
Sign up to save your podcasts
Or


๑. ส่งออกเดือน มิ.ย. กระฉูดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 ดันทุบสถิติยอดรวมครึ่งแรกของปี
กระทรวงการคลังไต้หวัน รายงานตัวเลขการค้าต่างประเทศในเดือน มิ.ย. และในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ โดยการส่งออกในช่วงเดือน มิ.ย. มีมูลค่ารวม 42,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15.2% สูงสุดเป็นอันดับ 3 และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 ส่วนในครึ่งแรกของปีนี้มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 2.4668 แสนล้านดอลลาร์ พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 19.2 มากกว่าของสิงคโปร์ที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น 18% เกาหลีใต้ 15.8% จีน 13.5% ญี่ปุ่น 2.3% ฮ่องกง 0.8% เป็นอันดับ 1 ในบรรดา 4 เสือแห่งเอเชีย
กระทรวงการคลังไต้หวัน ระบุว่า เหตุสำคัญที่ทำให้การส่งออกของไต้หวันพุ่งกระฉูดสูงสุด มาจากการที่ทั่วโลกมีความต้องการแผ่นชิปจำนวนมาก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีระดับสูง นอกจากนี้ การปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบในตลาดโลกก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง จึงคาดว่า การส่งออกในเดือน ก.ค. นี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะทุบสถิติอีกครั้ง
กระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ไต้หวันส่งออกไปยังประเทศอาเซียนสูงสุดเป็นอันดับ 1 มูลค่ารวม 7,390 ล้านดอลลาร์ ตลาดญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 มูลค่า 3,060 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติรายเดือนทั้งสองส่วน และเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีที่แล้ว 27.2% และ 35.3% ตามลำดับ ส่งออกไปสหรัฐฯ 6,930 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นอันดับ 2 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.9% ยุโรป 3,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25.1% ในขณะที่การส่งออกไปยังจีนและฮ่องกงอยู่ในสภาพลดลง 4.5% ปิดฉากการเติบโตต่อเนื่อง 28 เดือนในช่วงที่ผ่านมา
๒. เงินเฟ้อไต้หวันฉุดไม่อยู่ ปรับเพิ่มสูงสุดในรอบ 14 ปี 3.59%
สำนักบัญชีกลาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้รายงานตัวเลขดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคเดือน มิ.ย. หรือ CPI ของไต้หวัน เพิ่มขึ้น 3.59% สูงสุดในรอบ 14 ปี และเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินกว่า 3% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 หากหักตัวเลขในส่วนของราคาสินค้าพืชผักและพลังงานออกแล้ว CPI จะปรับตัวขึ้น 2.77% สูงสุดในรอบ 13 ปีครึ่ง โดยราคาอาหารสำหรับผู้ทานอาหารนอกบ้านมีราคาสูงขึ้นถึง 6.38% ทุบสถิติในรอบ 14 ปี ส่วนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันปรับเพิ่มขึ้นถึง 5.39% ปรับตัวสูงสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง
คุณฉาว จื้อหง ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักบัญชีกลางเปิดเผยว่า CPI เดือน มิ.ย. ปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น 7.27% ซึ่งมีผลต่อตัวเลขดัชนีรวมกว่าครึ่งหนึ่ง ค่าน้ำมัน ค่าเช่าบ้านก็ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับ มิ.ย. ปีที่แล้วมิได้ใช้มาตรการปรับค่าไฟฟ้าในฤดูร้อน ทำให้ตัวเลขฐานค่อนข้างต่ำ ค่าไฟปรับเพิ่มขึ้น 22% อย่างไรก็ดี การชะลอตัวลงของราคาวัตถุดิบการเกษตรและอุตสาหกรรม หากราคาพืชผักผลไม้ในเดือน ก.ค. ไม่ปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้ CPI ในเดือน ก.ค. จะต่ำกว่าตัวเลขในเดือน มิ.ย. แต่ก็จะยังคงสูงกว่า 3% และคาดว่า CPI จะปรับตัวสูงสุดในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ส่วนการทานอาหารนอกบ้านและสินค้าสำคัญจะดันให้ CPI ขึ้นสูงสุดในราวไตรมาส 3
๓. ไต้หวัน-สหราชอาณาจักร เจรจาด้านพลังงานครั้งที่ 4 จับมือพัฒนาพลังงานเขียว ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เหลือ 0
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2565 สำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ ร่วมกับกรมพลังงาน กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน เปิดการประชุม “การประชุมพลังงานระหว่างไต้หวันกับสหราชอาณาจักร ครั้งที่ 4” โดยฝ่ายสหราชอาณาจักรมีนาย John Dennis ผู้แทนอังกฤษ ประจำไต้หวัน นางหวาง เหม่ยฮัว รมว. เศรษฐการ ไต้หวัน นาย Julie Scott อธิบดีกรมพลังงาน (Department for Business, Energy and Industrial Strategy,BEIS กระทรวงพาณิชย์ สหราชอาณาจักร ร่วมกล่าวเปิดการประชุม นอกจากนี้ ยังได้เชิญตัวแทนผูัเชี่ยวชาญเข้าร่วมการประชุม ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้านอกชายฝั่ง บทบาทพลังงานรีไซเคิล การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0
การประชุมในครั้งนี้ ได้เชิญตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงานและยุทธศาสตร์ กระทรวงการค้าต่างประเทศ ศูนย์พัฒนาและรวบรวมระบบพลังงาน บริษัทที่ปรึกษาพลังงานรีไซเคิล BVGAssociates ของสหราชอาณาจักร กรมการอุตสาหกรรม กรมการค้าต่างประเทศ การท่าเรือ การท่าอากาศยาน การไฟฟ้าไต้หวัน สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ไต้หวัน ฝ่ายเศรษฐกิจ และ สนง. อังกฤษ ประจำไต้หวัน
นาย John Dennis ผู้แทนอังกฤษ ประจำไต้หวัน ระบุว่า ภายใต้ความพยยามร่วมกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้อาศัยการประชุมด้านพลังงานระหว่างไต้หวันกับ อังกฤษ ในครั้งนี้ จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ทั้งสองฝ่ายจะได้มีโอกาสร่วมมือกัน หลังการประชุมเมื่อปีที่แล้ว เราได้เห็นแล้วว่า ไต้หวันได้ประกาศโรดแมพการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และได้ออกเป็น กม. เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ในความร่วมมือระหว่างกันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมนอกชายฝั่งในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งค่อนข้างโดดเด่นมาก โดยมีบริษัทจากอังกฤษถึง 36 บริษัท จัดตั้ง สนง. ในไต้หวัน สนับสนุนการพัฒนาในไต้หวัน และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในอนาคตจะยิ่งทำให้ไต้หวันกับอังกฤษมีความร่วมมือด้านพลังงานและด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ส่วนนางหวางเหม่ยฮัว รมว. ว่าการกระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน ได้ระบุว่า “ไต้หวันเพื่อร่วมมือต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0 ภายในปี 2050 และยังได้เสนอแผนการรูปธรรมโรดแมพ 12 ประการในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ ได้ระบุให้การเพิ่มสัดส่วนพลังงานรีไซเคิลเป็นหนึ่งในปมเงื่อนสำคัญของการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวของไต้หวัน ในขณะที่อังกฤษ มีความก้าวหน้าทั้งทางด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ และการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมนอกชายฝั่ง ไต้หวันกับ อังกฤษ มีเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาพลังงานที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ต่ำและการบรรลุถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0 จึงหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันต่อไปในอนาคต
ส่วนทางด้านคุณเฉินฉงเซี่ยน ผอ. กอง กรมพลังงาน ไต้หวัน ได้แบ่งปันประสบการณ์การผลักดันนโยบายผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยระบุว่า กระทรวงเศรษฐการไต้หวันคาดว่า ในไตรมาส 4 ปีนี้ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันจะเปิดประมูลโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งระหว่างปี 2026-2027 รวม 3 กิโลวัตต์ โดยก่อสร้าง ติดตั้งและบำรุงรักษา กังหันปั่นไฟนอกชายฝั่งไถจง และท่าเรืออันผิง ส่วนนาย Karl John ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง กระทรวงการค้าต่างประเทศ สหราชอาณาจักร และนายJack Paterson ที่ปรึกษา BVG Associates ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาพลังงานรีไซเคิล อังกฤษก็ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ การไฟฟ้าไต้หวันก็มีแผนการที่จะเยือนและดูงานที่บริษัท Drax Power Station ของอังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้ารีไซเคิล เพื่อศึกษาประสบการณ์จากบริษัทเหล่านี้
“การประชุมพลังงานระหว่างไต้หวันกับสหราชอาณาจักร ครั้งที่ 4”
๔. อียูจับมือไต้หวัน ญี่ปุ่่น และเกาหลีใต้ เป็นพันธมิตรพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง
นอกจากนี้ สำนักงานกิจการเศรษฐกิจและการค้า สหภาพยุโรปหรืออียู ได้ระบุว่า ได้จัดสัมนาด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง ระหว่าง อียู ไต้หวัน ญีปุ่่น และเกาหลีใต้ ประจำปี 2022 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน หรือไถต้า ในไต้หวัน เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากสำนักงานอียูประจำไต้หวัน สนง. ญี่ปุ่นประจำไต้หวัน สำนักงานพลังงานอียู สำนักงานอียูประจำเกาหลีใต้ และกรมพลังงานไต้หวันร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานลมนอกชายฝั่งหลายท่านจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แบ่งปันประสบการณ์และสถานการณ์ตลาดพลังงานลมนอกชายฝั่งของไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอียู นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดีต่อตลาดไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอียู ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง ในเอเชียแปซิฟิก
รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้ายุโรปประจำไต้หวัน ได้กล่าวถึงการเปิดเสรีทางการค้า ที่แต่ละประเทศอาศัยสินค้าที่ตนผลิตได้ส่งออกไปยังต่างประเทศ สร้างผลประโยชน์อย่างมากมายมหาศษลให้แก่เศรษฐกิจและผู้บริโภคภายในของตน ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานไปสู่โลกาภิวัฒน์ ขณะเดียวกันก็จะเป็นการแข่งขันของสินค้าส่งออกจากประเทศต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน อุตสาหกรรมรถยนต์ กล้องถ่ายรูปญี่ปุ่น โทรศัพท์มือถือเกาหลีใต้ และเครื่องจักรกลเทคนิคระดับสูงของอียู และเหตุผลที่ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมยาในยุโรปมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมนอกชายฝั่งก็หนีไม่พ้นเส้นทางต่าง ๆ เหล่านี้
ผอ. สำนักงานอียู ประจำไต้หวันได้ย้ำในตอนท้ายว่า หุ้นส่วนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน สามารถจับมือร่วมกันจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้ระหว่างอียู ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างมีคุณค่าร่วมกัน ต่างพยายามผลักดันประชาธิปไตยและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ต่างกำลังพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งอย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ และตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 2050 อียู ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมถึง 400 GW ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เราสามารถที่จะร่วมมือกันเพื่อโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
การประชุมในครั้งนี้นอกจากโฟกัสไปที่ห่วงโซ่อุปทานในเอเชียแปซิฟิกแล้ว ยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากอียู ไต้หวัน และญี่ปุ่นร่วมกันศึกษาการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง ดึงดูดผู้สนใจกว่า 600 คน
สัมนาด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง ระหว่าง อียู ไต้หวัน ญีปุ่่น และเกาหลีใต้ ประจำปี 2022
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti๑. ส่งออกเดือน มิ.ย. กระฉูดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 ดันทุบสถิติยอดรวมครึ่งแรกของปี
กระทรวงการคลังไต้หวัน รายงานตัวเลขการค้าต่างประเทศในเดือน มิ.ย. และในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ โดยการส่งออกในช่วงเดือน มิ.ย. มีมูลค่ารวม 42,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15.2% สูงสุดเป็นอันดับ 3 และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 ส่วนในครึ่งแรกของปีนี้มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 2.4668 แสนล้านดอลลาร์ พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 19.2 มากกว่าของสิงคโปร์ที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น 18% เกาหลีใต้ 15.8% จีน 13.5% ญี่ปุ่น 2.3% ฮ่องกง 0.8% เป็นอันดับ 1 ในบรรดา 4 เสือแห่งเอเชีย
กระทรวงการคลังไต้หวัน ระบุว่า เหตุสำคัญที่ทำให้การส่งออกของไต้หวันพุ่งกระฉูดสูงสุด มาจากการที่ทั่วโลกมีความต้องการแผ่นชิปจำนวนมาก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีระดับสูง นอกจากนี้ การปรับตัวสูงขึ้นของวัตถุดิบในตลาดโลกก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง จึงคาดว่า การส่งออกในเดือน ก.ค. นี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะทุบสถิติอีกครั้ง
กระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ไต้หวันส่งออกไปยังประเทศอาเซียนสูงสุดเป็นอันดับ 1 มูลค่ารวม 7,390 ล้านดอลลาร์ ตลาดญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 มูลค่า 3,060 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติรายเดือนทั้งสองส่วน และเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีที่แล้ว 27.2% และ 35.3% ตามลำดับ ส่งออกไปสหรัฐฯ 6,930 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นอันดับ 2 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.9% ยุโรป 3,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25.1% ในขณะที่การส่งออกไปยังจีนและฮ่องกงอยู่ในสภาพลดลง 4.5% ปิดฉากการเติบโตต่อเนื่อง 28 เดือนในช่วงที่ผ่านมา
๒. เงินเฟ้อไต้หวันฉุดไม่อยู่ ปรับเพิ่มสูงสุดในรอบ 14 ปี 3.59%
สำนักบัญชีกลาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้รายงานตัวเลขดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคเดือน มิ.ย. หรือ CPI ของไต้หวัน เพิ่มขึ้น 3.59% สูงสุดในรอบ 14 ปี และเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินกว่า 3% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 หากหักตัวเลขในส่วนของราคาสินค้าพืชผักและพลังงานออกแล้ว CPI จะปรับตัวขึ้น 2.77% สูงสุดในรอบ 13 ปีครึ่ง โดยราคาอาหารสำหรับผู้ทานอาหารนอกบ้านมีราคาสูงขึ้นถึง 6.38% ทุบสถิติในรอบ 14 ปี ส่วนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันปรับเพิ่มขึ้นถึง 5.39% ปรับตัวสูงสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง
คุณฉาว จื้อหง ผู้เชี่ยวชาญประจำสำนักบัญชีกลางเปิดเผยว่า CPI เดือน มิ.ย. ปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น 7.27% ซึ่งมีผลต่อตัวเลขดัชนีรวมกว่าครึ่งหนึ่ง ค่าน้ำมัน ค่าเช่าบ้านก็ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับ มิ.ย. ปีที่แล้วมิได้ใช้มาตรการปรับค่าไฟฟ้าในฤดูร้อน ทำให้ตัวเลขฐานค่อนข้างต่ำ ค่าไฟปรับเพิ่มขึ้น 22% อย่างไรก็ดี การชะลอตัวลงของราคาวัตถุดิบการเกษตรและอุตสาหกรรม หากราคาพืชผักผลไม้ในเดือน ก.ค. ไม่ปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้ CPI ในเดือน ก.ค. จะต่ำกว่าตัวเลขในเดือน มิ.ย. แต่ก็จะยังคงสูงกว่า 3% และคาดว่า CPI จะปรับตัวสูงสุดในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ส่วนการทานอาหารนอกบ้านและสินค้าสำคัญจะดันให้ CPI ขึ้นสูงสุดในราวไตรมาส 3
๓. ไต้หวัน-สหราชอาณาจักร เจรจาด้านพลังงานครั้งที่ 4 จับมือพัฒนาพลังงานเขียว ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ เหลือ 0
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2565 สำนักงานผู้แทนสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ ร่วมกับกรมพลังงาน กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน เปิดการประชุม “การประชุมพลังงานระหว่างไต้หวันกับสหราชอาณาจักร ครั้งที่ 4” โดยฝ่ายสหราชอาณาจักรมีนาย John Dennis ผู้แทนอังกฤษ ประจำไต้หวัน นางหวาง เหม่ยฮัว รมว. เศรษฐการ ไต้หวัน นาย Julie Scott อธิบดีกรมพลังงาน (Department for Business, Energy and Industrial Strategy,BEIS กระทรวงพาณิชย์ สหราชอาณาจักร ร่วมกล่าวเปิดการประชุม นอกจากนี้ ยังได้เชิญตัวแทนผูัเชี่ยวชาญเข้าร่วมการประชุม ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้านอกชายฝั่ง บทบาทพลังงานรีไซเคิล การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0
การประชุมในครั้งนี้ ได้เชิญตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงานและยุทธศาสตร์ กระทรวงการค้าต่างประเทศ ศูนย์พัฒนาและรวบรวมระบบพลังงาน บริษัทที่ปรึกษาพลังงานรีไซเคิล BVGAssociates ของสหราชอาณาจักร กรมการอุตสาหกรรม กรมการค้าต่างประเทศ การท่าเรือ การท่าอากาศยาน การไฟฟ้าไต้หวัน สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ไต้หวัน ฝ่ายเศรษฐกิจ และ สนง. อังกฤษ ประจำไต้หวัน
นาย John Dennis ผู้แทนอังกฤษ ประจำไต้หวัน ระบุว่า ภายใต้ความพยยามร่วมกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้อาศัยการประชุมด้านพลังงานระหว่างไต้หวันกับ อังกฤษ ในครั้งนี้ จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ทั้งสองฝ่ายจะได้มีโอกาสร่วมมือกัน หลังการประชุมเมื่อปีที่แล้ว เราได้เห็นแล้วว่า ไต้หวันได้ประกาศโรดแมพการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และได้ออกเป็น กม. เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ในความร่วมมือระหว่างกันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไต้หวันเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมนอกชายฝั่งในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งค่อนข้างโดดเด่นมาก โดยมีบริษัทจากอังกฤษถึง 36 บริษัท จัดตั้ง สนง. ในไต้หวัน สนับสนุนการพัฒนาในไต้หวัน และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในอนาคตจะยิ่งทำให้ไต้หวันกับอังกฤษมีความร่วมมือด้านพลังงานและด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ส่วนนางหวางเหม่ยฮัว รมว. ว่าการกระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน ได้ระบุว่า “ไต้หวันเพื่อร่วมมือต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0 ภายในปี 2050 และยังได้เสนอแผนการรูปธรรมโรดแมพ 12 ประการในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ ได้ระบุให้การเพิ่มสัดส่วนพลังงานรีไซเคิลเป็นหนึ่งในปมเงื่อนสำคัญของการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวของไต้หวัน ในขณะที่อังกฤษ มีความก้าวหน้าทั้งทางด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ และการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมนอกชายฝั่ง ไต้หวันกับ อังกฤษ มีเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาพลังงานที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ต่ำและการบรรลุถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ให้เหลือ 0 จึงหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันต่อไปในอนาคต
ส่วนทางด้านคุณเฉินฉงเซี่ยน ผอ. กอง กรมพลังงาน ไต้หวัน ได้แบ่งปันประสบการณ์การผลักดันนโยบายผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยระบุว่า กระทรวงเศรษฐการไต้หวันคาดว่า ในไตรมาส 4 ปีนี้ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันจะเปิดประมูลโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งระหว่างปี 2026-2027 รวม 3 กิโลวัตต์ โดยก่อสร้าง ติดตั้งและบำรุงรักษา กังหันปั่นไฟนอกชายฝั่งไถจง และท่าเรืออันผิง ส่วนนาย Karl John ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง กระทรวงการค้าต่างประเทศ สหราชอาณาจักร และนายJack Paterson ที่ปรึกษา BVG Associates ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาพลังงานรีไซเคิล อังกฤษก็ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ การไฟฟ้าไต้หวันก็มีแผนการที่จะเยือนและดูงานที่บริษัท Drax Power Station ของอังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้ารีไซเคิล เพื่อศึกษาประสบการณ์จากบริษัทเหล่านี้
“การประชุมพลังงานระหว่างไต้หวันกับสหราชอาณาจักร ครั้งที่ 4”
๔. อียูจับมือไต้หวัน ญี่ปุ่่น และเกาหลีใต้ เป็นพันธมิตรพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง
นอกจากนี้ สำนักงานกิจการเศรษฐกิจและการค้า สหภาพยุโรปหรืออียู ได้ระบุว่า ได้จัดสัมนาด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง ระหว่าง อียู ไต้หวัน ญีปุ่่น และเกาหลีใต้ ประจำปี 2022 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน หรือไถต้า ในไต้หวัน เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากสำนักงานอียูประจำไต้หวัน สนง. ญี่ปุ่นประจำไต้หวัน สำนักงานพลังงานอียู สำนักงานอียูประจำเกาหลีใต้ และกรมพลังงานไต้หวันร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานลมนอกชายฝั่งหลายท่านจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แบ่งปันประสบการณ์และสถานการณ์ตลาดพลังงานลมนอกชายฝั่งของไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอียู นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดีต่อตลาดไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอียู ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง ในเอเชียแปซิฟิก
รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและการค้ายุโรปประจำไต้หวัน ได้กล่าวถึงการเปิดเสรีทางการค้า ที่แต่ละประเทศอาศัยสินค้าที่ตนผลิตได้ส่งออกไปยังต่างประเทศ สร้างผลประโยชน์อย่างมากมายมหาศษลให้แก่เศรษฐกิจและผู้บริโภคภายในของตน ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานไปสู่โลกาภิวัฒน์ ขณะเดียวกันก็จะเป็นการแข่งขันของสินค้าส่งออกจากประเทศต่าง ๆ อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน อุตสาหกรรมรถยนต์ กล้องถ่ายรูปญี่ปุ่น โทรศัพท์มือถือเกาหลีใต้ และเครื่องจักรกลเทคนิคระดับสูงของอียู และเหตุผลที่ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมยาในยุโรปมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลมนอกชายฝั่งก็หนีไม่พ้นเส้นทางต่าง ๆ เหล่านี้
ผอ. สำนักงานอียู ประจำไต้หวันได้ย้ำในตอนท้ายว่า หุ้นส่วนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน สามารถจับมือร่วมกันจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อถือได้ระหว่างอียู ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างมีคุณค่าร่วมกัน ต่างพยายามผลักดันประชาธิปไตยและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ต่างกำลังพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่งอย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ และตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 2050 อียู ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมถึง 400 GW ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เราสามารถที่จะร่วมมือกันเพื่อโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
การประชุมในครั้งนี้นอกจากโฟกัสไปที่ห่วงโซ่อุปทานในเอเชียแปซิฟิกแล้ว ยังได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากอียู ไต้หวัน และญี่ปุ่นร่วมกันศึกษาการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง ดึงดูดผู้สนใจกว่า 600 คน
สัมนาด้านพลังงานลมนอกชายฝั่ง ระหว่าง อียู ไต้หวัน ญีปุ่่น และเกาหลีใต้ ประจำปี 2022