ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๗


Listen Later

ดัชนีภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. พุ่งสวนทางการเติบโตต่ำของการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ 

             กระทรวงเศรษฐการไต้หวันได้ประกาศข้อมูลดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. ปีนี้อยู่ที่ 64.09 เพิ่มขึ้นต่อปี 13.23% โดยดัชนีที่มีสัดส่วนสูงสุดมีการเติบโตถึง 13.5% ต่อปี ดัชนีทั้งสองตัวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการไต้หวันวิเคราะห์ว่า นักลงทุนไต้หวันในต่างประเทศกลับมาลงทุนในไต้หวันเป็นจำนวนมาก ดันให้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมในไต้หวันพุ่งกระฉูด ทำให้อุตสาหกรรมและภาคการผลิตรวมทั้งการส่งออกเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งรวมถึงคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ผลิตในต่างประเทศซึ่งมีการเติบโตในระดับค่อนข้างต่ำที่แยกตัวออกจากกันอย่างเด็ดขาด ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะเป็นไฮซีซั่นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ดัชนีอุตสาหกรรมและภาคการผลิตขยับตัวสูงขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งคาดว่าดัชนีภาคการผลิตในเดือน ก.ค. จะปรับตัวสูงขึ้น 13.2-17.9% 

              กรมสถิติ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันระบุว่า ความต้องการอุปกรณ์ AI การคำนวนประสิทธิภาพสูงหรือ High Performance Computing และการบริกาข้อมูลคลาวด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนอุตสาหกรรมดั้งเดิมระดับล่างบางส่วนก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นเช่นเดียวกัน ประกอบกับตัวเลขฐานที่นำมาเปรียบเทียบก็ค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ทำให้ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมและดัชนีภาคการผลิตอื่น ๆ ที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูงอยู่ในสภาพที่ปรับตัวสูงขึ้นในระดับเลขสองหลัก โดยปรับเพิ่มขี้น 13.23% และ 13.5% ตามลำดับ ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเติบโตต่อเนื่อง อะไหล่อิเล็กทรอนิกส์เติบโต 23.05% ต่อปี ส่วนสินค้าคอมพิวเตอร์ และออฟติกมีการเติบโตต่อปี 36.07% โดดเด่นที่สุด  ส่วนอุตสาหกรรมดั้งเดิม โลหะพื้นฐาน สารเคมี และอุตสาหกรรมปุ๋ย อุปกรณ์เครื่องจักรกล ล้วนมีการเติบโตในแดนบวกทั้งสิ้น

            ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์และอะไหล่รถยนต์เป็นอุตสาหกรรมประเภทเดียวที่อยู่ในสภาพติดลบ 8.15% กรมสถิติชี้แจงว่า สาเหตุสำคัญก็คือรถยนต์ขนาดเล็กแบบสันดาปต้องแข่งขันในตลาดรถยนต์ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องแข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้มีความต้องการลดลง ประกอบกับอะไหล่รถยนต์อยู่ในสภาพล้นสต๊อกที่แตกต่างกันทำให้ต้องลดการผลิต ครึ่งหลังของปีจะฟื้นตัวขึ้นได้หรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของความต้องการในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป

ขึ้นเงินเดือนข้าราชการปีหน้า 3% แต่กลุ่มข้าราชการระบุไล่ไม่ทันราคาสินค้า

         หลังจากที่นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่ ไต้หวันได้ประกาศปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ทหาร และครู 3% ตั้งแต่ปีใหม่หน้าเป็นต้นไป ในขณะที่องค์กรครูทั่วประเทศ และสมาคมครูใหญ่ไต้หวันต่างมีความเห็นว่าการปรับเพิ่มขึ้นเพียง 3% เมื่อเทียบกับค่าครองชีพและราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว ยังแตกต่างกันเป็นอย่างมาก 

         สภาบริหารไต้หวันเปิดเผยว่า การปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการที่ 3%  เป็นการปรับเพิ่มขึ้นที่เหมาะสม ที่สำคัญนั้น เนื่องจากมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอย่างต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน ประกอบกับดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคหรือ CPI คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อปีประมาณ 2% 

         นายโหวจวิ้นเหลียง นายกสหพันธ์ครูแห่งชาติไต้หวันเปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนข้าราชการยังไม่ได้เปิดการประชุม แต่สภาบริหารประกาศแล้วว่าจะปรับเพิ่ม 3% แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจในการพิจารณาในเรื่องนี้ เพียงแต่แสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาเท่านั้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจและดับนีราคาสินค้าแล้ว การปรับเพียง 3% จึงเทียบกันไม่ได้เลย 

   นายโหวจวิ้นเหลียง นายกสหพันธ์ครูแห่งชาติไต้หวัน

        นายโหวฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ตอนนี้นักศึกษาอาชีวะหาครูสอนด้านวิศว หรืออิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้แล้ว เพราะเงินเดือนน้อยเกินไป ส่วนเงินเดือนภาคเอกชนสูงกว่ามาก จึงไม่อาจดึงดูดให้บุคลากรเหล่านี้ยึดอาชีพครู ข้าราชการ ทหารและครู ถือเป็นทรัพยากรสำคัญของรัฐบาล ควรให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม จึงจะสามารถดึงดูบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถได้ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดตั้งกลไกที่เหมาะสม ให้การพิจารณาเงินเดือนข้าราชการมีกฎหมายรองรับ เปิดเผยและโปร่งใส

       ส่วนนายเฉินชิงอี้ นายกสมาคมครูใหญ่โรงเรียนประถมและมัธยมสาธารณรัฐจีนระบุว่า ต้องขอชมรัฐบาลที่ขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ แต่ก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้เสนอให้ปรับขึ้นเงินเดือน 6-8% ตามข้อมูลเกี่ยวกับราคาสินค้าของสำนักบัญชีกลาง ดังนั้น การปรับเพิ่มเพียง 3% จึงไล่ไม่ทันราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น 

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti