ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖


Listen Later

แบงก์ไต้หวันใน “มุ่งใต้ใหม่” ปล่อยสินเชื่อที่สิงคโปร์เพิ่มขึ้นสูงสุด ส่วนไทยอยู่ในอันดับ 4 

               ธนาคารพาณิชย์สัญชาติไต้หวันได้ขยายอาณาจักรในประเทศเป้าหมาย “มุ่งใต้ใหม่” อย่างต่อเนื่อง และขยายการให้บริการมากยิ่งขึ้น สู่การปล่อยกู้และการให้สินเชื่อ ทั้งนี้เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของรัฐบาลด้วย สถิติล่าสุดของคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวัน ระบุว่า ธนาคารสัญชาติไต้หวันในประเทศมุ่งใต้ที่ให้บริการสินเชื่อ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งบรรลุเป้าหมายก่อนกำหนดเวลา 6 หมื่นล้าน ตลอดทั้งปี ส่วนธนาคารสัญชาติไต้หวันที่ทำกำไรสูงสุดในประเทศมุ่งใต้ใหม่ ไตรมาสแรกคือประเทศสิงคโปร์ เป็นอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ เวียดนาม ออสเตรเลีย ไทย และฟิลิปปินส์ 

              เมื่อกลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวัน ได้ประกาศผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ไต้หวันในประเทศมุ่งใต้ใหม่ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 2.29 หมื่นล้าน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 6 หมื่นล้าน ทำได้เพียง 38% ของเป้าหมายเท่านั้น อย่างไรก็ดี ในเดือน มิ.ย. ทำกำไรอย่างก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นอีก 5.21 หมื่นล้าน ยอดรวมการปล่อยสินเชื่อในประเทศมุ่งใต้ใหม่สูงถึง 1.5766 ล้านล้าน เพิ่มขึ้นจากยอดสินเชื่อเมื่อปลายปี 2022 ที่อยู่ที่ 1.5016 ล้านล้าน เพิ่มขึ้น 7.5 หมื่นล้าน 

             คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวันระบุว่า เมื่อได้สอบถามผู้บริหารของธนาคารสัญชาติไต้หวันบางส่วน พบว่าสาเหตุที่การปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศมุ่งใต้ใหม่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ที่สำคัญมาจากความคึกคักของกิจกรรมทางการค้าและเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ ทำให้มีความต้องการเม็ดเงินเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ทำให้ยอดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น

            สถิติของคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวันระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยอดสินเชื่อของธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารไทเปฟูบอง 2.5 หมื่นล้าน ธนาคารไชน่าทรัสต์ 9.5 พันล้าน และอันดับ 3 ธนาคารไต้หวันหรือ Bank of Taiwan ปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 8,400 ล้าน นอกจากนี้ ยอดรวมการปล่อยสินเชื่อให้กับประเทศต่าง ๆ 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย อินเดีย 7.48 หมื่นล้าน ออสเตรเลีย 2.64 หมื่นล้าน ไทย 4.1 พันล้าน ฟิลิปปินส์ 3 พันล้าน และมาเลเซีย 100 ล้าน 

             นอกจากนี้ กำไรที่ธนาคารพาณิชย์สัญชาติไต้หวันในประเทศมุ่งใต้ใหม่ได้รับ 5 อันดับแรกของไตรมาสแรกของปีนี้ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม ออสเตรเลีย ไทย และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ 

สาขาของธนาคารพาณิชย์สัญชาติไต้หวัน ในประเทศเป้าหมาย "มุ่งใต้ใหม่" 

ญี่ปุ่นพร้อมอุดหนุนสร้างโรงงานผลิตแผ่นชิพ TSMC แห่งที่ 2 ในเมือง Kumamoto

               สื่อนอกรายงานว่า ทางการญี่ปุ่นได้เสนอเงื่อนไขให้เงินอุดหนุนการก่อสร้างโรงงานผลิตแผ่นชิพของ TSMC ในเมือง Kumamoto ของญี่ปุ่น โดยจะให้เงินอุดหนุนจำนวน 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์อาวุโสเปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นเสนอเงื่อนไขเพื่อดึง TSMC ไปลงทุนเปิดโรงงานผลิตแผ่นชิพในญี่ปุ่น โดยโรงงานแห่งแรกที่ Kumamoto รัฐบาลให้เงินอุดหนุนครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงงาน แต่เนื่องจากตอนนี้ ญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาพ “พระเยอะ แต่โจ๊กน้อย” จึงอาจให้เงินอุดหนุนลดลงตามที่คาดไว้ แม้ TSMC จะสร้างโรงงานในญี่ปุ่นเพื่อบริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างโรงงานในญี่ปุ่นค่อนข้างสูง มากกว่าการสร้างโรงงานในไต้หวันถึง 50% ทำให้การให้เงินอุดหนุนลดลงในคราวนี้ จะส่งผลกระทบต่อความต้องการในการสร้างโรงงานในญี่ปุ่นของ TSMC อีกครั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า TSMC จะใช้โอกาสนี้ปรับขึ้นราคาหรือไม่ เพื่อให้ต้นทุนกับกำไรอยู่ในสภาพสมดุลกัน 

              นักวิเคราะห์อาวุโสไต้หวันมีวิเคราะห์ว่า ต้นทุนในการประกอบการในยุโรปและสหรัฐฯ สูงที่สุด รองลงมาก็คือญี่ปุ่น ซึ่งค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงงานในญี่ปุ่นสูงกว่าการก่อสร้างในไต้หวันถึง 50% ถึงเท่าตัวขึ้นไปทีเดียว เนื่องจากนอกจากต้นทุนด้านราคาวัตถุดิบหรือค่าแรงจะสูงกว่าในไต้หวันแล้ว และหลังเหตุแผ่นดินไหว 311 ในญี่ปุ่น ญี่ปุ่นได้สั่งปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวนมาก ทำให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก 

             นักวิเคราะห์คนดังกล่าวยังมีความเห็นอีกว่า ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นต้องการชักชวนให้ TSMC ไปเปิดโรงงานในญี่ปุ่น จึงเสนอเงินอุดหนุนครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง แต่ตอนนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์ไม่ว่าจะเป็นซัมซุงหรืออินเทลต่างทะยอยลงทุนเปิดโรงงานในญี่ปุ่น กลายเป็นสถานการณ์ที่ “พระเยอะกว่าโจ๊ก” (僧多粥少) ประกอบกับรัฐสภาญี่ปุ่นก็มีคำสั่ง ทำให้การลดเงินอุดหนุนสำหรับโรงงานแห่งที่ 2 จึงเป็นไปตามคาด อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่จะทำให้ TSMC ตกปากรับคำสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในญี่ปุ่น จึงอยู่ที่จะสามารถขึ้นราคาตามสถานการณ์หรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์มีความเห็นว่า “แน่นอนว่า กรณีดังกล่าวบั่นทอนความต้องการในการไปลงทุนสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในญี่ปุ่นอย่างแน่นอน แต่หากลูกค้าต้องการสินค้าจากเราจริง ๆ ก็อาจจะเป็นเพราะสินค้ามีคุณภาพดี ดีสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่น ลูกค้าก็ต้องการเรา ก็ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า จะขึ้นราคาแล้วนะ หากลูกค้ายอมรับการขึ้นราคาได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ขึ้นราคา หากลูกค้าไม่สนใจหรือรับไม่ได้ TSMC ก็จะไม่ไปสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ที่ญี่ปุ่น 

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti