ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ คาด GDP ไต้หวันปีนี้พุ่ง 4-4.64%


Listen Later

๑. คาด GDP ไต้หวันปีนี้พุ่ง 4-4.64% แต่SME  ร้องได้รับอานิสงส์น้อยมาก ????

            สภาพัฒนาแห่งชาติ ไต้หวัน ได้ระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า คาดว่าเศรษฐกิจไต้หวันในปีนี้จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะครึ่งหลังของปีจะดีมากขึ้นเนื่องจากมีการฉีดวัคซีนทั้งในไต้หวันและในต่างประเทศทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจของไต้หวันฟื้นตัวตามไปด้วย สถาบันววิจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ต่างประเมินกันว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ของไต้หวันจะอยู่ที่ระหว่าง 3.2%-4.3% รัฐบาลจะเร่งผลักดันยกระดับการผลิตของอุตสาหกรรมในประเทศ และดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนในมากขึ้น ซึ่งก็คาดว่าจะสามารถดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจขยับขึ้นไปเป็นถึงกว่าร้อยละ 4 ทีเดียว

            สภาพัฒน์ฯ วิเคราะห์ว่า โควิด19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2020 เสียหายอย่างยับเยิน แต่เนื่องจากไต้หวันมีมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม ประกอบกับการระบาดของโควิด19 สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่อุตสาหกรรมดิจิทัลเพื่อการติดต่อทางไกล รวมทั้งเร่งให้คลัสเตอร์การผลิตทั่วโลกเกิดการโยกย้ายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เศรษฐกิจไต้หวันไม่เพียงแต่ไม่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่กลับเป็นหนึ่งในประเทศส่วนน้อยที่เศรษฐกิจมีการเติบโตในแดนบวก จนเป็นที่จับตามองของทั่วโลก

            นอกจากนี้ การคาดการณ์ขององค์กรเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่าง IMF、IHS Markit、OECD  ต่างระบุว่า เมื่อมีการฉีดวัคซีนเป็นวงกว้างแล้ว ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น ภาคธุรกิจก็จะมีการเติบโตที่อัดอั้นมานาน คลัสเตอร์การผลิตทั่วโลกก็จะมีการปรับตัวเคลื่อนย้ายใหม่ต่อเนื่อง เป็นการเสริมพลังใหม่ ๆ ให้แก่การเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวัน สภาพัฒน์ฯ ระบุว่า รัฐบาลต้องเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น จึงคาดว่าจะดึงให้ GDP ไต้หวันเติบโตได้ถึง 4% ในปีนี้

            อย่างไรก็ดี แม้จะดูมีอนาคตสดใส แต่ผู้ประกอบการรายย่อยที่เรียกกันว่า SME กลับมีความรู้สึกที่ทั้งดีใจและกลุ้มใจไปพร้อม ๆ กัน นายหลี่อวี้เจีย นายกสมาคมผู้ประกอบการ SME มีความเห็นว่า รู้สึกดีใจที่เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตต่อเนื่อง แต่ส่วนที่ค้ำจุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงคืออุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในขณะที่ SME ยังต้องมีการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพให้สูงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็กมีผลกำไรไม่เพียงพอเป็นอย่างมาก และยากที่จะเสริมศักยภาพความสามารถในการแข่งขันด้วยตนเอง เขาได้เรียกร้องให้รัฐบาลควรวางแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเป็นปราการหลังของภาคธุรกิจ รวมทั้งอาศัยนโยบายของรัฐบาลมาประคับประคองและให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยดี

            นายหลี่อวี้เจีย นายก SME ระบุว่า ตอนนี้ดัชนีหุ้นไต้หวันไปยืนอยู่ที่ถึง 16000 จุดแล้ว จีดีพี ปีนี้จึงมีโอกาสที่จะพุ่งเกินกว่า 4% ก็รู้สึกดีใจมาก แต่ก็ปะปนไปด้วยความวิตกกังวลเช่นเดียวกัน เพราะตัวเลขจีดีพีที่ได้มาจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในขณะที่ SME อาจจะไม่ได้รับอานิสงส์จากตัวเลข จีดีพี ดังกล่าวเท่าที่ควร

            เขาระบุว่า "ตอนนี้ SME มีผลกำไรน้อยมาก และยังมีปัญหาเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และการเริ่มต้นของ ทำให้ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดให้ได้อีกครั้ง"

         ส่วนทางด้านสำนักบัญชีกลาง (Directorate General of Budget, Accounting and Statistics - DGBAS) ไต้หวัน ได้ประมาณการตัวเลขอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ () ของไต้หวัน ประจำปี 2021 ว่า เนื่องจากการส่งออกจะยังคงดีวันดีคืน ทำให้ จีดีพี ไต้หวัน เติบโตประมาณ 4.64 สูงสุดในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ซึ่งเดิมสำนักบัญชีกลางคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว จีดีพี จะอยู่ที่ 4.59% แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ไปยืนอยู่ที่ 4.64% เนื่องจากการส่งออกเดือน ม.ค. 2564 เพิ่มขึ้นถึง 36.8% ประกอบกับการบริโภคภายในก็เพิ่มอุณหภูมิขึ้นเป็นลำดับ 

๒. พลังงานเขียวเร่งฝีก้าว คาดปีนี้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่งผุดอีก 3 โครงการ

            กรมการพลังงาน ไต้หวัน เปิดเผยว่า ในปีนี้ โครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งจะแล้วเสร็จอีก 3 โครงการ ผลิตกระแสไฟฟ้าได้เกินกว่า 800MW ส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ ในปีนี้ก็มีโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดที่จะแล้วเสร็จ ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 181 MW

             นายเฉิน ฉงเสี้ยน ผู้อำนวยการกอง กรมการพลังงาน ไต้หวัน ระบุว่า 3 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จ ประกอบไปด้วย โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมที่หยุนหลิน กำลังการผลิต 640 MW โดยปีที่จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 400 กว่าMW ส่วนที่เหมียวลี่ก็มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 376 MW ที่จางฮั่ว จะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. กำลังผลิต 110 MW จนถึงขณะนี้ โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า พลังงานลมของการไฟฟ้าไต้หวันได้เริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว 2 เครื่อง ส่วนอีก 19 เครื่อง ก็ได้สร้างฐานใต้น้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงฤดูมรสุม ทำให้ต้องเลื่อนและรอเวลาที่เหมาะสมในการติดตั้งที่ดีที่สุด

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti