ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕


Listen Later

๑. นักวิชาการไต้หวันฟันธงยุคทองตลาดจีนสิ้นสุดลงแล้ว  

            หลังการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ จีนได้คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจไต้หวันหลายรายการ รวมทั้งการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากไต้หวัน ห้ามส่งออกทรายไปยังไต้หวัน และยังห้ามนำเข้าสำค้าไต้หวันอีกกว่า 2000 รายการ เพื่อตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางเพโลซีฯ อย่างไรก็ตาม นักวิชาการไต้หวันระบุว่า เมื่อพิจารณายอดมูลค่าการส่งออกของสินค้าเหล่านี้แล้วมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดส่งออกทั้งหมดไปจีนของไต้หวัน และที่แน่ ๆ คือจีนจะไม่สั่งห้ามนำเข้าสินค้าอะไหล่อิเล็กทอรนิกส์จากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นชิปที่จีนต้องพึ่งพาจากไต้หวัน เพื่อผลิตสินค้าส่งออกเป็นจำนวนมาก 

จีนตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางเพโลซีฯ ด้วยการสั่งห้ามนำเข้าสินค้านับพันชนิดจากไต้หวัน 

           คุณหลี่ฉุน รองผู้อำนวยการอาวุโสศูนย์ WTO และ RTA ประจำสถาบันวิจัยเศรษฐกิจจงหัว ได้กล่าวในการสัมนาว่าด้วย “วิเคราะห์การเยือนเอเชียของประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ” ที่จัดขึ้นโดยศูนย์วิจัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจิ้งจื้อ ไต้หวัน ได้เปรียบเทียบการรับมือกับใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจมากดดันไต้หวัน ก็เสมือนกับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโควิด-19 ที่ต้องผ่านระยะปรับตัวและอาจมีอาการไม่พึงประสงค์

           คุณหลีฯ ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาเป็น “ดอกผล” จากความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน ทำให้สินค้าเกษตรไต้หวันที่สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมากมายมหาศาลได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างปลาเก๋า ถ้าจะส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ หรือยุโรป ก็ต้องเลี้ยงให้ตัวใหญ่กว่านี้ เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของตลาดที่นั่น แต่การขยายระยะเวลาการเลี้ยงให้นานออกไปอีกก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ส่วนสัปปะรดถ้าจะส่งออกไปญี่ปุ่น ก็ต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนปลูกให้สามารถสืบสาวไปจนถึงแหล่งต้นตอการผลิตหรือเพาะปลูกได้ 

           คุณหลี่ฉุน บอกอีกว่า แน่นอนว่านี่อาจเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างเจ็บปวดสำหรับผู้ประกอบการ รัฐบาลจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการอย่างเต็มที่เพื่อลดและย่นระยะเวลาแห่งการเจ็บปวดให้น้อยและสั้นที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเราสามารถกระจายตลาดออกไปได้แล้ว และปรับโครงสร้างการผลิตไปพร้อม ๆ กัน ก็จะไม่ต้องไปเกรงกลัว “การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ” จากจีนอีก 

           ส่วนประเด็นการขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ที่ไต้หวันยื่นขอสมัครเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว เหตุการณ์นี้จะกระทบหรือไม่ คุณหลีฉุน ระบุว่า “เมื่อพิจารณาจากการผลักดันกรอบเศรษฐกิจอินโดแปซิฟิก(IPEF)ที่สหรัฐฯ กำลังผลักดันอย่างเต็มที่ก็จะเห็นได้ว่า หลายประเทศพยายามเลี่ยงการเลือกข้างระหว่างสหรัฐฯ หรือจีน ท่าทีเหล่านี้ก็จะปรากฎให้เห็นอีกในการพิจารณาการขอเป็นสมาชิก CPTPP ของไต้หวันและจีน ซึ่งไต้หวันมีโอกาสที่จะได้เข้าเป็นสมาชิกต่ำมาก ไม่เกี่ยวกับการเยือนไต้หวันของนางเพโลซีฯ เพราะโอกาสต่ำอยู่แล้ว

           สำหรับประเด็นที่นางเพโลซีฯ กล่าวถึงการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกันนั้น คุณหลี่ฉุน เห็นว่า ตอนนี้พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านต่างยังไม่เห็นด้วยที่จะให้สหรัฐฯ จัดทำความตกลงการค้ากับต่างประเทศในตอนนี้ ที่นางเพโลซีฯ พูดถึงน่าจะเป็นการเจรจาการค้าศตรวรษที่ 21 ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันมากกว่า 

          ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ก็ระบุว่า หลังจากที่การเจรจาการค้าศตวรรษที่ 21 ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ เปิดฉากขึ้นเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมาแล้ว ก็มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมของความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ในเร็ว ๆ นี้  

   

๒. AmCham ไต้หวัน ชี้ 6 ช่องทางร่วมมือกับไต้หวัน หลังเพโลซีเยือนไต้หวัน

          หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนไต้หวันแบบสายฟ้าแลบของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ และเดินทางออกจากไต้หวันเมื่อ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ในวันรุ่งขึ้น หอการค้าอเมริกัน ไต้หวัน หรือ AmCham Taiwan ได้แสดงความขอบคุณต่อการที่รัฐบาลหรือรัฐสภาสหรัฐฯ แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันและให้ความสนใจประเด็นไต้หวัน ในช่วงเวลาที่การระบาดของโควิด-19 ชะลอตัวลง หอการค้าอเมริกันยินดีที่จะมีปฏิสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นกับคณะผู้แทนที่เยือนไต้หวันและยินดีที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ในการกระชับความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ 

          หอการค้าอเมริกันระบุว่า การเยือนไต้หวันของคณะทางการสหรัฐฯ มีความหมายมาก หอการค้าอเมริกันได้พัฒนาตัวเองในช่วง 71 ปีที่ผ่านมา ภายใต้สถานการณ์การประกอบธุรกิจที่สันติ กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความเจริญรุ่งเรืองและนวัตกรรมในภูมิภาคและขอบเขตทั่วโลก  หอการค้าอเมริกันเชื่อมั่นว่า การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้ลึกซึ้งและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นหนทางเดียวที่ดีที่สุดในการพัฒนาสู่อนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประเด็นที่สำคัญอยู่หลายประการ อาทิ ประเด็นด้านสาธารณสุข อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน และการอบรมบ่มเพาะบุคลากร ไต้หวันกับสหรัฐฯ พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ในศตวรรษที่ 21 

        นอกจากนี้ ปฏิสัมพันธ์ในช่วงที่ผ่านมาระหว่างผู้นำเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองฝ่าย หอการค้าขอเรียกร้องให้มีวาระที่กระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น อาศัยรูปแบบทั้งทางการและไม่เป็นทางการ เร่งความเร็วในการร่วมมือกัน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการจัดทำความตกลงทางการค้าแบบทวิภาคี หรือ BTA

       นายเว่ยลี่อัน ผู้จัดการหอการค้าอเมริกัน ไต้หวัน ระบุว่า หอการค้าอเมริกันยินดีที่จะอุทิศตนให้แก่การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานทางการและเอกชน อาทิ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ได้มีการจัดทำความตกลงโครงสร้างความร่วมมือเทคโนโลยีการค้าและการลงทุนหรือ TTIC และการเริ่มการเจรจาการค้าศตวรรษที่ 21 ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วในปีนี้


 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti