ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๗


Listen Later

Rti เชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์ "“สงครามการค้า? สงครามเทคโนโลยี? อิทธิพลต่อโลกและต่อไต้หวันของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังเลือกตั้งของสหรัฐฯ”

        เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานีวิทยุอาร์ทีไอ ซึ่งเป็นสถานีวิทยุแห่งชาติของไต้หวัน ร่วมกับสภาวิจัยแห่งชาติไต้หวันเชิญ ศ. หวางหงเหยิน ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายแห่งชาติ และอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเฉิงกง ไต้หวัน นายหลี่เจิ้นอวี่ นักวิชาการเศรษฐศาสตร์อันดับ 1 ไถซินไฟแนนเชียลโฮลดิ้งคอมปานี ไต้หวัน ศ. ไช่เหวยเจ๋อ คณะบริหารการคลัง มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น และ ศ. หลี่เหวินซี อาจารย์พิเศษคณะเครื่องกลมหาวิทยาลัยเฉิงกง และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชีย ไต้หวัน ร่วมแสดงทัศนะในหัวข้อ “สงครามการค้า? สงครามเทคโนโลยี? อิทธิพลต่อโลกและต่อไต้หวันของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังเลือกตั้งของสหรัฐฯ”

       โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ อีกครั้งเป็นวาระที่ 2 หลังเว้นวรรคไป 4 ปี ในวันที่ 20 ม.ค. ศกหน้า ซึ่งเป็นที่จับตามองของทั่วโลกว่า ทรัมป์ฯ 2.0 จะสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกอย่างไรบ้าง โดยในส่วนของนักวิชาการไต้หวันมีความเห็นว่า ทรัมป์ฯ ได้ประกาศแล้วว่า เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งแล้วจะทำอะไรบ้าง รัฐบาลจึงควรเตรียมมาตรการรับมือไว้ให้พร้อม ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ        

         นายหลี่เจิ้นอวี่ มีความเห็นว่า สิ่งที่จีนจะเจ็บปวดมากที่สุดหลังทรัมป์ฯ ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งก็คือสิ่งที่จีนต้องใช้เวลามากทีุ่่สุด ต้องระดมสรรพกำลังมากที่สุด ต้องลงแรงมากที่สุด ซึ่งคือแผง Solar Cell แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่พลังงานไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้ จีนสามารถผลิต Solar Cell ได้ถึง 1.9 เท่าของปริมาณความต้องการของโลกต่อปี  นอกจากนี้ ยังคาดว่า ทรัมป์ฯ มุ่งเล่นงานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความสุกงอมแล้ว แต่ไม่ใช่ TSMC เพราะว่า ประการแรก TSMC เป็นผู้ผลิตอะไหล่ขั้นกลาง การเล่นงานด้วยภาษีต่อสินค้าอะไหล่ขั้นกลาง มีความยากพอสมควร ประการที่ 2 คือ TSMC เป็นซัพพลายเออร์ของทั้ง NVIDIA、Meta และ Amazon พอถูกโจมตีด้วยภาษี หุ้นของบริษัทเหล่านี้ก็จะร่วงลงอย่างแน่นอน

        ส่วน ศ. หลี่เหวินซี ก็บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ประชาธิปไตย หรือแข่งขันอย่างเสรีทางเศรษฐกิจ ผลประโยชน์ของไต้หวันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ จีนเป็นคู่แข่งที่ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว “ไต้หวันต้องยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับสหรัฐฯ จุดนี้เป็นสิ่งที่ไม่ต้องสงสัย” นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวถึง ทุกฝ่ายต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันแข็งจริง ๆ แต่ไม่ได้เข้มแข็งเฉพาะการผลิตเท่านั้น  ในความเป็นจริง แต่อุปกรณ์การผลิตและวัตถุดิบ ไต้หวันต้องพึ่งพาทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานอีกด้วย 

        ศ. หวางหงเหวิน ได้แสดงทัศนะในที่การสัมมนาว่า ทรัมป์ฯ ได้ประกาศทิศทางนโยบายของตนเป็นจำนวนมากแล้ว แต่ดูเหมือนว่า ยังไม่เห็นรัฐบาลไต้หวันเสนอแนวทางในการรับมือที่เป็นชิ้นเป็นอันใด ๆ ในขณะที่แคนาดา และเวียดนาม ซึ่งถูกระบุจากทรัมป์ฯ แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีปฏิกิริยาแล้ว ส่วนจีนตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะถูกเข้าไปเต็ม ๆ ซึ่งก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลง หลังจากที่ทรัมป์ฯ ประกาศในวันต่อมา จีนก็ได้ปล่อยตัวชาวอเมริกัน 3 คน ที่จีนควบคุมตัวไว้  

“สงครามการค้า? สงครามเทคโนโลยี? อิทธิพลต่อโลกและต่อไต้หวันของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังเลือกตั้งของสหรัฐฯ”โดย Rti

คาดปีหน้าเอไอดันมูลค่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเติบโตร้อยละ 6.48

           สถาบันวิจัยเทคโนโลยอุตสาหกรรม หรือ ITRI ไต้หวัน ได้ประเมินว่า อุตสาหกรรมเอไอหรืออุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ยังคงร้อนระอุ เสมือน “ลมตะวันออก” ของภาคอุตสาหกรรมที่จะกระหน่ำให้เศรษฐกิจไต้หวันพุ่งกระฉูดมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าในปีหน้า เศรษฐกิจโดยทั่วไปจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาคการผลิตมีมูลค่ารวม 25.9 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.48 โดยอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์จะมีมูลค่ารวม 2.4 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เติบโตร้อยละ 7.5 อย่างไรก็ดีได้เตือนว่า ต้องระมัดระวังและฝ้ายระวังความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นปัจจัยทางการเมืองที่ยังคงอยู่ในภาวะผันผวน 

          ทีม IEKCQM ของ ITRI คาดว่า ท่ามกลางการกระตุ้นจากการลดภาษีของสหรัฐฯ และโอกาสทางธุรกิจของ AI จะทำให้อุตสาหกรรม 4 ประเภทของภาคการผลิตมีการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยอุตสาหกรรมไอทีจะเติบโต 10.33% เครื่องจักรกลโลหะ 3.54% อุตสาหกรรมปิโตรเคมี 2.42% อย่างไรก็ดี การเพิ่มอุณหภูมิของความขัดแย้งในภูมิภาค ลัทธิคุ้มครองทางการค้าผงกหัวขึ้น การปรับนโยบายเงินตราของธนาคารของแต่ละประเทศไม่พร้อมกัน และพลังการผลิตล้นเกินของจีน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ปัจจัยแห่งความไม่แน่นอนรุนแรงมากขึ้น จึงควรเฝ้าระวังจับตาการพัฒนาในอนาคตด้วย 

ครม. ไต้หวันอนุมัติงบ 4.08 พันล้าน 4 ปี พัฒนาพลังงานสะอาด อุดหนุนติดตั้ง Solar Cell บนหลังคา สูงสุดอุดหนุน 3 แสนเหรียญไต้หวัน/ครัวเรือน
          เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาบริหารหรือคณะรัฐมนตรีของไต้วันได้พิจารณาอนุมัติแผนการของกระทรวงเศรษฐการ "โครงการเร่งการติดตั้ง Solar Cell บนหลังคาครัวเรือน" ตั้งแต่ปีงบประมาณหน้า เป็นเวลา 4 ปี งบประมาณรวม 4.08 พันล้านเหรียญไต้หวัน คาด 1.2 แสนครัวเรือนได้รับอานิสงส์ 
          แผนการดังกล่าวจะให้เงินอุดหนุนในกรณีที่ใช้พื้นที่ต่ำว่า 1000 ตร.ม. โดยให้เงินอุดหนุน kW ละ 3000 เหรียญไต้หวัน สูงสุดไม่เกินรายละ 3 แสนเหรียญไต้หวัน จำนวน 1.2 แสนครัวเรือน 
          กรมการพลังงานไต้หวันคาดว่า ในปี 2025 จะมีการติดตั้ง Solar Cell  ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้รวม 13.82 GW ในปี 2025 แบ่งเป็นการผลิตจาก Solar Cell บนหลังคา 8.76 GW ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2026 ผลิตได้รวม 20 GW พอถึงปี 2030 จะผลิตได้เป็น 31 GW

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti