
Sign up to save your podcasts
Or


๑. มูลค่าการค้ารวมของไต้หวันปีที่แล้วทะลุเพดาน 9 แสนล้าน US$ อันดับ 18 ของโลก ส่งออกและนำเข้าอันดับ 17
สถิติองค์การการค้าโลกหรือ WTO ระบุว่า ในปี 2022 ที่ผ่านมา มูลค่าการค้าทั่วโลกอยู่ที่ 24.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.5% ต่อปี ในจำนวนนี้ไต้หวันมีการส่งออก 479,400 ล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับที่ 17 ลดลงหนึ่งอันดับ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 428,000 ล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับเดียวกับปีที่แล้วที่ 17 ของโลก ยอดรวมการค้าระหว่างประเทศของไต้หวันรวมทั้งสิ้น 907,450 ล้านดอลลาร์ ทะลุเพดานเก้าแสล้านเป็นครั้งแรก อยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก แต่ลดลงสองอันดับจากปีก่อนหน้านี้
กระทรวงการคลังไต้หวันเปิดเผยว่า ครึ่งหลังของปีที่แล้วประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ย และการชลอตัวลงของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทำให้อันดับของไต้หวันลดลงและกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศด้วย ปีที่แล้วจีนมีการส่งออก 3.593 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นร้อยละ 14.4 ของมูลค่าการค้าโลก รองลงมาได้แก่สหรัฐฯ คิดเป็น 8.3% เยอรมนี 6.6% เนเธอร์แลนด์ 3.9% ญี่ปุ่น 3% ส่วนในบรรดา 4 เสือแห่งเอเชีย เกาหลีใต้ส่งออก 683,600 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 2.7% อันดับ 6 ของโลก ดีขึ้นหนึ่งอันดับ ส่วนไต้หวันส่งออก 479,400 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1.9% อันดับ 17 ลดลง 1 อันดับ กระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น การส่งออกน้ำมันของสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก การส่งออกขยับถึง 6 อันดับ มาอยู่ที่ 11 ทำให้ไต้หวันลดอันดับลงหนึ่งอันดับ
นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้ว ผู้นำเข้ามากที่สุด 5 อันดับแรกประกอบไปด้วย สหรัฐฯ จีน เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ส่วนไต้หวันมีการนำเข้า 428,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1.7% อยู่ในอันดับที่ 17 อันดับเดียวกันกับปีที่แล้ว
กระทรวงการคลังไต้หวันอธิบายเพิ่มเติมว่า จีนมีบทบาทสำคัญที่สุดในห่วงโซ่อุปทานในระดับโลกและภูมิภาค มีความได้เปรียบด้านการค้า และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 แทนที่เยอรมนี และสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2000 โดยปีที่แล้วจีนมีการส่งออกคิดเป็นถึง 14.4% เพิ่มขึ้น 3.3% ส่วนไต้หวันมีการส่งออกคิดเป็น 1.9% 10 ปี ขยับขึ้น 0.3% ส่วนญี่ปุ่น และเยอรมนี มีการส่งออกลดลงจาก 10 ปีที่แล้ว 13.3% และ 1% ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบกับปี 2021 ปีที่แล้วสหรัฐฯ มีสัดส่วนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 4.9% ส่วนจีน และฮ่องกง อยู่ในสภาพลดลง 6% เยอรมนีลดลง 0.7% ไต้หวันลดลงเล็กน้อยเพียง 0.1%
๒. TSMC ระดมบุคลากร 8000 คน เปิดศูนย์วิจัยที่ทันสมัยที่สุดในโลกในเดือนหน้า
ไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์หรือ TSMC ยักษ์ใหญ่ผลิตแผ่นชิประดับโลก สัญชาติไต้หวัน ได้เปิดศูนย์วิจัยพัฒนาของตนในสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋ ไต้หวัน ซึ่งจะเป็นฐานวิจัยพัฒนาแผ่นชิปที่สำคัญและก้าวหน้าที่สุดของโลก ซึ่งถูกผู้ประกอบการให้สมญานามว่า “ห้องทดลองเบลไต้หวัน” (The Bell Labs in Taiwan) ซึ่งกำลังก่อสร้างในระยะสุดท้าย ปัจจุบันกำลังเร่งติดตั้งเครื่องจักรต่างๆ และระดมเจ้าหน้าที่เข้าประจำการ คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในราวเดือน พ.ค. และ มิ.ย. คาดสามารถรองรับนักวิจัยได้มากถึง 8000 คน
“The Bell Labs in Taiwan” จะเป็นห้องทดลองที่ทันสมัยที่สุดในโลก
ศูนย์วิจัยพัฒนาของ TSMC นี้ตั้งอยู่ที่เป่าซาน ซินจู๋ มีพื้นที่ทั้งหมดถึง 18.7 เฮกตาร์ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่กลางปี 2020 เดิมจะแล้วเสร็จในปีที่แล้ว แต่เนื่องจากการออกแบบมีความพิเศษแปลกใหม่ ทำให้การก่อสร้างค่อนข้างยาก ประกอบกับผลกระทบจากโควิด ทำให้โครงการก่อสร้างต้องล่าช้าออกไป เลื่อนมาจนถึงปีนี้ ซึ่งจะเป็นอาคารสำนักงานและโรงงานผลิตแผ่นชิปของ TSMC
The Bell Labs in Taiwan นี้เป็นการรวมเอาอาคารสำนักงานและโรงงานผลิตแผ่นชิปไว้ในอาคารเดียวกันเป็นครั้งแรก และเมื่อได้รับใบอนุญาตการใช้อาคารแล้ว ก็จะทะยอยติดตั้งเครื่องจักร และส่งเจ้าหน้าที่เข้าประจำในอาคารนี้ในเร็วๆ นี้ และคาดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยได้ในราวเดือน พ.ค. และ มิ.ย. นี้ โดยจะมีนักวิจัยพัฒนารวมกว่า 8000 คน เข้าประจำการในอาคารแห่งนี้
นายหลิวเต๋ออิน ประธาน TSMC ได้เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า จะเป็นยุคที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีการพัฒนาที่รวดเร็วที่สุดในบรรดาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย ซึ่งไต้หวันก็จำเป็นที่จะต้องแสดงบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก ทีเอสเอ็มซีจะเสริมการบริการลูกค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นต่อไป และเร่งการลงทุนวิจัยพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ เขาระบุอีกว่า ไตรมาสสองของปีนี้ ศูนย์วิจัยพัฒนาของทีเอสเอ็มซีก็จะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ
ทีเอสเอ็มซี ไต้หวันได้ทุ่มเทให้แก่นวัตกรรม วิจัยพัฒนาสินค้าของตนมานานกว่า 35 ปี ยืนหยัดในความเป็นตัวของตัวเองด้านเทคโนโลยี โดยได้ลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาเมื่อปีที่แล้วถึง 5.47 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 167,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนปีนี้ก็ได้จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มอีก 20% คิดเป็นประมาณ 8% ของยอดรายได้ของบริษัท ทีเอสเอ็มซีเปิดเผยว่า นี่ไม่เพียงแต่เป็นนวัตกรรมของบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำการพัฒนาให้เป็นไปอย่างคึกคักให้แก่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั่วโลกด้วย ทำให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวางในการผลิตแผ่นชิปนับพันชนิด นำมาซึ่งการปฏวัติอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวันของผู้คนด้วย
การจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลในการวิจัยพัฒนาสินค้าของทีเอสเอ็มซี เป็นปมเงื่อนสำคัญที่จะทำให้บริษัทเอาชนะคู่แข่งด้วยการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค ปัจจุบัน ทีเอสเอ็มซีมีสิทธิบัตรทั่วโลกถึงกว่า 5.7 หมื่นรายการ ส่วนปีที่แล้วก็มียอดการยื่นขอสิทธิบัตรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนในไต้หวันครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง
แบบจำลองศูนย์วิจัยพัฒนา TSMC ที่ซินจู๋
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti๑. มูลค่าการค้ารวมของไต้หวันปีที่แล้วทะลุเพดาน 9 แสนล้าน US$ อันดับ 18 ของโลก ส่งออกและนำเข้าอันดับ 17
สถิติองค์การการค้าโลกหรือ WTO ระบุว่า ในปี 2022 ที่ผ่านมา มูลค่าการค้าทั่วโลกอยู่ที่ 24.9 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.5% ต่อปี ในจำนวนนี้ไต้หวันมีการส่งออก 479,400 ล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับที่ 17 ลดลงหนึ่งอันดับ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 428,000 ล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับเดียวกับปีที่แล้วที่ 17 ของโลก ยอดรวมการค้าระหว่างประเทศของไต้หวันรวมทั้งสิ้น 907,450 ล้านดอลลาร์ ทะลุเพดานเก้าแสล้านเป็นครั้งแรก อยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก แต่ลดลงสองอันดับจากปีก่อนหน้านี้
กระทรวงการคลังไต้หวันเปิดเผยว่า ครึ่งหลังของปีที่แล้วประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ย และการชลอตัวลงของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทำให้อันดับของไต้หวันลดลงและกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศด้วย ปีที่แล้วจีนมีการส่งออก 3.593 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นร้อยละ 14.4 ของมูลค่าการค้าโลก รองลงมาได้แก่สหรัฐฯ คิดเป็น 8.3% เยอรมนี 6.6% เนเธอร์แลนด์ 3.9% ญี่ปุ่น 3% ส่วนในบรรดา 4 เสือแห่งเอเชีย เกาหลีใต้ส่งออก 683,600 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 2.7% อันดับ 6 ของโลก ดีขึ้นหนึ่งอันดับ ส่วนไต้หวันส่งออก 479,400 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1.9% อันดับ 17 ลดลง 1 อันดับ กระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น การส่งออกน้ำมันของสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก การส่งออกขยับถึง 6 อันดับ มาอยู่ที่ 11 ทำให้ไต้หวันลดอันดับลงหนึ่งอันดับ
นอกจากนี้ เมื่อปีที่แล้ว ผู้นำเข้ามากที่สุด 5 อันดับแรกประกอบไปด้วย สหรัฐฯ จีน เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ส่วนไต้หวันมีการนำเข้า 428,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1.7% อยู่ในอันดับที่ 17 อันดับเดียวกันกับปีที่แล้ว
กระทรวงการคลังไต้หวันอธิบายเพิ่มเติมว่า จีนมีบทบาทสำคัญที่สุดในห่วงโซ่อุปทานในระดับโลกและภูมิภาค มีความได้เปรียบด้านการค้า และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 แทนที่เยอรมนี และสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2000 โดยปีที่แล้วจีนมีการส่งออกคิดเป็นถึง 14.4% เพิ่มขึ้น 3.3% ส่วนไต้หวันมีการส่งออกคิดเป็น 1.9% 10 ปี ขยับขึ้น 0.3% ส่วนญี่ปุ่น และเยอรมนี มีการส่งออกลดลงจาก 10 ปีที่แล้ว 13.3% และ 1% ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบกับปี 2021 ปีที่แล้วสหรัฐฯ มีสัดส่วนการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 4.9% ส่วนจีน และฮ่องกง อยู่ในสภาพลดลง 6% เยอรมนีลดลง 0.7% ไต้หวันลดลงเล็กน้อยเพียง 0.1%
๒. TSMC ระดมบุคลากร 8000 คน เปิดศูนย์วิจัยที่ทันสมัยที่สุดในโลกในเดือนหน้า
ไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์หรือ TSMC ยักษ์ใหญ่ผลิตแผ่นชิประดับโลก สัญชาติไต้หวัน ได้เปิดศูนย์วิจัยพัฒนาของตนในสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋ ไต้หวัน ซึ่งจะเป็นฐานวิจัยพัฒนาแผ่นชิปที่สำคัญและก้าวหน้าที่สุดของโลก ซึ่งถูกผู้ประกอบการให้สมญานามว่า “ห้องทดลองเบลไต้หวัน” (The Bell Labs in Taiwan) ซึ่งกำลังก่อสร้างในระยะสุดท้าย ปัจจุบันกำลังเร่งติดตั้งเครื่องจักรต่างๆ และระดมเจ้าหน้าที่เข้าประจำการ คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในราวเดือน พ.ค. และ มิ.ย. คาดสามารถรองรับนักวิจัยได้มากถึง 8000 คน
“The Bell Labs in Taiwan” จะเป็นห้องทดลองที่ทันสมัยที่สุดในโลก
ศูนย์วิจัยพัฒนาของ TSMC นี้ตั้งอยู่ที่เป่าซาน ซินจู๋ มีพื้นที่ทั้งหมดถึง 18.7 เฮกตาร์ เริ่มก่อสร้างตั้งแต่กลางปี 2020 เดิมจะแล้วเสร็จในปีที่แล้ว แต่เนื่องจากการออกแบบมีความพิเศษแปลกใหม่ ทำให้การก่อสร้างค่อนข้างยาก ประกอบกับผลกระทบจากโควิด ทำให้โครงการก่อสร้างต้องล่าช้าออกไป เลื่อนมาจนถึงปีนี้ ซึ่งจะเป็นอาคารสำนักงานและโรงงานผลิตแผ่นชิปของ TSMC
The Bell Labs in Taiwan นี้เป็นการรวมเอาอาคารสำนักงานและโรงงานผลิตแผ่นชิปไว้ในอาคารเดียวกันเป็นครั้งแรก และเมื่อได้รับใบอนุญาตการใช้อาคารแล้ว ก็จะทะยอยติดตั้งเครื่องจักร และส่งเจ้าหน้าที่เข้าประจำในอาคารนี้ในเร็วๆ นี้ และคาดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยได้ในราวเดือน พ.ค. และ มิ.ย. นี้ โดยจะมีนักวิจัยพัฒนารวมกว่า 8000 คน เข้าประจำการในอาคารแห่งนี้
นายหลิวเต๋ออิน ประธาน TSMC ได้เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า จะเป็นยุคที่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีการพัฒนาที่รวดเร็วที่สุดในบรรดาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย ซึ่งไต้หวันก็จำเป็นที่จะต้องแสดงบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก ทีเอสเอ็มซีจะเสริมการบริการลูกค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นต่อไป และเร่งการลงทุนวิจัยพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ เขาระบุอีกว่า ไตรมาสสองของปีนี้ ศูนย์วิจัยพัฒนาของทีเอสเอ็มซีก็จะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ
ทีเอสเอ็มซี ไต้หวันได้ทุ่มเทให้แก่นวัตกรรม วิจัยพัฒนาสินค้าของตนมานานกว่า 35 ปี ยืนหยัดในความเป็นตัวของตัวเองด้านเทคโนโลยี โดยได้ลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาเมื่อปีที่แล้วถึง 5.47 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 167,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนปีนี้ก็ได้จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มอีก 20% คิดเป็นประมาณ 8% ของยอดรายได้ของบริษัท ทีเอสเอ็มซีเปิดเผยว่า นี่ไม่เพียงแต่เป็นนวัตกรรมของบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำการพัฒนาให้เป็นไปอย่างคึกคักให้แก่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั่วโลกด้วย ทำให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวางในการผลิตแผ่นชิปนับพันชนิด นำมาซึ่งการปฏวัติอุตสาหกรรมและชีวิตประจำวันของผู้คนด้วย
การจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลในการวิจัยพัฒนาสินค้าของทีเอสเอ็มซี เป็นปมเงื่อนสำคัญที่จะทำให้บริษัทเอาชนะคู่แข่งด้วยการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค ปัจจุบัน ทีเอสเอ็มซีมีสิทธิบัตรทั่วโลกถึงกว่า 5.7 หมื่นรายการ ส่วนปีที่แล้วก็มียอดการยื่นขอสิทธิบัตรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนในไต้หวันครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง
แบบจำลองศูนย์วิจัยพัฒนา TSMC ที่ซินจู๋