ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๗


Listen Later

ผู้นำไต้หวันย้ำเร่งแก้ปัญหาราคาบ้านแพง เพิ่มค่าแรง และเสริมการปราบปรามการหลอกลวงต้มตุ๋น

         สุนทรพจน์วันชาติของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อในปีนี้ ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นเศรษฐกิจในประเทศ ที่ประชาชนทั่วไปกำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการหลอกลวงต้มตุ๋น การปั่นราคาบ้าน หรือปัญหาค่าแรงต่ำกว่าค่าครองชีพที่ต้องแบกรับ 

         โดยในสุนทรพจน์ของผู้นำไต้หวันได้ประกาศกร้าวว่า รัฐบาลจะไม่หนีปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แม้จะต้องสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มทุนหรือองค์กรบางแห่งที่มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ เสริมการปราบปราม “การหลอกลวงต้มตุ๋น” ให้เข้มข้นมากขึ้น เร่งเสริมประสิทธิภาพในการปราบปรามการปั่นราคาบ้าน ให้ประสบผลในเร็ววัน 

        สุนทรพจน์วันชาติครั้งแรกของผู้นำไต้หวันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ย้ำว่า ตนเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ประชาชนทั่วไปถูกกดทับจากราคาบ้านที่แพงหูฉี่มากที่สุด และที่เกลียดและเจ็บปวดที่สุดก็คือการหลอกลวงต้มตุ๋น ซึ่งตนขอให้คำมั่นต่อประชาชนทั่วประเทศว่า รัฐบาลจะไม่หนีปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้โดยเด็ดขาด แม้จะต้องทำให้กลุ่มทุนหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่พอใจรัฐบาลก็ตาม นอกจากนี้ รัฐบาลก็จะให้การดูแลกลุ่มที่ต้องเช่าบ้านเป็นที่อยู่อาศัยให้มากขึ้น สร้างความสมดุลให้แก่ความต้องการของกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนบ้านพักอาศัย ก้าวไปสู่หนทางแห่งความเป็นธรรมในการมีบ้านเป็นที่อยู่ของตนเอง และประกาศก้องว่า “เราจะก้าวไปด้วยกัน และก้าวต่อไป”

         ส่วนนโยบายด้านพลังงานของผู้นำไต้หวันที่ต้องการผลักดันการ “ปฏิรูปพลังงานครั้่งที่ 2” ผู้นำทางธุรกิจไต้หวัน อย่างคุณพานจวิ้นหยง ประธานสภาอุตสาหกรรม ไต้หวันได้แสดงความเห็นด้วยกับนโยบายของประธานาธิบดีไล่ฯ ที่จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอุตสาหกรรมและพลังงาน แต่ก็มีความเห็นว่าควรเพิ่มความเร็วให้มากขึ้น โดยอุตสาหกรรมดั้งเดิมยังต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ส่วนปฏิสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันก็ควรจะต้งอมีการไปมาหาสู่กัน  หากความสัมพันธ์ระหว่างกันยังคงเย็นชาเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีอะไรคืบหน้า สมาชิกของสภาอุตสาหกรรมเกือบแสนรายที่ลงทุนในจีน ไม่มีจุดยืนการเมืองใด ๆ พิจารณาเฉพาะแง่มุมการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายต้องยึดสันติภาพและการทำความเข้าใจกันเป็นหัวใจสำคัญ แสดงบทบาทในฐานะสะพานเชื่อมให้แก่ช่องแคบไต้หวัน


ไต้หวันเตรียมดันแผนผู้อนุบาลต่างชาติรายชั่วโมง แก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัย คาด NGO เป็นนายจ้าง

         ไต้หวันกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยในปีหน้า มีประชากรผู้สูงวัยเกินกว่า 20% ของประชากรทั่วประเทศ ทำให้ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนผู้อนุบาลที่จะมาดูแลผู้สูงวัยในไต้หวัน จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหนี้อย่างเร่งด่วน กระทรวงแรงงานไต้หวันในฐานะเจ้าภาพที่ต้องแก้ปัญหาดังกล่าว ได้วางแผนจัดหาผู้อนุบาลต่างชาติที่คิดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง โดยจะเริ่มทดลองโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปลายปีนี้ หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแบบข้ามกระทรวงมานานกว่า 3 ปีเต็ม โดยจะมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการพิจารณานำเข้าแรงงานต่างชาติ “บลูคอร่า” หรือแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งจะมีการประกาศร่างแก้ไขกฎหมายในราวปลายเดือน ต.ค. ศกนี้ เพื่อผลักดันให้สามารถเริ่มทดลองรูปแบบดังกล่าวภายในปลายปีนี้

        แผนดังกล่าวจะใช้เวลาทดลองประมาณ 3 ปี ซึ่งคาดว่าในช่วงปีแรกจะมีองค์กรการกุศลหรือ NGO รวมประมาณ 10 องค์กร เข้าร่วมแผนการทดลองดังกล่าว โดยกระจายทั้งภาคเหนือ กลาง และใต้ของไต้หวัน ภาคหลัง 1 แห่ง แล้วขยายออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งในปัจจุบันมีองค์กร NGO นับร้อยกระทั่งนับพันแห่งที่ให้บริการเกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงวัย ส่วนบริษัทจัดหางานก็ได้แสดงความประสงค์ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงการทดลองดังกล่าวอย่างคับคั่งด้วย แต่จะต้องเสนอแผนการโดยละเอียด 

       ปัจจุบันไต้หวันมีผู้อนุบาลต่างชาติทั้งสิ้นประมาณ 2.3 แสนคน ในจำนวนนี้มีสูงถึง 2.1 แสนคน ที่เป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน แต่ก็มีบางครอบครัวต้องการผู้อนุบาลชั่วคราวหรือบางช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น หรือบางครอบครัวก็มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนที่จะว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้ แต่ต้องการผู้ดูแลตลอดทั้งวัน หรือไม่อยากให้ผู้อนุบาลนอนที่บ้าน ที่ต้องดูแลผู้อนุบาลต่างชาติด้วย ในขณะที่กลุ่มองค์กรแรงงานต่างชาติในไต้หวันระบุว่า ผู้อนุบาลต่างชาติมีเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนักเกินไป ดังนั้น กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงได้พิจารณาศึกษาวิธีการการว่าจ้างผู้อนุบาลในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ 

      ส่วนทางด้านค่าบริการที่เหมาะสมนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่แน่ชัด อย่างไรก็ดี การดูแลผู้สูงวัยจะแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ทั้งวัน ครึ่งวัน และ 4 ชั่วโมง ส่วนค่าบริการต้องคำนวณจากต้นทุนในการว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติขององค์กร NGO ซึ่งในการทดลองที่สิ้นสุดลงในปี 2019 ที่ผ่านมา จัดเก็บค่าบริการชั่วโมงละ 300 เหรียญไต้หวัน ใช้บริการวันละ 10 ชั่วโมง เดือนละ 30 วัน ค่าใช้จ่ายตกเดือนละ 3 หมื่นเหรียญไต้หวัน แต่เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ราคาสินค้าก็ขยับตัวสูงขึ้น ทำให้คาดว่าค่าบริการน่าจะมีการปรับสูงขึ้น

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti