
Sign up to save your podcasts
Or


จับชีพจรในรอบสัปดาห์
คาดค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้าขยับขึ้นอีก
ผู้ที่หวั่นเกรงการขึ้นค่าจ้างบอกว่า “ค่าจ้างเพิ่มขึ้น นายจ้างจะต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินการเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาอัตรากำไร นายจ้างจะสะท้อนต้นทุนด้วยการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคต้องแบกรับราคาอาหารและสินค้าที่แพงขึ้น เสียงบ่นจากผู้คนขยายวงกว้างขึ้น
เมื่อรัฐบาลได้ยินเสียงบ่นของประชาชน ก็จะปรับค่าจ้างต่อไป ราคาสินค้าพุ่งขึ้นต่อไป เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบสิ้น โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาค่าจ้างในไต้หวันปรับเพิ่มไปแล้วดังนี้
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2019 คือ 23,100 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 150 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2020 คือ 23,800 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 158 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2021 คือ 24,000 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 160 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2022 คือ 25,250 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 168 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2023 คือ 26,400 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 176 เหรียญไต้หวัน
ส่วนปี 2024 คาดว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะเพิ่มเป็น 27,250 - 27,653 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงจะ 182 - 183 เหรียญไต้หวัน
ตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ เบียร์ไต้หวันขายปลีกปรับขึ้น 5 เหรียญ บุหรี่ยาสูบปรับขึ้น 5 ถึง 10 เหรียญ
เนื่องจากราคาวัตถุดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทยาสูบและสุราไต้หวัน (Taiwan Tobacco and Liquor) ซึ่งเป็นองค์ของรัฐ มีการปรับขึ้นราคาขายส่งเบียร์ไต้หวัน Gold Medal เบียร์ไต้หวันคลาสสิก และเบียร์สด 18 วัน ทางบริษัทได้ออกมาประกาศอีกครั้งเมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม) ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อ ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าดั้งเดิมที่จำหน่ายเบียร์ยี่ห้อ Taiwan Beer จะปรับขึ้นราคา 5 เหรียญไต้หวัน ส่วนบุหรี่ยาสูบปรับขึ้น 5-10 เหรียญไต้หวัน
ปีที่แล้วเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศปรับขึ้นราคา ส่วนเบียร์ไต้หวันได้ปรับขึ้นราคาขายส่งในเดือนมิถุนายนปีนี้ตามราคาวัตถุดิบโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับในฐานะรัฐวิสาหกิจ บริษัทต้องจ่ายเงินเข้ากระทรวงการคลังประมาณ 6 พันล้านเหรียญไต้หวันต่อปี จึงตัดสินใจปรับขึ้นราคาเบียร์ไต้หวัน ที่ไม่เคยถูกปรับมานานกว่า 20 ปี
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางบริษัทเริ่มต้นจากการปรับขึ้นราคาขายส่ง โดยเบียร์ที่บรรจุในถังปรับขึ้นลิตรละ 10 เหรียญไต้หวัน ส่วนเบียร์บรรจุขวด ปรับขึ้นลังละประมาณ 36-60 เหรียญไต้หวัน สำหรับเบียร์ขายปลีกที่ขายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าทั่วไป เริ่มปรับราคาในวันที่ 1 สิงหาคม โดยปรับขึ้น 5 เหรียญไต้หวัน ในขณะที่บุหรี่ บางส่วนขึ้น 5 เหรียญไต้หวัน บางส่วนขึ้น 10 เหรียญไต้หวัน บริษัทยาสูบและสุราไต้หวันเน้นย้ำว่า ราคาที่ปรับขึ้นอยู่ในสัดส่วนของราคาวัตถุดิบโลกที่เพิ่มขึ้น เมื่อหักลบต้นทุนแล้ว ทางบริษัทไม่ได้กำไรเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
สถานการณ์เศรษฐกิจการค้าในไต้หวัน
นโยบาย “มุ่งใต้ใหม่” 7 ปี ประสบความสำเร็จ 3 เป้าหมายสำคัญ
นายเซียวซินห่วง ประธานมูลนิธิไต้หวัน - เอเชีย ของไต้หวัน ระบุว่า การผลักดันนโยบาย “มุ่งใต้ใหม่” ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นำพาไต้หวันออกจากความยากลำบากสู่ความรุ่งโรจน์ ได้รับประโยชน์ และมิตรภาพ ทั้ง 3 เป้าหมายสำคัญ โดยมูลนิธิฯ จะมุ่งมานะพยายามต่อไปอย่างต่อเนื่อง กระชับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับอาเซียน เอเชียใต้ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย รวมทั้งมิตรภาพระหว่างประชาชนของประเทศเหล่านี้กับชาวไต้หวัน รวมทั้งอาศัยซอฟท์เพาเวอร์ของไต้หวันมาขยายความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
นายเซียวฯ ระบุว่า 3 เป้าหมายสำคัญของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ ประการแรกคือปรับเปลี่ยนความยากลำบากสู่ความเจริญรุ่งโรจน์ ไต้หวันได้อาศัยนโยบายนี้หลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการเมืองและการค้าที่มีอยู่อย่างมากมาย เป้าหมายประการต่อมาก็คือ ได้รับประโยชน์มากมาย มีงานให้ทำ การลงทุนในประเทศมุ่งใต้ใหม่สูงกว่าการลงทุนในจีนแล้ว มีโอกาสงานมากขึ้น คาดว่าสร้างโอกาสงานได้อย่างน้อย 1-2 ล้านตำแหน่งงาน ส่วนเป้าหมายประการที่ 3 มิตรภาพเป็นสิ่งล้ำค่า โดยทั้งสามส่วนนี้อาจใช้ตัวย่อ 3P มาแทนที่ได้ Pแรกคือ public ส่วน P ที่ 2 คือ private、 และ P ที่ 3 คือ people
นายเซียวซินห่วง ประธานมูลนิธิไต้หวัน - เอเชีย ของไต้หวัน
เยอรมนีกลายเป็นทุนต่างชาติอันดับ 2 ของไต้หวัน
สถิติของคณะกรรมการพิจารณาการลงทุนไต้หวัน ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ได้อนุมัติการลงทุนในไต้หวันของเยอรมนีสูงถึง 977.1 ล้านดอลลาร์ ทำให้เยอรมนีกลายเป็นทุนต่างชาติที่ลงทุนในไต้หวันมากที่สุดเป็นอันดับ 2 สำนักงานเศรษฐกิจเยอรมนีประจำไต้หวันระบุว่า แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะไม่มีความเสถียรเป็นอย่างมาก แต่ภาคธุรกิจเยอรมนียังมีความมั่นใจต่อตลาดไต้หวันเป็นอย่างมาก จึงลงทุนช่วยเหลือไต้หวันพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลของคณะกรรมการพิจารณาการลงทุน ไต้หวัน ระบุว่า ครึ่งแรกของปีนี้ ทุนเยอรมนีลงทุนในไต้หวันถึงเกือบพันล้านดอลลาร์ ทำให้ทุนเยอรมนีในไต้หวันเป็นอันดับ 2 ในไต้หวัน รองจากสิงคโปร์ที่ลงทุนในไต้หวันถึง 2 พันล้านดอลลาร์ แต่แซงหน้าสหรัฐฯ ที่ลงทุนเพียง 610 ล้านดอลลาร์ ประเทศในแคริบเบียนเมืองเครือจักรภพ 592.4 ล้านดอลลาร์ อังกฤษ 512.6 ล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่น 495.5 ล้านดอลลาร์
สำนักงานเศรษฐกิจเยอรมนีประจำไต้หวันระบุว่า การลงทุนของทุนเยอรมนีในไต้หวันเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นสำคัญ โดยแบ่งเป็นการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าและการสนองพลังงานก๊าซ 889.5 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นถึง 91% ของเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดของทุนเยอรมนีในไต้หวัน ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนเฉพาะสาขาอาชีพ วิทยาศาสตร์และการบริการด้านเทคโนโลยี รวมหว่า 51.7 ล้านดอลลาร์ ด้านการสื่อสารไอที 15.3 ล้านดอลลาร์ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต 12.3 ล้านดอลลาร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและก๊าซ คอมพิวเตอร์ และสินค้าออฟติก
ส่วนทางด้านการค้าระหว่างกัน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การค้ารวมระหว่างกันสูงถึง 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2022 ร้อยละ 2.9 แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2021 ร้อยละ 17.8 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มูลค่าการค้าระหว่างไต้หวันกับเยอรมนีสูงกว่าในช่วงโควิดเป็นอย่างมาก
โดยเมื่อเปรียบเทียบกับคู่ค้าอื่น ๆ ของไต้หวันจะเห็นได้ว่า การค้ากับจีนลดลง 28.1% เกาหลีลดลง 25.8% ญี่ปุ่นลดลง 13.7% สหรัฐฯ ลดลง 12.2%
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rtiจับชีพจรในรอบสัปดาห์
คาดค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้าขยับขึ้นอีก
ผู้ที่หวั่นเกรงการขึ้นค่าจ้างบอกว่า “ค่าจ้างเพิ่มขึ้น นายจ้างจะต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินการเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาอัตรากำไร นายจ้างจะสะท้อนต้นทุนด้วยการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคต้องแบกรับราคาอาหารและสินค้าที่แพงขึ้น เสียงบ่นจากผู้คนขยายวงกว้างขึ้น
เมื่อรัฐบาลได้ยินเสียงบ่นของประชาชน ก็จะปรับค่าจ้างต่อไป ราคาสินค้าพุ่งขึ้นต่อไป เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบสิ้น โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาค่าจ้างในไต้หวันปรับเพิ่มไปแล้วดังนี้
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2019 คือ 23,100 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 150 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2020 คือ 23,800 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 158 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2021 คือ 24,000 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 160 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2022 คือ 25,250 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 168 เหรียญไต้หวัน
・ค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2023 คือ 26,400 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงคือ 176 เหรียญไต้หวัน
ส่วนปี 2024 คาดว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะเพิ่มเป็น 27,250 - 27,653 เหรียญไต้หวัน ค่าจ้างรายชั่วโมงจะ 182 - 183 เหรียญไต้หวัน
ตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้ เบียร์ไต้หวันขายปลีกปรับขึ้น 5 เหรียญ บุหรี่ยาสูบปรับขึ้น 5 ถึง 10 เหรียญ
เนื่องจากราคาวัตถุดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทยาสูบและสุราไต้หวัน (Taiwan Tobacco and Liquor) ซึ่งเป็นองค์ของรัฐ มีการปรับขึ้นราคาขายส่งเบียร์ไต้หวัน Gold Medal เบียร์ไต้หวันคลาสสิก และเบียร์สด 18 วัน ทางบริษัทได้ออกมาประกาศอีกครั้งเมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม) ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อ ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าดั้งเดิมที่จำหน่ายเบียร์ยี่ห้อ Taiwan Beer จะปรับขึ้นราคา 5 เหรียญไต้หวัน ส่วนบุหรี่ยาสูบปรับขึ้น 5-10 เหรียญไต้หวัน
ปีที่แล้วเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศปรับขึ้นราคา ส่วนเบียร์ไต้หวันได้ปรับขึ้นราคาขายส่งในเดือนมิถุนายนปีนี้ตามราคาวัตถุดิบโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับในฐานะรัฐวิสาหกิจ บริษัทต้องจ่ายเงินเข้ากระทรวงการคลังประมาณ 6 พันล้านเหรียญไต้หวันต่อปี จึงตัดสินใจปรับขึ้นราคาเบียร์ไต้หวัน ที่ไม่เคยถูกปรับมานานกว่า 20 ปี
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางบริษัทเริ่มต้นจากการปรับขึ้นราคาขายส่ง โดยเบียร์ที่บรรจุในถังปรับขึ้นลิตรละ 10 เหรียญไต้หวัน ส่วนเบียร์บรรจุขวด ปรับขึ้นลังละประมาณ 36-60 เหรียญไต้หวัน สำหรับเบียร์ขายปลีกที่ขายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านค้าทั่วไป เริ่มปรับราคาในวันที่ 1 สิงหาคม โดยปรับขึ้น 5 เหรียญไต้หวัน ในขณะที่บุหรี่ บางส่วนขึ้น 5 เหรียญไต้หวัน บางส่วนขึ้น 10 เหรียญไต้หวัน บริษัทยาสูบและสุราไต้หวันเน้นย้ำว่า ราคาที่ปรับขึ้นอยู่ในสัดส่วนของราคาวัตถุดิบโลกที่เพิ่มขึ้น เมื่อหักลบต้นทุนแล้ว ทางบริษัทไม่ได้กำไรเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
สถานการณ์เศรษฐกิจการค้าในไต้หวัน
นโยบาย “มุ่งใต้ใหม่” 7 ปี ประสบความสำเร็จ 3 เป้าหมายสำคัญ
นายเซียวซินห่วง ประธานมูลนิธิไต้หวัน - เอเชีย ของไต้หวัน ระบุว่า การผลักดันนโยบาย “มุ่งใต้ใหม่” ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นำพาไต้หวันออกจากความยากลำบากสู่ความรุ่งโรจน์ ได้รับประโยชน์ และมิตรภาพ ทั้ง 3 เป้าหมายสำคัญ โดยมูลนิธิฯ จะมุ่งมานะพยายามต่อไปอย่างต่อเนื่อง กระชับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับอาเซียน เอเชียใต้ นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย รวมทั้งมิตรภาพระหว่างประชาชนของประเทศเหล่านี้กับชาวไต้หวัน รวมทั้งอาศัยซอฟท์เพาเวอร์ของไต้หวันมาขยายความสัมพันธ์กับต่างประเทศ
นายเซียวฯ ระบุว่า 3 เป้าหมายสำคัญของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ ประการแรกคือปรับเปลี่ยนความยากลำบากสู่ความเจริญรุ่งโรจน์ ไต้หวันได้อาศัยนโยบายนี้หลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการเมืองและการค้าที่มีอยู่อย่างมากมาย เป้าหมายประการต่อมาก็คือ ได้รับประโยชน์มากมาย มีงานให้ทำ การลงทุนในประเทศมุ่งใต้ใหม่สูงกว่าการลงทุนในจีนแล้ว มีโอกาสงานมากขึ้น คาดว่าสร้างโอกาสงานได้อย่างน้อย 1-2 ล้านตำแหน่งงาน ส่วนเป้าหมายประการที่ 3 มิตรภาพเป็นสิ่งล้ำค่า โดยทั้งสามส่วนนี้อาจใช้ตัวย่อ 3P มาแทนที่ได้ Pแรกคือ public ส่วน P ที่ 2 คือ private、 และ P ที่ 3 คือ people
นายเซียวซินห่วง ประธานมูลนิธิไต้หวัน - เอเชีย ของไต้หวัน
เยอรมนีกลายเป็นทุนต่างชาติอันดับ 2 ของไต้หวัน
สถิติของคณะกรรมการพิจารณาการลงทุนไต้หวัน ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ได้อนุมัติการลงทุนในไต้หวันของเยอรมนีสูงถึง 977.1 ล้านดอลลาร์ ทำให้เยอรมนีกลายเป็นทุนต่างชาติที่ลงทุนในไต้หวันมากที่สุดเป็นอันดับ 2 สำนักงานเศรษฐกิจเยอรมนีประจำไต้หวันระบุว่า แม้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะไม่มีความเสถียรเป็นอย่างมาก แต่ภาคธุรกิจเยอรมนียังมีความมั่นใจต่อตลาดไต้หวันเป็นอย่างมาก จึงลงทุนช่วยเหลือไต้หวันพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลของคณะกรรมการพิจารณาการลงทุน ไต้หวัน ระบุว่า ครึ่งแรกของปีนี้ ทุนเยอรมนีลงทุนในไต้หวันถึงเกือบพันล้านดอลลาร์ ทำให้ทุนเยอรมนีในไต้หวันเป็นอันดับ 2 ในไต้หวัน รองจากสิงคโปร์ที่ลงทุนในไต้หวันถึง 2 พันล้านดอลลาร์ แต่แซงหน้าสหรัฐฯ ที่ลงทุนเพียง 610 ล้านดอลลาร์ ประเทศในแคริบเบียนเมืองเครือจักรภพ 592.4 ล้านดอลลาร์ อังกฤษ 512.6 ล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่น 495.5 ล้านดอลลาร์
สำนักงานเศรษฐกิจเยอรมนีประจำไต้หวันระบุว่า การลงทุนของทุนเยอรมนีในไต้หวันเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นสำคัญ โดยแบ่งเป็นการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าและการสนองพลังงานก๊าซ 889.5 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นถึง 91% ของเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดของทุนเยอรมนีในไต้หวัน ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนเฉพาะสาขาอาชีพ วิทยาศาสตร์และการบริการด้านเทคโนโลยี รวมหว่า 51.7 ล้านดอลลาร์ ด้านการสื่อสารไอที 15.3 ล้านดอลลาร์ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต 12.3 ล้านดอลลาร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและก๊าซ คอมพิวเตอร์ และสินค้าออฟติก
ส่วนทางด้านการค้าระหว่างกัน ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การค้ารวมระหว่างกันสูงถึง 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2022 ร้อยละ 2.9 แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2021 ร้อยละ 17.8 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มูลค่าการค้าระหว่างไต้หวันกับเยอรมนีสูงกว่าในช่วงโควิดเป็นอย่างมาก
โดยเมื่อเปรียบเทียบกับคู่ค้าอื่น ๆ ของไต้หวันจะเห็นได้ว่า การค้ากับจีนลดลง 28.1% เกาหลีลดลง 25.8% ญี่ปุ่นลดลง 13.7% สหรัฐฯ ลดลง 12.2%