความว่า เขากำลังโกหก ทั้งผู้ร่วมรายการเกมโชว์นั้น รวมถึงคนดูด้วย

     

    จริงๆแล้วมันเป็น ความอัดอั้นตันใจส่วนตัว ที่อยากจะเห็นสังคมไทยมีรายการเกมโชว์ดีๆ สนุกสนาน เกมโชว์ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับเยาวชนหรือสังคมทั่วไป

     

    ถ้ายังไงก็สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ หัวข้อ เกมโชว์ ในไทย เริ่มไร้ จรรยาบรรณ | GAME SHOW in Thailand is getting BS! [ Podcasts ] วันนี้ได้นะด้วยการตอบคอมเม้นไว้ ด้านล่างนี้ หรือ ทักไลน์มาคุยกันได้โดยตรงที่ @brandingchamp

     

    รายการ-เกม-โชว์
    16 min
  • รับทำการตลาดออนไลน์ ราคา เท่าไหร่ มี ค่าใช้จ่าย ยังไงบ้าง ? ( ฟังคำอธิบาย )
    รับทำการตลาดออนไลน์ ราคา เท่าไหร่ มี ค่าใช้จ่าย ยังไงบ้าง ? ( ฟังคำอธิบาย )
    รับทำการตลาดออนไลน์ ราคา

    วันนี้ เราจะมาพูดถึงในเรื่องของ ราคา ค่าใช้จ่าย ใน การทำการตลาดออนไลน์ รวมไปถึง การบริการ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ด้วยครับ ขอใช้พื้นที่ พอดแคสต์ อันนี้ในการอธิบายนิดนึงนะครับในเรื่องของ การทำการตลาดออนไลน์ นี่แหละ เพราะว่าหลายผู้ประกอบการเลยแหละ ที่ติดต่อเข้ามา แล้วก็อยากจะทราบถึงในเรื่องของ ราคา ค่าใช้จ่าย ในการทำการตลาดออนไลน์ ครับ

     

    แต่ว่า ประเด็นนี้ เราคงต้องมาคุยกันก่อน ว่า เราต้องการทำอะไรบ้าง เบื้องต้นเลยเนี่ย ถ้าใครคิดว่ามันจะมีแพคเกจอะไรมาให้เรา “แบบสำเร็จรูป” แล้วก็ เป็นราคาที่ดูจับต้องได้แล้วทำให้ธุรกิจหรือบริษัทคุณเจริญเติบโตก้าวหน้า ยอดขายดี อันเนี้ยต้องบอกไว้เลยนะว่า ที่นี่ไม่มี ไม่แน่ใจว่าที่อื่นมีหรือเปล่านะ

     

    จ้าง รับทำการตลาดออนไลน์ ราคา

     

    สำหรับการ รับทำการตลาดออนไลน์ ในส่วนของการเป็น Digital Marketing Consultant ที่ปรึกษา แบบนี้ ก่อนอื่น เราจะต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน ว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำ คือ การทำอะไรบ้าง มันไม่เหมือน ซื้อผัก ซื้อปลา อย่าง 35 บาทได้ปลาทู 2 ตัว มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะว่า ในลักษณะของการ รับทําการตลาดออนไลน์ เป็น Service เพราะฉะนั้น คือ ในเรื่องของการบริการ มันจะมีหลากหลายมาก มีรายละเอียดเยอะ

     

    และคำว่า การตลาดออนไลน์ ค่อนข้างกว้าง จริงๆก็อยากจะจัดแพ็คเกจออกมาให้นะ เป็นแบบว่า เหมือนแพ็คเกจโทรศัพท์ แต่ ประเด็น คือ มันไม่ง่ายอย่างนั้น

     

    ลองคิดตามว่า เรามีปัญหาแบบเดียวกันหรือเปล่า ลองลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ เวลาเราจะถามบริการพวกนี้ จะได้ทำอย่างถูกต้อง รวมถึง เราก็อาจจะไม่ต้องไปถูกโก่งราคา หรือโดนโขกแพงๆ การทําการตลาดออนไลน์ แบ่งได้ หลากหลายมาก ก่อนอื่นเลย เราต้องตอบให้ได้ว่า เราต้องการอะไร ความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจ ก็มีหลากหลายเช่น ต้องการยอดขาย ก็ต้องกลับมาดูก่อน เราอยากทำการตลาดออนไลน์เพื่อให้ได้ยอดขายแต่สิ่งที่จะต้องทำก่อนที่จะไปถึงยอดขาย มันมีหลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น

     

    พร้อมหรือยังในส่วนของการมีพื้นที่ในโลกออนไลน์เป็นของตัวเอง การมีเว็บไซต์ การมี Facebook Page เรามีหรือยัง สมัยนี้ก็ยังจะมีช่องทางอื่นอีกด้วย อย่างเช่น การใช้ LINE หรือว่า LINE official account แบบนี้

     

    ดังนั้น ถ้าจะถามว่า รับทําการตลาดออนไลน์ แล้วได้ยอดขายเลยทันทีได้ไหม เราก็จะย้อนถามคุณไปก่อนว่า ตอนนี้คุณมีอะไรพร้อมแล้วหรือยัง จะเอายอดขายใช่ไหม ถ้าเอายอดขายต้องย้อนกลับไปถามตัวเองก่อน ช่องทางออนไลน์ เตรียมไว้พร้อมแล้วหรือยัง

     

    ค่าใช้จ่าย รับทำการตลาดออนไลน์

     

    ก่อนจะไปถึงยอดขาย มันก็มีอีกหนึ่งทาง Awareness การสร้างการรับรู้ของตัวสินค้าหรือธุรกิจ ลูกค้ารู้จักเราแล้วหรือยัง ลูกค้ารู้จักในรูปแบบไหน ไปออกบูธ มีหน้าร้าน แต่ในช่องทางออนไลน์ ลูกค้ารู้จักเราผ่านช่องทางไหนบ้าง มีพร้อมหรือยังไม่มีเลย

     

    เพราะฉะนั้น คือ เรื่องที่คุณต้องกลับไปเช็คตัวเองก่อน ก่อนที่เราจะไปถึงยอดขาย เพื่อให้การตลาดออนไลน์เข้ามาช่วย ทำกำไร เกิดยอดขาย ธุรกิจก้าวหน้า เราต้องช่วยตัวเองก่อน เรามีความพร้อมในช่องทางของเราเองเราแค่ไหน ลูกค้ารู้จักเรามากน้อยแค่ไหน ราคา ค่าใช้จ่าย ใน การรับทำการตลาดออนไลน์ มันก็จะเริ่มชัดขึ้น

     

    ตัวอย่าง เช่น ถ้าเราอยากจะปูพื้น เตรียมพร้อมพื้นที่ของเราก่อน มันก็จะมีหลากหลาย ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น การสร้างเว็บไซต์ การทำอันดับให้กับตัวเว็บไซต์ คือ SEO หรือที่เรียกว่า Search Engine Optimisation คือ การทำให้ ติดอันดับ Google มีเว็บแล้วไม่ทำอันดับ ไม่ต้องมีก็ได้  การสร้างเพจ การยิงโฆษณาในการเพิ่มเพื่อนใน Facebook คุณมียอดไลค์เท่าไหร่ใน Facebook

     

    การทำ Content ใน Facebook ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตัวอย่างเช่นการทำ Cover Page คือ รูปภาพหน้าปก รูปภาพ หรือวีดีโอในโพสต์ต่างๆ อันนี้ก็จะเป็น ค่าใช้จ่าย ทั้งหมด 

     

    รับทำการตลาดออนไลน์-ราคา

    เรื่องของการเปิด LINE official account ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ดูความพร้อมของตัวเอง การรับลูกค้าเข้าไปในช่องทางไลน์ หรือการเก็บลูกค้าที่ Inbox ใน Facebook ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายหมด ดังนั้น คือ การปูพื้นความพร้อมของตัวเอง ตอนนี้ตรวจสอบดู จากนั้นเราก็จะมา ประเมินราคา และ สอบถาม เขาได้ชัดขึ้นเลย ว่า “ถ้าในการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นผมอยากปูพื้นฐานของธุรกิจสินค้าของผมในรูปแบบนั้นแบบนี้ อยากทำ 1234” เขาก็จะได้บอก ราคา คุณชัดเจนมากขึ้น

    สำหรับท่านผู้ประกอบการ ธุรกิจ/ผลิตภัณฑ์ ที่มีความพร้อมอยู่แล้วระดับหนึ่ง มีการเปิดเพจมาบ้างแล้ว มีการสร้างมีการเก็บสะสมลูกค้าไว้ใน LINE official account แล้ว อาจจะมีการทําช่องยูทูปแล้วด้วยซ้ำ มีหลายแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว และ อยากกระตุ้นยอดขาย ก็ย้อนกลับไปที่คำถามที่ว่า ตอนนี้ ลูกค้ารู้จักแล้วหรือยัง

     

    การรับทำการตลาดออนไลน์ ก็อาจจะเสนอให้ทำโฆษณา ซื้อโฆษณาใน Facebook ยิงแอด หรือ โฆษณาผ่าน google  สำหรับใน google ก็จะมี 2 ช่องทางหลักๆ คือ การยิงโฆษณาไปที่ YouTube และโฆษณาตอนลูกค้าทำการสืบค้นหา

     

    การรับรู้แบรนด์ของคุณหรือผลิตภัณฑ์ของคุณ จะเป็นเรื่องของกระบวนการทำให้ลูกค้ารู้จัก แล้วก็สนใจด้วย ทางสั้นที่สุดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและเอาไว้สร้างฐานลูกค้า ปัจจุบัน จะใช้วิธีการจ้าง Influencer เน็ตไอดอล ยูทูปเบอร์ทั้งหลาย สมัยนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นดารา บุคคลทั่วไป ยูทูปเบอร์ คนที่เล่นไอจีมีคนติดตามเยอะๆ หรือ คนเล่นทวิตเตอร์ สามารถลองเลือกให้ตรงกับที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราอยู่ แบบนี้ก็จะเหมือนทางลัดในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

     

    แต่เวลาไปจ้างเขาทำการตลาดออนไลน์ บางที่เขาอาจจะเสนอมา ว่า ลองทำแบรนด์กับคนนั้นคนนี้ ดาราคนนี้หรือว่าเจ้าของไอจีนี้ ยูทูปเบอร์คนนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคิดต่อไป คือ คนที่เขานำเสนอมาเนี่ย มีฐานแฟนเป็นกลุ่มเดียวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเราหรือเปล่า เรื่องของราคา มันก็จะแปรผันได้

     

    ย้อนกลับมาที่แค่ 2 คำถาม ต้องการทำไปเพื่ออะไร และ ตัวเราเองมีความพร้อมและต้องการทำอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก็จะเป็นรายละเอียดของสิ่งเหล่านี้ เอาให้ชัดก่อนว่า เราอยากทำอะไร จะได้ไม่ เกิดคำถาม ว่า ทำการตลาดออนไลน์ ราคาเท่าไหร่ ? อันนี้จะคุยกันอีกยาว เมื่อรู้แล้ว ก็น่าจะไปวางแผนในการพูดคุยกับ บริษัท รับทำการตลาดออนไลน์ ได้ดีมากขึ้น รวมถึง ประเมินราคาด้วยตัวเองแบบคร่าวๆด้วย

     

    ฝากติดตาม Branding Champ Podcast ด้วย กดไลค์ กดแชร์ แชร์ให้เพื่อนๆประกอบการหรือคนที่อยากจะทำการตลาดออนไลน์ด้วยนะ คุณสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ ” รับทำการตลาดออนไลน์ ราคา เท่าไหร่ มี ค่าใช้จ่าย ยังไงบ้าง ” ด้วยการคอมเม้นต์ไว้ด้านล่างนี้ หรือ ทักไลน์ มาคุยกันได้ที่ @brandingchamp

     

    ราคา รับทำการตลาดออนไลน์
    12 min
  • Entrepreneur คือ อะไร ฟังคำตอบแนว “แร็บ” แปล จากคำกล่าวของ Issa Rae
    Entrepreneur คือ อะไร ฟังคำตอบแนว แร็บ จาก Old shool hip hop girl : Issa Rae
    Entrepreneur คือ

    Entrepreneur คือ ?? วันนี้เราจะมาชวนคุยกันว่า Entrepreneur คืออะไรกันแน่ เดี๋ยวเราไปดูกัน กลับมาพบกันอีกครั้งกับ Marketing From Home #MFH พูดถึง entrepreneur หรือ entrepreneur คำนี้ คนไทยอาจจะได้ยินกันบ่อยครั้ง แต่ว่าบางที อาจจะงงว่า จริงๆแล้ว มันคืออะไร

     

    ส่วนใหญ่ เราจะแปล คำว่า entrepreneur ประมาณว่า ผู้ประกอบการ ซึ่งจริงๆแล้ว (ในความคิดเห็นส่วนตัว)

     

    ทางฝั่งอเมริกา เขาใช้คำว่า entrepreneur ในความหมายที่แข็งแรงกว่า คำว่า “ผู้ประกอบการ” ที่คนไทยแปล

     

    ฝรั่งเค้าให้ความหมาย Entrepreneur หมายถึง ผู้ประกอบการหรือคนที่บริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แบบนี้เขาถึงจะเรียกว่า Entrepreneur ไม่ใช่แค่ เจ้าของร้าน อะไรแบบนี้ ถ้าในมุมมองของคนไทย อาจจะเป็นแค่ เจ้าของร้าน หรือ คนขายของทั่วไป

     

    ในความเป็นจริงแล้ว ในฝั่งอเมริกา คำว่า entrepreneur เนี่ยในความหมาย ที่เรียกว่า มีเกียรติ และ ให้คุณค่ามากกว่านั้น ใครๆก็อยากเป็น ลักษณะนี้ แต่ว่าของไทย พอใช้คำว่า “ผู้ประกอบการ” ก็อาจจะลดความสำคัญของความหมายของคำนี้ลงไปมากทีเดียว

     

    เดี๋ยวเราจะมาทำความเข้าใจกันนิดนึง คือ พอดี มีโอกาสได้ฟังคลิปของผู้หญิงคนนึง เธอชื่อว่า อิสซ่า เร (Issa Rae) เธอได้รับรางวัล เป็นที่เขาจะแจกเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ชื่อ Women In Film เขาจะใช้ตัวย่อ W I F  แจกกันทุกปี และ อิสซ่า เร เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลรางวัลนี้ ในหมวดหมู่ของ Emerging Entrepreneur Award คือ เหมือนกับผู้ประกอบการเกิดใหม่แต่ว่าเป็นคนที่อยู่ในสาย วงการบันเทิง หรือ แสดงหนัง แสดงละคร แบบนี้ และเป็นผู้หญิงด้วย

     

    ที่นี้ ความสนุกของคลิปนี้ จริงๆแล้วอยากให้ไปหาดูกัน มีอยู่ใน YouTube

     

    https://www.youtube.com/watch?v=Db1dPZ5abn4

     

    คุณอิสซ่า เร เธอเป็นนักแสดง ในบทบาทของ นักแสดงตลก และ เธอเป็นผู้หญิงผิวสีที่มีสไตล์แบบค่อนข้างจะฮิบฮอบ Hiphop คลิปนี้ยาวมีความยาวประมาณ 3 นาทีครึ่ง อยากให้ฟังกัน เพราะว่าค่อนข้าง สนุกสนาน และ เสียดแทง ทีเดียว

     

    ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? โดยทั่วไป อิสซ่า เร เธอบอกว่า “ผู้หญิง” ที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หรือ แม้กระทั่งผู้หญิงที่เป็นผู้ประกอบการทั่วไป หรือ เป็นนักธุรกิจ เจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ ส่วนใหญ่จะมีความถ่อมตัวสูง เธอใช้คำว่า Humble คือ ถ่อมเนื้อถ่อมตัว แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรแบบโจ่งแจ้ง หรือ เปิดตัวว่าฉันเก่งอย่างนี้อย่างนั้น

     

    แต่ว่าพอดี จังหวะที่ คุณอิสซ่า เร ขึ้นรับรางวัล เธอบอกว่า เธอเติบโตมากับยุคของ hippop มันไม่มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับการถ่อมตัวเลย หรือ เรียกว่า ไม่มีการถ่อมเนื้อถ่อมตัวเลย ถ้าใครเคยฟังเพลง hiphop ไม่ว่าจะเป็นสมัยนี้หรือสมัยก่อนก็ตาม อย่างของไทยก็มีเยอะนะ ที่จะออกมาโชว์พาวกัน โชว์ความร่ำรวย โชว์ความเจ๋ง ความคูล Cool ของแต่ละคน เป็นเอกลักษณ์ของเพลงฮิปฮอป จะเป็นอย่างนี้ส่วนใหญ่

     

    อิสซ่า เร เธอก็เลยบอกว่า ถือโอกาสนี้แล้วกัน เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลในหมวดหมู่นี้เลย คือ Emerging Entrepreneur Award หมายถึงประกอบการรุ่นใหม่ เกิดใหม่ แบบธุรกิจเกิดใหม่

     

    เธอก็เลยบอกว่า เธอขอถือโอกาสนี้ในการกล่าวสุนทรพจน์ หรือ เวลารับรางวัลส่วนมากแล้วก็จะมาขอบคุณที่ให้รางวัลนี้ แล้วก็พูดให้เกียรติกับเจ้าของรางวัลนี้ พูดให้เกียรติกับทีมงาน แต่อิสซ่า เร เธอบอกว่า ในเมื่อเขาเติบโตมากับ โลกของ Hiphop เธอก็เลยบอกว่า งั้นขอกล่าวสุนทรพจน์นี้ เป็นแบบ ฮิปฮอป หน่อยแล้วกัน (จะได้แบบว่าฟังดูแบบแตกต่างหน่อย มันเป็นครั้งแรกของเธอจริงๆ ) เธอก็เลยเริ่มพูด

     

    เธอพูดบอกว่า เริ่มต้นเลยเธอพูดถึงรางวัลนี้ก่อน เธอก็บอกว่า รางวัลนี้น่ะหรอ ก็แค่นั้น ก็ใช้คำว่า Duh, B—— แล้วจริงๆมันก็เป็นคำหยาบ แต่ผมขออนุญาตไม่แปลพวกคำหยาบ

     

    I’m the first, so you future hoes need to bow down unless you’re ready to catch my fade with your weak asses. I’m closing all doors behind me, so if you didn’t make it in?

    Oops; your bad! Figure it out.

     

    เธอบอกว่าเนี่ยเป็นครั้งแรก และ วันนี้ก็จะทำให้ (เธอพูดถึงผู้หญิงที่ฟังอยู่ทั้งหมด) พวกหล่อนจะต้องกราบการฉัน และ ถ้าพวกหล่อนไม่ยอมก้มหัว กราบการ เคารพฉัน พวกหล่อนก็ต้องไล่ตามเงาของฉันไปตลอดกาล คือ ไม่สามารถไล่ตามเธอทันในการจะมาเป็นผู้ประกอบการระดับเธอ เธอบอกต่อ ว่า ฉันคือคนแรก แล้วฉันปิดตายประตูไปแล้ว พวกหล่อนไม่สามารถทำอะไรมาเทียบฉันได้หรอก อันนี้คือเธอชวนทะเลาะกันทุกคน เธอก็บอกว่า ไม่มีใครเทียบฉันได้หรอกแล้วมันก็เป็นความผิดของพวกหล่อนเองแหละที่ทำไม่ได้ คือพวกหล่อนกระจอกเอง

     

    แล้ว อิสซ่า เร ก็บอกว่า คุณรู้ไหมว่า? ความหมายของ Entrepreneur หมายถึงอะไร เธอบอกว่า

     

    Entrepreneur means: I did that shit by myself.

     

    ก็หมายถึงว่า เธอทำเอง ทำเองทั้งหมดเลย ไม่ได้ต้องให้ใครช่วย ทำด้วยตัวเองทั้งหมด อย่ามาเคลมว่า ช่วยเหลือฉันให้มาถึงจุดนี้ได้ เพราะมันไม่จริง

     

    Benoni, Vanessa, Deneise, Montrel, and the rest of my team: y’all some suckers.

    Y’all stuck around me, even though I could have done this without you, let’s be real.
    Y’all stupid.

     

    เธอพูดต่อไปว่า พูดถึงพวกคนที่ทำงานให้เธอ เธอบอกว่า ทีมงานของฉันน่ะหรอ “กระจอก” “ห่วย” ทุกคนแหละ พวกทีมงานชอบมาเกาะติด นอกจากนั้น ก็ไม่เห็นทำอะไรได้เลย อันนี้ฉันพูดจริง พวกเธอโง่

     

    To Jonathan and Dave at 3 Arts, y’all ain’t shit.

    To my lawyer John Meigs: you’re nothing, okay? Let’s be real.
    UTA: worry about that writers strike instead of worrying about me.

    Casey and Amy at HBO: keep running me my money, please and thank you.

    And to everybody who claims to have helped me get here: okay, and?
    So, in conclusion…

     

    คำพูดนี้ ในวงการ Hiphop เขาเรียกว่า ดิสเครดิต (Discredit) เธอทำให้คนอื่นดูต่ำ ดูด้อยค่า แล้วก็พูดถึง บริษัทที่มาช่วยเหลือร่วมทุนในการทำธุรกิจ ว่า กระจอกกันหมดแหละ แล้วเธอก็เอ่ยชื่อคนนั้นคนนี้ เอาจริงๆนะที่พูดมาทั้งหมดเนี่ย คือ คนที่ไม่ได้มีค่า หรือ ไม่มีความหมายอะไรกับฉันเลย

     

    แล้ว อิสซ่า เร ก็พูดถึง คนในบริษัท HBO (เป็นบริษัทใหญ่เลยระดับโลกเกี่ยวกับหนัง เกี่ยวกับภาพยนตร์) เธอเตือนไปยัง HBO และ ทีมงาน ว่า อย่าลืมเอาตังค์มาให้ด้วยล่ะ เอางานของฉันไป แล้วก็อย่าลืมส่งตังค์มาเรื่อยๆ อย่าหยุดแล้วกัน

     

     

    เธอก็พูดถึงอีกหลายๆคน ที่พยายามจะมาเคลมมาอ้างว่าช่วยเหลือเธอ ให้มาถึงจุดนี้ จุดที่ได้รับรางวัลนี้ เธอบอกว่า “ก็แล้วแต่” เธอพูดประมาณนี้

     

    เธอจบที่คำว่า In conclusion, entrepreneur ’til I die; I deserve this สุดท้ายที่สุด แล้วคำว่า entrepreneur เนี่ย เธอจะเป็นมันไปจนตาย และ เธอก็สมควรแล้วที่จะได้รับรางวัลนี้

     

    ฟังแล้วก็ เป็นอารมณ์ของคนที่ฟังเพลงแร็พ ฟังเพลงฮิปฮอป ก็จะเข้าใจว่า มันเป็นเหมือนคำเสียดแทง แต่จริงๆแล้ว ก็ก่อนที่ อิสซ่า เร จะพูดสุนทรพจน์นี้ เธอชี้แจงแล้วว่า ปกติเธอไม่พูดแบบนี้หรอก แต่แค่อยากทำให้มันแตกต่าง อยากทำให้ดูสนุกสนาน แล้วก็เสียดแทงจริงๆ เพื่อบอกตัวตนว่าเธอว่าเป็นคนยังไง แล้วก็ให้สนุกสนานไปด้วย เพราะเธออยู่ในวงการภาพยนตร์ตลกเฮฮา

     

    ลองไปฟังกันนะ เรื่องของ ผู้ประกอบการ entrepreneur มันมีอะไรมากกว่านั้น เป็นเรื่องที่คนที่ทำธุรกิจ ที่จะต้องมีความอดทน ขยัน แล้วก็จะได้รับเกียรติอย่างยิ่ง ในเมืองนอกจากคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จะได้รับการให้เกียรติและถูกเรียกว่า Entrepreneur ทุกคนจะนับถือ แล้วก็ ให้ความสำคัญ เพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 

     

    คุณสามารถรับฟังได้ทาง BrandingChamp Podcasts หรือ ติดตามเนื้อหาได้จากช่องยูทูป ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ Branding Champ และ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ ” Entrepreneur คือ อะไร ฟังคำตอบแนว “แร็บ” แปล จากคำกล่าวของ Issa Rae ” ได้ง่ายๆ ด้วยการคอมเม้นต์ไว้ ด้านล่างนี้ หรือ ทักมาพูดคุยกับผม อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์ ได้โดยตรงที่ ไลน์ไอดี @brandingchamp

     

    entrepreneur คือ
    11 min

About Branding Champ Podcast ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1

From the publisher's feed

แชร์ 5 สาเหตุ ทำไมควร " จ้าง "