
Sign up to save your podcasts
Or


หมัดเด็ดแก้ปัญหาร้อนจัด โดยไม่ต้องมีเครื่องปรับอากาศ
“แผนทำให้เย็นลง” เปลี่ยนทิศทางสิ่งปลูกสร้าง ลดความร้อนบนเกาะสิงคโปร์
หากต้องการลดอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม จะอาศัยเพียงการประหยัดพลังงานของสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเริ่มต้นที่การออกแบบผังเมืองทั้งเมือง ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ค. ปีนี้ (2023) ชาวไทเปน่าจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับอากาศร้อนได้อย่างแรงกล้า เพราะอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส ร้อนกว่าพื้นที่อื่น ๆ ในไต้หวัน ทั้ง ๆ ที่กรุงไทเปตั้งอยู่ในจุดที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลค่อนข้างสูง แต่กลับมีความรู้สึกร้อนกว่าเขตอื่น ๆ ในไต้หวัน เพราะได้รับผลกระทบจาก “ปฏิกิริยาความร้อนของเกาะ” ที่พบเห็นได้บ่อยในเขตเมืองทั่วไป ปฏิกิริยาความร้อนบนเกาะหมายถึงการที่ในเมืองมีสิ่งปลูกสร้างค่อนข้างหนาแน่น พื้นที่สีเขียวน้อย เครื่องปรับอากาศและยานขนส่งคมนาคมกลายเป็นแหล่งเพิ่มความร้อนที่เกิดจากมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิในเมืองเพิ่มสูงขึ้น หากต้องการแก้ปัญหาปฏิกิริยาเพิ่มความร้อนนี้ให้ได้ ก็จะต้องเริ่มปฏิรูปกันตั้งแต่การวางผังเมือง
สภาพภูมิอากาศที่มีความใกล้เคียงกันระหว่างไต้หวันกับสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความเป็นเมืองที่มีอากาศค่อนข้างร้อนระอุ ความชื้นเฉลี่ยสูงถึง 84% ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นแบบนี้ ที่ผ่านมาได้อาศัยนโยบายการติดเครื่องปรับอากาศให้มีความแพร่หลายและทั่วถึง จนกลายเป็นปาฏิหารย์ทางเศรษฐกิจเขตร้อน แต่ตามการแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของภาวะโลกร้อน สิงคโปร์ก็เริ่มแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ในการลดความร้อนนอกจากการอาศัยเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้ เพื่อรักษาฐานะการเป็นผู้นำของศูนย์การเงินระหว่างประเทศท่ามกลางอากาศที่เพิ่มอุณหภูมสูงขึ้นเป็นลำดับ
ในปี 2017 รัฐบาลสิงคโปร์ได้เริ่มแผน “ทำให้สิงคโปร์เย็นลง” โดยเริ่มมอนิเตอร์จากตัวอย่างข้อมูลทางสถิติทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาวิจัยหาวิธีการอย่างเป็นระบบในการวางผังเมืองของสิงคโปร์ ตามเป้าหมายแห่งการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ลดปฏิกิริยาเกาะร้อนที่มีต่อสิงคโปร์ให้น้อยลง การศึกษาวิจัยพบว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของเขตพื้นที่มีตึกรามบ้านช่อง อาคารสูงตั้งอยู่อย่างหนาแน่น สูงกว่าอุณหภูมิของเขตที่ยังไม่มีการพัฒนาบุกเบิกประมาณ 4.3 องศาเซลเซียส แต่โดยรวมแล้วปฏิกิริยาความร้อนเกาะส่งผลให้สิงคโปร์มีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1.5 องศาเซลเซียส
แผนทำให้สิงคโปร์เย็นลงได้เสนอมาตรการลดอุณหภูมิโดยการวางผังเมืองต่าง ๆ มากมาย อาทิ เปลี่ยนทิศทางของสิ่งปลูกสร้าง เพื่อดึงให้ลมพัดเข้าสู่เมือง อาศัยการไหลของน้ำมาลดอุณหภูมิของสิ่งปลูกสร้าง ส่วนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีความสำคัญในแผนการการลดผลกระทบจากปฏิกิริยาเกาะร้อนเช่นเดียวกัน พืชเขียวไม่เพียงแต่สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้เท่านั้น ยังใช้เป็นที่หลบแดดให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ลดโอกาสที่จะกลายเป็นลมแดดเมื่อออกนอกอาคารสถานที่ได้อีกด้วย เขตเมืองที่ที่ดินเป็นเงินเป็นทองแบบนี้ ก็ควรที่จะต้องเอาที่ดินที่มีอยู่ทั้งหมดมาสร้างอาคารระฟ้าให้หมด แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อน อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับจนยากจะควบคุมได้เช่นนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแนวความคิดในอดีต รัฐบาลสิงคโปร์พยายามแก้ปัญหาพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอ จึงตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้จำนวน 1 ล้านต้น ภายในปี 2030 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ได้เนรมิตรเเป็นเขตพื้นที่ระเบียงสีเขียวในเมืองที่มีราคาที่ดินแพงได้แล้ว และยังได้อาศัยการปลูกต้นไม้มาสร้างพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นอีกด้วย ขณะเดียวกันยังช่วยลดจำนวนอาคารปูนซิเมนต์ที่ดูดความร้อนให้เหลือน้อยลง ส่งผลให้มีการถ่ายเทอากาศลดอุณหภูมิได้อีกด้วย
กลไกระบายอากาศแบบธรรมชาติของเยอรมนี เริ่มแผน “หลีกทางให้ลม” มาตั้งแต่เมื่อ 85 ปีที่แล้ว
นอกจากเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังมีวิธีการอะไรอีกที่จะสามารถลดอุณหภูมิในเมืองได้อีกเล่า? การวางผังเมืองในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ยังขาดแนวความคิด “หลีกทางให้ลม” แต่กลับสร้างอาคารระฟ้าหลังแล้วหลังเล่า มารองรับผู้คนจำนวนมากขึ้นที่อพยพเข้ามาสู่เมือง
ตามการแสดงอิทธิฤทธิ์ของ “ปฏิกิริยาเกาะร้อน” แนวความคิดระเบียงระบายลมจึงเริ่มเป็นแนวทางที่นิยมนำมาพิจารณาวางผังเมืองของเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียวไปจนถึงปักกิ่ง แต่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 1938 เป็นต้นมา Stuttgart ของเยอรมนี พบว่าลมมีประโยชน์ต่อเมือง ดังนั้น จึงได้จ้างนักวิทยาศาสตร์ด้านอุตุนิยมวิทยาเข้าร่วมการวางผังเมือง ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นการวางแผนการรับมือไว้ล่วงหน้า ซึ่งในตอนนั้น Stuttgart ได้อาศัยนโยบายมาควบคุมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ปฏิรูปกลไกการระบายอากาศแบบธรรมชาติของเมือง อาศัยโอกาสนี้ปรับปรุงแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศและความร้อนของเกาะ ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือสามารถลดการใช้พลังงานของตัวอาคาร
แนวความคิดเกี่ยวกับระเบียงระบายอากาศเผยแพร่เข้าสู่ไต้หวันค่อนข้างช้า ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลเกาะร้อนมากที่สุดคือกรุงไทเป แม้จะมีสวนสาธารณะ แม่น้ำและพื้นที่สีเขียว ดึงลมธรรมชาติเข้ามาในเขตเมืองได้ค่อนข้างมาก แต่กลับเป็นเพราะคำขวัญของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ “ริมน้ำแถวแรก” “แถวแรกท่าน้ำ” หรือ “แถวแรกริมสวน” จนทำให้ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้น และทำให้โครงการบ้านริมน้ำมีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น และระยะห่างระหว่างตัวอาคารก็หดแคบลงเป็นลำดับ ทำให้การระบายอากาศไม่สามารถระบายไปยังพื้นที่อื่น ๆ เป็นเหตุให้ความร้อนถูกเก็บกักไว้ในเมือง
ในช่วงที่ผ่านมา เมืองต่าง ๆ ในไต้หวันต่างรวมเอาการออกแบบระเบียงระบายอากาศไว้ในการวางผังเมืองมากขึ้นด้วย ส่วนเมืองที่ให้เงินอุดหนุนการออกแบบผังเมืองโดยคำนึงถึงระเบียงระบายอากาศก็คือ นครไทจง ในขณะที่ด้านเหนือของเขตป่านเฉียวและเจียงชุ่ยในนครนิวไทเป ได้กลายเป็นเขตสาธิตการออกแบบผังเมืองที่รวมเอาการออกแบบระเบียงระบายอากาศเข้าไปด้วย ส่วนเขตอื่น ๆ ก็มีแผนการในลักษณะดังกล่าวอยู่บ้าง อย่างเช่นที่บริเวณเขตพิเศษรถไฟความเร็วสูงซาหลุน นครไถหนาน ก็ขอให้มีการทำเป็นเขตระเบียงระบายอากาศ ซึ่งต้องมีการออกแบบทั้งระบบโดยรวม จึงจะสามารถเชื่อมต่อระเบียงระบายอากาศของทั้งเมืองได้ เพื่อให้ได้ผลในการลดอุณหภูมิที่ดี ศ. พิเศษ หลินจื่อผิง แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง ในฐานะหัวหน้าห้องทดลองสิ่งปลูกสร้างกับสภาพอากาศ หรือ BCLab (Building and Climate Lab, BCLab) ได้ร่วมมือกับหน่วยงานและทีมงานของเมืองต่าง ๆ ศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำ “แผนที่สภาพสิ่งแวดล้อมและอากาศของเมือง” โดยอาศัยการตรวจวัดสภาพอากาศไมโคร (Microclimate Monitoring) และอาศัยการเขียนบทความต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ให้ประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ยุทธศาสตร์ตีกลับปฏิกิริยาเกาะร้อนถอยร่นออกจากเมือง ไต้หวันควรทำอย่างไร?
ฤดูร้อนในไต้หวันอากาศร้อนอบอ้าวและชื้นมาก ส่วนฤดูหนาวก็อาจมีลมหนาวเข้ามาบ้าง ด้วยเหตุนี้ การออกแบบสิ่งปลูกสร้างจึงนอกจากจะต้องกั้นความร้อน หลบแดดแล้ว ยังต้องให้ความสนใจกับการออกแบบให้มีการระบายอากาศที่ดีอีกด้วย มาตราที่ 17 “มาตรฐานสิ่งปลูกสร้างสีเขียว” ที่ระบุไว้ใน “ระเบียบเทคนิคสิ่งปลูกสร้าง” พิจารณาจากลักษณะพิเศษของอากาศในไต้หวัน กำหนดกรอบการออกแบบสิ่งปลูกสร้างภายนอกให้สามารถระบายความร้อนและความชื้น รวมทั้งประหยัดพลังงานด้วย ซึ่งก็คือการออกแบบสิ่งปลูกสร้างแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการออกแบบให้สามารถหลบแดดได้ ระบายอากาศได้ โครงสร้างกันความร้อนได้ รวมทั้งการออกแบบทิศทางการตั้งของตัวอาคารด้วย เพื่อให้สิ่งปลูกสร้างของไต้หวันได้มาตรฐานแห่งชาติ ป้องกันมิให้เกิดการสิ้นเปลืองจากการก่อสร้าง รวมทั้งปัญหาการสิ้นเปลืองพลังงานจำนวนมากเพื่อใช้ในการปรับอากาศ
สภาพภูมิอากาศเขตกึ่งร้อนแบบไต้หวันทั้งร้อนและชื้นกับแผนยุทธศาสตร์ลดความร้อนของกรุงไทเป
ยุทธศาสตร์ในการลดความร้อนของกรุงไทเปอาจแบ่งได้เป็น 6 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
ระบายอากาศ
โดยการปรับปรุงการระบายอากาศตามทางเดินเพื่อลดสภาพอากาศร้อน
อาศัยการออกแบบสิ่งปลูกสร้างและโครงการก่อสร้างโดยคำนึงถึงเงื่อนไขของลม (อาศัยการออกแบบมาดึงลมเข้ามา)
อาศัยพื้นที่สีเขียว (สนามหญ้า ลานหญ้า ไม้พุ่ม) สร้างช่องทางให้ลมระบายได้ แต่ไม่มีวัตถุที่ขวางทางระบายอากาศของทางเดินของคน
โดยการดึงอากาศไปทางด้านหลังของลมเพื่อลดผลกระทบจากความร้อนจากภายนอกตัวอาคาร
ลมเคลื่อนตัวผ่านตัวอาคารที่ตั้งเรียงรายอยู่ไปยังด้านล่างของลม
ลดสัดส่วนกว้าง-ยาวของตัวอาคาร เพื่อป้องกันมิให้เป็นส่วนขวางกระแสลมในฤดูร้อน
อาศัยความสูง+รูปร่าง+ระยะห่างระหว่างสิ่งปลูกสร้างเป็นตัวนำให้ลมเข้าสู่ด้านล่างของลมในตัวอาคาร
กันแดด
อาศัยการกันแดดมาผ่อนคลายความร้อนตามท้องถนน
โดยการใช้ร่มเงาต้นไม้ เสา หลังคาบ้าน หรือศาลาพักร้อน เป็นที่หลบแดดหรือกันแดด
อาศัยการกันแดดมาปรับปรุงปฏิกิริยาความร้อนสถานที่ก่อสร้าง
โดยการใช้ร่มเงาต้นไม้ เสา หลังคาบ้าน หรือศาลาพักร้อน เป็นที่หลบแดดหรือกันแดด
วัสดุที่ใช้ปูพื้น (ความร้อนจากพื้น)
อาศัยพื้นที่สีเขียวและน้ำมาแก้ปัญหาความร้อนทางเท้า
อาศัยพื้นที่สีเขียวและน้ำมาลดอุณหภูมิบนพื้น
ลดพื้นที่การใช้ยางมะตอย โดยใช้วัสดุซับน้ำเข้าแทนที่
ใช้วัสดุที่เหมาะสมในการปูพื้น ลดปฏิกิริยาความร้อนที่เกิดจากไซค์งานก่อสร้าง
ใช้วัสดุปูพื้นที่ซึมซับน้ำได้เป็นอย่างดี และสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ต่ำ
วัสดุก่อสร้าง (ลดการสะท้อนของพื้นผิววัสดุที่ใช้)
ใช้พื้นที่สีเขียวมาแก้ปัญหาความร้อนทางเท้า
ปรับปรุงภายนอกของสิ่งปลูกสร้างด้วยพืชสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการด้านทิศใต้และทิศตะวันตกที่รับแสงอาทิตย์มากเป็นพิเศษ
สร้างดาดฟ้าสีเขียวให้มีความเป็นมิตรกับผู้คนให้มาก
พิจารณาการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีแรงดึงดูดความร้อน ลดปฏิกิริยาความร้อนบนพื้น
ใช้วิธีทำให้ดาดฟ้า/หลังคาเป็นสีเขียว หรือใช้วัสดุปูหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์หรือคลื่นยาวได้ในระดับต่ำ เพื่อลดการเข้าสู่ตัวอาคารของความร้อนจากภายนอก
กำแพงเขียว หรือใช้วัสดุปูหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์หรือคลื่นยาวได้ในระดับต่ำ เพื่อลดการเข้าสู่ตัวอาคารของความร้อนจากภายนอก
หลังคาให้ใช้สีอ่อน เพื่อลดการดูดซับความร้อนให้ต่ำที่สุด และลดการแผ่รังสีจากรอบตัวอาคารด้วย
ใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม ลดความร้อนที่เกิดจากมนุษย์
พิจารณาคำนึงถึงตำแหน่งที่สิ่งปลูกสร้างคลายความร้อนออกมา เพื่อลดผลกระทบต่ออุณหภูมิความร้อนบริเวณทางเดิน
กำหนดตำแหน่งการระบายความร้อนที่เกิดจากมนุษย์ในอยู่ในที่ที่สูงขึ้น
กำหนดตำแหน่งการระบายความร้อนที่เกิดจากอุปกรณ์เผาไหม้ต่าง ๆ ให้อยู่ในที่ที่สูงขึ้น
ลดปริมาณความร้อนที่ระบายสู่อากาศภายนอก
ป้องกันมิให้ปริมาณความร้อนระบายผ่านกำแพงหรือหน้าต่าง ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ ลดการปล่อยความร้อนที่เกิดจากมนุษย์
ลดปริมาณความร้อนที่สิ่งปลูกสร้างระบายออกมา
ใช้ระบบเก็บสะสมความร้อนมาปรับปรุงประมาณการปล่อยความร้อนที่เกิดจากมนุษย์ซึ่งปล่อยออกมาจากระบบปรับอากาศ
การคมนาคมสีเขียว
ลดโอกาสในการเข้าออกอาคารของยานยนต์
ใช้การปรับปรุงทิศทางการเดินรถ เพื่อลดการจอดรถไว้ภายนอก
ที่มา: การออกแบบโครงการปรับปรุงการวิเคราะห์และตรวจจับความรุนแรงของปฏิกิริยาเกาะร้อนและเขตสาธิต กรุงไทเป
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti
หมัดเด็ดแก้ปัญหาร้อนจัด โดยไม่ต้องมีเครื่องปรับอากาศ
“แผนทำให้เย็นลง” เปลี่ยนทิศทางสิ่งปลูกสร้าง ลดความร้อนบนเกาะสิงคโปร์
หากต้องการลดอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม จะอาศัยเพียงการประหยัดพลังงานของสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเริ่มต้นที่การออกแบบผังเมืองทั้งเมือง ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ค. ปีนี้ (2023) ชาวไทเปน่าจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับอากาศร้อนได้อย่างแรงกล้า เพราะอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส ร้อนกว่าพื้นที่อื่น ๆ ในไต้หวัน ทั้ง ๆ ที่กรุงไทเปตั้งอยู่ในจุดที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลค่อนข้างสูง แต่กลับมีความรู้สึกร้อนกว่าเขตอื่น ๆ ในไต้หวัน เพราะได้รับผลกระทบจาก “ปฏิกิริยาความร้อนของเกาะ” ที่พบเห็นได้บ่อยในเขตเมืองทั่วไป ปฏิกิริยาความร้อนบนเกาะหมายถึงการที่ในเมืองมีสิ่งปลูกสร้างค่อนข้างหนาแน่น พื้นที่สีเขียวน้อย เครื่องปรับอากาศและยานขนส่งคมนาคมกลายเป็นแหล่งเพิ่มความร้อนที่เกิดจากมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิในเมืองเพิ่มสูงขึ้น หากต้องการแก้ปัญหาปฏิกิริยาเพิ่มความร้อนนี้ให้ได้ ก็จะต้องเริ่มปฏิรูปกันตั้งแต่การวางผังเมือง
สภาพภูมิอากาศที่มีความใกล้เคียงกันระหว่างไต้หวันกับสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความเป็นเมืองที่มีอากาศค่อนข้างร้อนระอุ ความชื้นเฉลี่ยสูงถึง 84% ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนและชื้นแบบนี้ ที่ผ่านมาได้อาศัยนโยบายการติดเครื่องปรับอากาศให้มีความแพร่หลายและทั่วถึง จนกลายเป็นปาฏิหารย์ทางเศรษฐกิจเขตร้อน แต่ตามการแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของภาวะโลกร้อน สิงคโปร์ก็เริ่มแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ในการลดความร้อนนอกจากการอาศัยเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้ เพื่อรักษาฐานะการเป็นผู้นำของศูนย์การเงินระหว่างประเทศท่ามกลางอากาศที่เพิ่มอุณหภูมสูงขึ้นเป็นลำดับ
ในปี 2017 รัฐบาลสิงคโปร์ได้เริ่มแผน “ทำให้สิงคโปร์เย็นลง” โดยเริ่มมอนิเตอร์จากตัวอย่างข้อมูลทางสถิติทางวิทยาศาสตร์ ศึกษาวิจัยหาวิธีการอย่างเป็นระบบในการวางผังเมืองของสิงคโปร์ ตามเป้าหมายแห่งการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ลดปฏิกิริยาเกาะร้อนที่มีต่อสิงคโปร์ให้น้อยลง การศึกษาวิจัยพบว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของเขตพื้นที่มีตึกรามบ้านช่อง อาคารสูงตั้งอยู่อย่างหนาแน่น สูงกว่าอุณหภูมิของเขตที่ยังไม่มีการพัฒนาบุกเบิกประมาณ 4.3 องศาเซลเซียส แต่โดยรวมแล้วปฏิกิริยาความร้อนเกาะส่งผลให้สิงคโปร์มีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 1.5 องศาเซลเซียส
แผนทำให้สิงคโปร์เย็นลงได้เสนอมาตรการลดอุณหภูมิโดยการวางผังเมืองต่าง ๆ มากมาย อาทิ เปลี่ยนทิศทางของสิ่งปลูกสร้าง เพื่อดึงให้ลมพัดเข้าสู่เมือง อาศัยการไหลของน้ำมาลดอุณหภูมิของสิ่งปลูกสร้าง ส่วนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีความสำคัญในแผนการการลดผลกระทบจากปฏิกิริยาเกาะร้อนเช่นเดียวกัน พืชเขียวไม่เพียงแต่สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้เท่านั้น ยังใช้เป็นที่หลบแดดให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ลดโอกาสที่จะกลายเป็นลมแดดเมื่อออกนอกอาคารสถานที่ได้อีกด้วย เขตเมืองที่ที่ดินเป็นเงินเป็นทองแบบนี้ ก็ควรที่จะต้องเอาที่ดินที่มีอยู่ทั้งหมดมาสร้างอาคารระฟ้าให้หมด แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อน อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับจนยากจะควบคุมได้เช่นนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแนวความคิดในอดีต รัฐบาลสิงคโปร์พยายามแก้ปัญหาพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอ จึงตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้จำนวน 1 ล้านต้น ภายในปี 2030 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ได้เนรมิตรเเป็นเขตพื้นที่ระเบียงสีเขียวในเมืองที่มีราคาที่ดินแพงได้แล้ว และยังได้อาศัยการปลูกต้นไม้มาสร้างพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นอีกด้วย ขณะเดียวกันยังช่วยลดจำนวนอาคารปูนซิเมนต์ที่ดูดความร้อนให้เหลือน้อยลง ส่งผลให้มีการถ่ายเทอากาศลดอุณหภูมิได้อีกด้วย
กลไกระบายอากาศแบบธรรมชาติของเยอรมนี เริ่มแผน “หลีกทางให้ลม” มาตั้งแต่เมื่อ 85 ปีที่แล้ว
นอกจากเพิ่มพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังมีวิธีการอะไรอีกที่จะสามารถลดอุณหภูมิในเมืองได้อีกเล่า? การวางผังเมืองในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ยังขาดแนวความคิด “หลีกทางให้ลม” แต่กลับสร้างอาคารระฟ้าหลังแล้วหลังเล่า มารองรับผู้คนจำนวนมากขึ้นที่อพยพเข้ามาสู่เมือง
ตามการแสดงอิทธิฤทธิ์ของ “ปฏิกิริยาเกาะร้อน” แนวความคิดระเบียงระบายลมจึงเริ่มเป็นแนวทางที่นิยมนำมาพิจารณาวางผังเมืองของเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียวไปจนถึงปักกิ่ง แต่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 1938 เป็นต้นมา Stuttgart ของเยอรมนี พบว่าลมมีประโยชน์ต่อเมือง ดังนั้น จึงได้จ้างนักวิทยาศาสตร์ด้านอุตุนิยมวิทยาเข้าร่วมการวางผังเมือง ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นการวางแผนการรับมือไว้ล่วงหน้า ซึ่งในตอนนั้น Stuttgart ได้อาศัยนโยบายมาควบคุมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ปฏิรูปกลไกการระบายอากาศแบบธรรมชาติของเมือง อาศัยโอกาสนี้ปรับปรุงแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศและความร้อนของเกาะ ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ก็คือสามารถลดการใช้พลังงานของตัวอาคาร
แนวความคิดเกี่ยวกับระเบียงระบายอากาศเผยแพร่เข้าสู่ไต้หวันค่อนข้างช้า ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลเกาะร้อนมากที่สุดคือกรุงไทเป แม้จะมีสวนสาธารณะ แม่น้ำและพื้นที่สีเขียว ดึงลมธรรมชาติเข้ามาในเขตเมืองได้ค่อนข้างมาก แต่กลับเป็นเพราะคำขวัญของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ “ริมน้ำแถวแรก” “แถวแรกท่าน้ำ” หรือ “แถวแรกริมสวน” จนทำให้ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้น และทำให้โครงการบ้านริมน้ำมีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น และระยะห่างระหว่างตัวอาคารก็หดแคบลงเป็นลำดับ ทำให้การระบายอากาศไม่สามารถระบายไปยังพื้นที่อื่น ๆ เป็นเหตุให้ความร้อนถูกเก็บกักไว้ในเมือง
ในช่วงที่ผ่านมา เมืองต่าง ๆ ในไต้หวันต่างรวมเอาการออกแบบระเบียงระบายอากาศไว้ในการวางผังเมืองมากขึ้นด้วย ส่วนเมืองที่ให้เงินอุดหนุนการออกแบบผังเมืองโดยคำนึงถึงระเบียงระบายอากาศก็คือ นครไทจง ในขณะที่ด้านเหนือของเขตป่านเฉียวและเจียงชุ่ยในนครนิวไทเป ได้กลายเป็นเขตสาธิตการออกแบบผังเมืองที่รวมเอาการออกแบบระเบียงระบายอากาศเข้าไปด้วย ส่วนเขตอื่น ๆ ก็มีแผนการในลักษณะดังกล่าวอยู่บ้าง อย่างเช่นที่บริเวณเขตพิเศษรถไฟความเร็วสูงซาหลุน นครไถหนาน ก็ขอให้มีการทำเป็นเขตระเบียงระบายอากาศ ซึ่งต้องมีการออกแบบทั้งระบบโดยรวม จึงจะสามารถเชื่อมต่อระเบียงระบายอากาศของทั้งเมืองได้ เพื่อให้ได้ผลในการลดอุณหภูมิที่ดี ศ. พิเศษ หลินจื่อผิง แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง ในฐานะหัวหน้าห้องทดลองสิ่งปลูกสร้างกับสภาพอากาศ หรือ BCLab (Building and Climate Lab, BCLab) ได้ร่วมมือกับหน่วยงานและทีมงานของเมืองต่าง ๆ ศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำ “แผนที่สภาพสิ่งแวดล้อมและอากาศของเมือง” โดยอาศัยการตรวจวัดสภาพอากาศไมโคร (Microclimate Monitoring) และอาศัยการเขียนบทความต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ให้ประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
ยุทธศาสตร์ตีกลับปฏิกิริยาเกาะร้อนถอยร่นออกจากเมือง ไต้หวันควรทำอย่างไร?
ฤดูร้อนในไต้หวันอากาศร้อนอบอ้าวและชื้นมาก ส่วนฤดูหนาวก็อาจมีลมหนาวเข้ามาบ้าง ด้วยเหตุนี้ การออกแบบสิ่งปลูกสร้างจึงนอกจากจะต้องกั้นความร้อน หลบแดดแล้ว ยังต้องให้ความสนใจกับการออกแบบให้มีการระบายอากาศที่ดีอีกด้วย มาตราที่ 17 “มาตรฐานสิ่งปลูกสร้างสีเขียว” ที่ระบุไว้ใน “ระเบียบเทคนิคสิ่งปลูกสร้าง” พิจารณาจากลักษณะพิเศษของอากาศในไต้หวัน กำหนดกรอบการออกแบบสิ่งปลูกสร้างภายนอกให้สามารถระบายความร้อนและความชื้น รวมทั้งประหยัดพลังงานด้วย ซึ่งก็คือการออกแบบสิ่งปลูกสร้างแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการออกแบบให้สามารถหลบแดดได้ ระบายอากาศได้ โครงสร้างกันความร้อนได้ รวมทั้งการออกแบบทิศทางการตั้งของตัวอาคารด้วย เพื่อให้สิ่งปลูกสร้างของไต้หวันได้มาตรฐานแห่งชาติ ป้องกันมิให้เกิดการสิ้นเปลืองจากการก่อสร้าง รวมทั้งปัญหาการสิ้นเปลืองพลังงานจำนวนมากเพื่อใช้ในการปรับอากาศ
สภาพภูมิอากาศเขตกึ่งร้อนแบบไต้หวันทั้งร้อนและชื้นกับแผนยุทธศาสตร์ลดความร้อนของกรุงไทเป
ยุทธศาสตร์ในการลดความร้อนของกรุงไทเปอาจแบ่งได้เป็น 6 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
ระบายอากาศ
โดยการปรับปรุงการระบายอากาศตามทางเดินเพื่อลดสภาพอากาศร้อน
อาศัยการออกแบบสิ่งปลูกสร้างและโครงการก่อสร้างโดยคำนึงถึงเงื่อนไขของลม (อาศัยการออกแบบมาดึงลมเข้ามา)
อาศัยพื้นที่สีเขียว (สนามหญ้า ลานหญ้า ไม้พุ่ม) สร้างช่องทางให้ลมระบายได้ แต่ไม่มีวัตถุที่ขวางทางระบายอากาศของทางเดินของคน
โดยการดึงอากาศไปทางด้านหลังของลมเพื่อลดผลกระทบจากความร้อนจากภายนอกตัวอาคาร
ลมเคลื่อนตัวผ่านตัวอาคารที่ตั้งเรียงรายอยู่ไปยังด้านล่างของลม
ลดสัดส่วนกว้าง-ยาวของตัวอาคาร เพื่อป้องกันมิให้เป็นส่วนขวางกระแสลมในฤดูร้อน
อาศัยความสูง+รูปร่าง+ระยะห่างระหว่างสิ่งปลูกสร้างเป็นตัวนำให้ลมเข้าสู่ด้านล่างของลมในตัวอาคาร
กันแดด
อาศัยการกันแดดมาผ่อนคลายความร้อนตามท้องถนน
โดยการใช้ร่มเงาต้นไม้ เสา หลังคาบ้าน หรือศาลาพักร้อน เป็นที่หลบแดดหรือกันแดด
อาศัยการกันแดดมาปรับปรุงปฏิกิริยาความร้อนสถานที่ก่อสร้าง
โดยการใช้ร่มเงาต้นไม้ เสา หลังคาบ้าน หรือศาลาพักร้อน เป็นที่หลบแดดหรือกันแดด
วัสดุที่ใช้ปูพื้น (ความร้อนจากพื้น)
อาศัยพื้นที่สีเขียวและน้ำมาแก้ปัญหาความร้อนทางเท้า
อาศัยพื้นที่สีเขียวและน้ำมาลดอุณหภูมิบนพื้น
ลดพื้นที่การใช้ยางมะตอย โดยใช้วัสดุซับน้ำเข้าแทนที่
ใช้วัสดุที่เหมาะสมในการปูพื้น ลดปฏิกิริยาความร้อนที่เกิดจากไซค์งานก่อสร้าง
ใช้วัสดุปูพื้นที่ซึมซับน้ำได้เป็นอย่างดี และสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ต่ำ
วัสดุก่อสร้าง (ลดการสะท้อนของพื้นผิววัสดุที่ใช้)
ใช้พื้นที่สีเขียวมาแก้ปัญหาความร้อนทางเท้า
ปรับปรุงภายนอกของสิ่งปลูกสร้างด้วยพืชสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการด้านทิศใต้และทิศตะวันตกที่รับแสงอาทิตย์มากเป็นพิเศษ
สร้างดาดฟ้าสีเขียวให้มีความเป็นมิตรกับผู้คนให้มาก
พิจารณาการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีแรงดึงดูดความร้อน ลดปฏิกิริยาความร้อนบนพื้น
ใช้วิธีทำให้ดาดฟ้า/หลังคาเป็นสีเขียว หรือใช้วัสดุปูหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์หรือคลื่นยาวได้ในระดับต่ำ เพื่อลดการเข้าสู่ตัวอาคารของความร้อนจากภายนอก
กำแพงเขียว หรือใช้วัสดุปูหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์หรือคลื่นยาวได้ในระดับต่ำ เพื่อลดการเข้าสู่ตัวอาคารของความร้อนจากภายนอก
หลังคาให้ใช้สีอ่อน เพื่อลดการดูดซับความร้อนให้ต่ำที่สุด และลดการแผ่รังสีจากรอบตัวอาคารด้วย
ใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม ลดความร้อนที่เกิดจากมนุษย์
พิจารณาคำนึงถึงตำแหน่งที่สิ่งปลูกสร้างคลายความร้อนออกมา เพื่อลดผลกระทบต่ออุณหภูมิความร้อนบริเวณทางเดิน
กำหนดตำแหน่งการระบายความร้อนที่เกิดจากมนุษย์ในอยู่ในที่ที่สูงขึ้น
กำหนดตำแหน่งการระบายความร้อนที่เกิดจากอุปกรณ์เผาไหม้ต่าง ๆ ให้อยู่ในที่ที่สูงขึ้น
ลดปริมาณความร้อนที่ระบายสู่อากาศภายนอก
ป้องกันมิให้ปริมาณความร้อนระบายผ่านกำแพงหรือหน้าต่าง ตลอดจนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ ลดการปล่อยความร้อนที่เกิดจากมนุษย์
ลดปริมาณความร้อนที่สิ่งปลูกสร้างระบายออกมา
ใช้ระบบเก็บสะสมความร้อนมาปรับปรุงประมาณการปล่อยความร้อนที่เกิดจากมนุษย์ซึ่งปล่อยออกมาจากระบบปรับอากาศ
การคมนาคมสีเขียว
ลดโอกาสในการเข้าออกอาคารของยานยนต์
ใช้การปรับปรุงทิศทางการเดินรถ เพื่อลดการจอดรถไว้ภายนอก
ที่มา: การออกแบบโครงการปรับปรุงการวิเคราะห์และตรวจจับความรุนแรงของปฏิกิริยาเกาะร้อนและเขตสาธิต กรุงไทเป