
Sign up to save your podcasts
Or


๑. ส่งออก เม.ย. ไต้หวันยังพุ่งไม่หยุด 42% ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดโควิดระบาดไม่กระทบ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ประกาศข้อมูลตัวเลขสถิติมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าของต่างประเทศจากไต้หวัน ประจำเดือน เม.ย. อยู่ที่ 54,930 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติรายเดือนเท่าที่เคยมีมา เพิ่มขึ้นต่อปีถึง 42.6% พุ่งต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 และคาดว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกจากการระบาดของโควิด19 จะทำให้เดือน พ.ค. นี้ มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศของไต้หวันจะสร้างผลงานโดดเด่นอีก และคาดว่าจะพุ่งเกิน 40% ด้วย
อย่างไรก็ดี เนื่องจากในช่วงกลาง ปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด19 และไฟดับถึง 2 ครั้ง และขาดน้ำ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันประเมินว่า ตอนนี้ ไต้หวันใช้มาตรการป้องกันในระดับ 3 ทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่ถึงขั้นต้องล็อกดาวน์ บวกกับปัญหาไฟและน้ำที่เกิดขึ้น หากไม่กระทบต่อการผลิตก็จะไม่กระทบต่อการส่งออก ซึ่งกระทรวงเศรษฐการ ไต้หวันกำลังเร่งสอบถามผู้ประกอบการเป็นการด่วน ซึ่ง 65% เห็นว่าการระบาดที่เกิดขึ้นยังไม่กระทบต่อการผลิตของพวกตน
หวงอวี๋หลิง อธิบดีกรมสถิติ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันเปิดเผยว่า “ในช่วง 1 ปีที่เกิดการระบาดของโควิด19 การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบก็คือการสั่งสินค้าของจีน เพราะมีการล็อกดาวน์ สั่งปิดโรงงาน แต่สถานการณ์ของไต้หวันในตอนนี้ อยู่ในระดับ 3 ไม่มีการล็อกดาวน์ การผลิตต่าง ๆ ก็เป็นไปตามปกติ จึงยังไม่กระทบต่อการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ”
กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการจำนวน 109 ราย มีเพียง 6 รายหรือประมาณ 5.5% เห็นว่าเนื่องจากการระบาดจนทำให้มีการล็อกดาวน์ ส่งผลกระทบให้การขนส่งสินค้าขาดตอนลง ตู้ขนส่งสินค้าหายาก จะกระทบต่อการรับออเดอร์ ส่วนที่เหลือ 71 ราย ประมาณ 65% เห็นว่า ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ และมีอีก 32 ราย หรือ 30% ตอบว่ายังไม่รู้ แสดงให้เห็นว่ายังคงวิตกต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดของโรค
๒. ไต้หวันเรียกร้องสหรัฐฯ ช่วยเหลือเรื่องวัคซีน มิเช่นนั้นอาจกระทบการผลิตแผ่นชิปสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจทั่วโลก
สำนักข่าวบูมเบิร์ก ในสหรัฐฯ ได้เผยแพร่บทความของนายหลี่กวงจาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำนิวยอร์ก ย้ำว่า ในช่วงขณะที่การระบาดของโควิด19 รุนแรงขึ้นทุกขณะทั่วโลกและในไต้หวันด้วย ซึ่งอาจกระทบต่อการสนองแผ่นชิปให้แก่ทั่วโลก ที่กำลังอยู่ในสภาพขาดแคลนให้รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น หากสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือไต้หวันให้ได้รับวัคซีนได้มากขึ้น ก็จะเป็นหลักประกันให้แก่การผลิตแผ่นชิปในไต้หวัน ซึ่งไต้หวันเป็นแหล่งผลิตแผ่นชิปสำคัญของโลก นายหลี่ฯ ระบุว่า แม้ตอนนี้อาจจะยังมองไม่ออกว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด19 จะส่งผลกระทบต่อการผลิตแผ่นชิปในไต้หวันมากน้อยเพียงใด แต่หากการระบาดยืดเยื้อออกไป ก็อาจกลายเป็นปัญหารุนแรงขึ้น เขาย้ำว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ซึ่งไต้หวันหวังว่าประชาคมโลกจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องวัคซีนให้แก่ไต้หวันเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดให้ได้ในเร็ววัน
แม้ในช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันจะครองอันดับ 1 ของโลก ในการป้องกันโควิด 19 แต่ก็ได้รับวัคซีนค่อนข้างช้า จนถึงขณะนี้เพิ่งได้รับวัคซีนไปเพียงประมาณ 7.25 แสนโดสจากโครงการ COVAX เท่านั้น โดยล๊อตล่าสุดเพิ่งถึงไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และได้เริ่มนำออกฉีดให้กลุ่มเป้าหมายและประชาชนได้แล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.)
นายหลี่กวงจาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำนิวยอร์ก
ส่วนทางด้านนางสาวบีคิม เซียว หรือ เซียว เหม่ยฉิน ทูตไต้หวันประจำสหรัฐฯ ก็บอกว่า กำลังพยายามขอให้สหรัฐฯ จัดส่งวัคซีนโมเดอร์นาที่ไต้หวันสั่งซื้อจากสหรัฐฯ ส่งถึงไต้หวันภายในเดือน มิ.ย. ศกนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันยังพยายามเจรจากับทำเนียบขาว ขอให้พิจารณาจัดสรรวัคซีนส่วนหนึ่งที่สหรัฐฯ กำลังจะนำมาบริจาคให้แก่ทั่วโลกจำนวน 20 ล้านโดส
นางสาวบีคิม เซียว หรือ เซียว เหม่ยฉิน ทูตไต้หวันประจำสหรัฐฯ
๓. สื่อนอกกังวลเศรษฐกิจไต้หวันกำลังเผชิญภัยรอบด้านทั้งโควิด แล้ง และไฟฟ้า
สำนักข่าวบูมเบิร์ก ของสหรัฐฯ รายงานวิเคราะห์เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันแสดงความวิตกกังวลว่า กำลังเผชิญหน้ากับภัยรอบด้าน ทั้งปัญหาการระบาดของโควิด19 ภัยแล้ง และการขาดแคลนไฟฟ้า อาจทำให้ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของไต้หวันประสบปัญหาอย่างรุนแรง
บทความของบูมเบิร์กระบุว่า หากการะบาดรุนแรงหนักขึ้น จนอาจต้องมีการล็อกดาวน์ กระทบการผลิต ในขณะที่ภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรง และการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ก็อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการผลิตแผ่นชิปและการผลิตเพื่อการส่งออกของไต้หวัน จนทำให้ไต้หวันต้องหลุดจากวงโคจรหนึ่งในประเทศในเอเชียที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจที่โดดเด่นในปีนี้
ไต้หวันแล้งหนัก ไฟฟ้าไม่พอใจ อาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ
รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด19 ในไต้หวัน เริ่มต้นจากที่ในต้นเดือน เม.ย. ไม่มีคนติดเชื้อในไต้หวันเลย กระทั่งในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 5 วัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไต้หวันพุ่งเพิ่มขึ้นถึง 1226 ราย กระทั่งต้องประกาศยกระดับมาตรการป้องกันระดับ 3 ในขอบเขตทั่วประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการในระดับ “กึ่งล็อกดาวน์” คือสั่งปิดสถานที่สาธารณะทั้งหมด ทั้งโรงหนัง โรงละคร สวนสาธารณะ สนามกีฬา สั่งให้ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่อออกนอกเคหสถานและห้ามรวมกลุ่มเกิน 10 ส่วนในอาคารห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน
รายงานข่าวดังกล่าวมีความเห็นว่า หากการระบาดรุนแรงขึ้น ไต้หวันก็อาจมีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เมื่อถึงตอนนั้น จริงก็จะส่งผลกระทบขยายวงจากเดิมที่จำกัดเฉพาะผู้ค้าปลีกในประเทศ ไปสู่ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการส่งออก ส่วนภาวะภัยแล้งที่ค่อนข้างรุนแรงในตอนนี้ ก็ทำให้ไม่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำได้ จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการสนองไฟฟ้าให้แก่อุตสาหกรรมการผลิตแผ่นชิปของไต้หวันที่ถือเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน
นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า หากการะบาดสามารถควบคุมได้ภายในวันที่ 30 มิ.ย. ก็จะสามารถควบคุมให้ผลกระทบต่อ จีดีพี ในปีนี้ให้อยู่ในกรอบประมาณ 0.16% แต่หากยืดเยื้อไปจนถึงไตรมาส 3 ก็จะส่งผลต่อ จีดีพี มากถึง 0.53% .
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti๑. ส่งออก เม.ย. ไต้หวันยังพุ่งไม่หยุด 42% ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดโควิดระบาดไม่กระทบ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ประกาศข้อมูลตัวเลขสถิติมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าของต่างประเทศจากไต้หวัน ประจำเดือน เม.ย. อยู่ที่ 54,930 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติรายเดือนเท่าที่เคยมีมา เพิ่มขึ้นต่อปีถึง 42.6% พุ่งต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 และคาดว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกจากการระบาดของโควิด19 จะทำให้เดือน พ.ค. นี้ มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศของไต้หวันจะสร้างผลงานโดดเด่นอีก และคาดว่าจะพุ่งเกิน 40% ด้วย
อย่างไรก็ดี เนื่องจากในช่วงกลาง ปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด19 และไฟดับถึง 2 ครั้ง และขาดน้ำ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันประเมินว่า ตอนนี้ ไต้หวันใช้มาตรการป้องกันในระดับ 3 ทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่ถึงขั้นต้องล็อกดาวน์ บวกกับปัญหาไฟและน้ำที่เกิดขึ้น หากไม่กระทบต่อการผลิตก็จะไม่กระทบต่อการส่งออก ซึ่งกระทรวงเศรษฐการ ไต้หวันกำลังเร่งสอบถามผู้ประกอบการเป็นการด่วน ซึ่ง 65% เห็นว่าการระบาดที่เกิดขึ้นยังไม่กระทบต่อการผลิตของพวกตน
หวงอวี๋หลิง อธิบดีกรมสถิติ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันเปิดเผยว่า “ในช่วง 1 ปีที่เกิดการระบาดของโควิด19 การสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบก็คือการสั่งสินค้าของจีน เพราะมีการล็อกดาวน์ สั่งปิดโรงงาน แต่สถานการณ์ของไต้หวันในตอนนี้ อยู่ในระดับ 3 ไม่มีการล็อกดาวน์ การผลิตต่าง ๆ ก็เป็นไปตามปกติ จึงยังไม่กระทบต่อการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ”
กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการจำนวน 109 ราย มีเพียง 6 รายหรือประมาณ 5.5% เห็นว่าเนื่องจากการระบาดจนทำให้มีการล็อกดาวน์ ส่งผลกระทบให้การขนส่งสินค้าขาดตอนลง ตู้ขนส่งสินค้าหายาก จะกระทบต่อการรับออเดอร์ ส่วนที่เหลือ 71 ราย ประมาณ 65% เห็นว่า ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ และมีอีก 32 ราย หรือ 30% ตอบว่ายังไม่รู้ แสดงให้เห็นว่ายังคงวิตกต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดของโรค
๒. ไต้หวันเรียกร้องสหรัฐฯ ช่วยเหลือเรื่องวัคซีน มิเช่นนั้นอาจกระทบการผลิตแผ่นชิปสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจทั่วโลก
สำนักข่าวบูมเบิร์ก ในสหรัฐฯ ได้เผยแพร่บทความของนายหลี่กวงจาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำนิวยอร์ก ย้ำว่า ในช่วงขณะที่การระบาดของโควิด19 รุนแรงขึ้นทุกขณะทั่วโลกและในไต้หวันด้วย ซึ่งอาจกระทบต่อการสนองแผ่นชิปให้แก่ทั่วโลก ที่กำลังอยู่ในสภาพขาดแคลนให้รุนแรงมากขึ้น ดังนั้น หากสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือไต้หวันให้ได้รับวัคซีนได้มากขึ้น ก็จะเป็นหลักประกันให้แก่การผลิตแผ่นชิปในไต้หวัน ซึ่งไต้หวันเป็นแหล่งผลิตแผ่นชิปสำคัญของโลก นายหลี่ฯ ระบุว่า แม้ตอนนี้อาจจะยังมองไม่ออกว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด19 จะส่งผลกระทบต่อการผลิตแผ่นชิปในไต้หวันมากน้อยเพียงใด แต่หากการระบาดยืดเยื้อออกไป ก็อาจกลายเป็นปัญหารุนแรงขึ้น เขาย้ำว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก ซึ่งไต้หวันหวังว่าประชาคมโลกจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องวัคซีนให้แก่ไต้หวันเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดให้ได้ในเร็ววัน
แม้ในช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันจะครองอันดับ 1 ของโลก ในการป้องกันโควิด 19 แต่ก็ได้รับวัคซีนค่อนข้างช้า จนถึงขณะนี้เพิ่งได้รับวัคซีนไปเพียงประมาณ 7.25 แสนโดสจากโครงการ COVAX เท่านั้น โดยล๊อตล่าสุดเพิ่งถึงไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และได้เริ่มนำออกฉีดให้กลุ่มเป้าหมายและประชาชนได้แล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.)
นายหลี่กวงจาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำนิวยอร์ก
ส่วนทางด้านนางสาวบีคิม เซียว หรือ เซียว เหม่ยฉิน ทูตไต้หวันประจำสหรัฐฯ ก็บอกว่า กำลังพยายามขอให้สหรัฐฯ จัดส่งวัคซีนโมเดอร์นาที่ไต้หวันสั่งซื้อจากสหรัฐฯ ส่งถึงไต้หวันภายในเดือน มิ.ย. ศกนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันยังพยายามเจรจากับทำเนียบขาว ขอให้พิจารณาจัดสรรวัคซีนส่วนหนึ่งที่สหรัฐฯ กำลังจะนำมาบริจาคให้แก่ทั่วโลกจำนวน 20 ล้านโดส
นางสาวบีคิม เซียว หรือ เซียว เหม่ยฉิน ทูตไต้หวันประจำสหรัฐฯ
๓. สื่อนอกกังวลเศรษฐกิจไต้หวันกำลังเผชิญภัยรอบด้านทั้งโควิด แล้ง และไฟฟ้า
สำนักข่าวบูมเบิร์ก ของสหรัฐฯ รายงานวิเคราะห์เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันแสดงความวิตกกังวลว่า กำลังเผชิญหน้ากับภัยรอบด้าน ทั้งปัญหาการระบาดของโควิด19 ภัยแล้ง และการขาดแคลนไฟฟ้า อาจทำให้ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของไต้หวันประสบปัญหาอย่างรุนแรง
บทความของบูมเบิร์กระบุว่า หากการะบาดรุนแรงหนักขึ้น จนอาจต้องมีการล็อกดาวน์ กระทบการผลิต ในขณะที่ภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรง และการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ก็อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการผลิตแผ่นชิปและการผลิตเพื่อการส่งออกของไต้หวัน จนทำให้ไต้หวันต้องหลุดจากวงโคจรหนึ่งในประเทศในเอเชียที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจที่โดดเด่นในปีนี้
ไต้หวันแล้งหนัก ไฟฟ้าไม่พอใจ อาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ
รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด19 ในไต้หวัน เริ่มต้นจากที่ในต้นเดือน เม.ย. ไม่มีคนติดเชื้อในไต้หวันเลย กระทั่งในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 5 วัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไต้หวันพุ่งเพิ่มขึ้นถึง 1226 ราย กระทั่งต้องประกาศยกระดับมาตรการป้องกันระดับ 3 ในขอบเขตทั่วประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการในระดับ “กึ่งล็อกดาวน์” คือสั่งปิดสถานที่สาธารณะทั้งหมด ทั้งโรงหนัง โรงละคร สวนสาธารณะ สนามกีฬา สั่งให้ต้องสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่อออกนอกเคหสถานและห้ามรวมกลุ่มเกิน 10 ส่วนในอาคารห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน
รายงานข่าวดังกล่าวมีความเห็นว่า หากการระบาดรุนแรงขึ้น ไต้หวันก็อาจมีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เมื่อถึงตอนนั้น จริงก็จะส่งผลกระทบขยายวงจากเดิมที่จำกัดเฉพาะผู้ค้าปลีกในประเทศ ไปสู่ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการส่งออก ส่วนภาวะภัยแล้งที่ค่อนข้างรุนแรงในตอนนี้ ก็ทำให้ไม่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำได้ จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการสนองไฟฟ้าให้แก่อุตสาหกรรมการผลิตแผ่นชิปของไต้หวันที่ถือเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวัน
นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า หากการะบาดสามารถควบคุมได้ภายในวันที่ 30 มิ.ย. ก็จะสามารถควบคุมให้ผลกระทบต่อ จีดีพี ในปีนี้ให้อยู่ในกรอบประมาณ 0.16% แต่หากยืดเยื้อไปจนถึงไตรมาส 3 ก็จะส่งผลต่อ จีดีพี มากถึง 0.53% .