
Sign up to save your podcasts
Or


ไต้หวันหนุนเอกชนขึ้นค่าตอบแทนให้พนักงานด้วยมาตรการลดหย่อนภาษีย้อนหลัง
สัปดาห์ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้พิจารณาผ่านร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม โดยจะขยายระยะเวลาอีก 10 ปี ในการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีให้แก่วิสาหกิจขนาดกลางและย่อมที่เพิ่มการจ้างงานและขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงานของตน ยกเลิกเพดาน และเพิ่มสัดส่วนการยกเว้นภาษี รวมทั้งปรับเพดานสูงสุดของเงินเดือนที่จะได้รับสิทธินี้เป็น 6.2 หมื่นเหรียญไต้หวัน/เดือน กระทรวงเศรษฐการไต้หวันระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีใหม่ ปีหน้าเป็นต้นไป จนถึงวันทื่ 31 ธ.ค. 2033 ซึ่งหมายความว่า บริษัทที่ขึ้นเงินเดือนให้พนักงานของตนหรือว่าจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นในปีนี้ เมื่อมีคุณสมบัติตามที่ระบุ ก็จะได้รับสิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
ในส่วนของการขึ้นเงินเดือนพนักงาน 10000 เหรียญ จะได้รับลดหย่อนภาษี 175% ของเงินเดือนที่ขึ้น ซึ่งก็คือได้หักลดหย่อนรายได้ประจำปีของบริษัท 17,500 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้รับลดหย่อนเพียง 135% เท่านั้น นอกจากนี้ เงินเดือนพนักงานที่จะนำมาใช้หักลดหย่อนภาษีของบริษัทก็ปรับเพดานเพิ่มจากเดิมไม่เกินเดือนละ 5 หมื่น เป็น 6.2 หมื่น โดยจะมีการปรับตามกลไกการปรับเพิ่มของเงินเดือนรายปีต่อไป
สำหรับในส่วนของการเพิ่มการว่าจ้างพนักงานที่จะได้รับการหักลดหย่อนภาษี ได้ปรับเพิ่มในส่วนของการว่าจ้างพนักงานระดับล่างอายุ 65 ปีขึ้นไป จากเดิมที่ระบุเฉพาะการเพิ่มการจ้างพนักงานที่อายุต่ำกว่า 24 ปี โดยสามารถนำเงินเดือนคูณ 200% ไปหักลดหย่อนภาษีรายได้ของบริษัทได้
ครึ่งแรกของปี จะัดเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง 2.116 แสนล้าน
กระทรวงการคลังไต้หวันประกาศตัวเลขสถิติรายได้จากการจัดเก็บภาษีทั่วประเทศ โดยจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา จัดเก็บได้สุทธิ 8.083 แสนล้าน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความร้อนแรงของอุปกรณ์ AI และตัวเลขการปรับตัวลดลงของภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐฯ การพุ่งสูงขึ้นของดัชนีหลักทรัพย์ไต้หวัน ส่งผลให้ภาษีการซื้อขายหลักทรัพย์ในเดือน มิ.ย. จัดเก็บได้ถึง 2.76 หมื่นล้าน ทุบสถิติรายเดือนที่เคยมีมาก ทำให้ยอดสะสมของ 6 เดือนแรกสูงถึง 1.431 แสน ทุบสถิติเช่นเดียวกัน และมีโอกาสที่จะทำได้ตามเป้าก่อนกำหนดด้วย นอกจากนี้ กระทรวงการคลังไต้หวันยังได้ระบุว่า ภาษีที่จัดเก็บได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 2.1346 ล้านล้าน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 2.116 แสนล้าน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังไต้หวันเปิดเผยว่า ในช่วงเดือน มิ.ย. ไต้หวันจัดเก็บภาษีได้ทั่วประเทศ 8.083 แสนล้าน ลดลงต่อปี 5.3% ในขณะที่ดัชนีหลักทรัพย์ที่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจโดยรวมก็พุ่งสูงขึ้น ทำให้สามารถจัดเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นได้ 2.76 หมื่นล้านทำสถิติในช่วงเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นต่อปีถึง 40% และเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14
ตัวเลขที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขรวมครึ่งแรกของปีนี้ที่มียอดสะสมภาษีซื้อขายหุ้นของครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.431 แสนล้าน นอกจากทุบสถิติ และมีโอกาสทำได้ตามเป้าก่อนกำหนดแล้ว ยังเพิ่มขึ้นต่อปีถึงเกือบ 70% ห่างจากเป้าที่วางไว้เพียง 6.55 หมื่นล้านเท่านั้น
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rtiไต้หวันหนุนเอกชนขึ้นค่าตอบแทนให้พนักงานด้วยมาตรการลดหย่อนภาษีย้อนหลัง
สัปดาห์ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติไต้หวัน ได้พิจารณาผ่านร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม โดยจะขยายระยะเวลาอีก 10 ปี ในการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีให้แก่วิสาหกิจขนาดกลางและย่อมที่เพิ่มการจ้างงานและขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงานของตน ยกเลิกเพดาน และเพิ่มสัดส่วนการยกเว้นภาษี รวมทั้งปรับเพดานสูงสุดของเงินเดือนที่จะได้รับสิทธินี้เป็น 6.2 หมื่นเหรียญไต้หวัน/เดือน กระทรวงเศรษฐการไต้หวันระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีใหม่ ปีหน้าเป็นต้นไป จนถึงวันทื่ 31 ธ.ค. 2033 ซึ่งหมายความว่า บริษัทที่ขึ้นเงินเดือนให้พนักงานของตนหรือว่าจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นในปีนี้ เมื่อมีคุณสมบัติตามที่ระบุ ก็จะได้รับสิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
ในส่วนของการขึ้นเงินเดือนพนักงาน 10000 เหรียญ จะได้รับลดหย่อนภาษี 175% ของเงินเดือนที่ขึ้น ซึ่งก็คือได้หักลดหย่อนรายได้ประจำปีของบริษัท 17,500 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้รับลดหย่อนเพียง 135% เท่านั้น นอกจากนี้ เงินเดือนพนักงานที่จะนำมาใช้หักลดหย่อนภาษีของบริษัทก็ปรับเพดานเพิ่มจากเดิมไม่เกินเดือนละ 5 หมื่น เป็น 6.2 หมื่น โดยจะมีการปรับตามกลไกการปรับเพิ่มของเงินเดือนรายปีต่อไป
สำหรับในส่วนของการเพิ่มการว่าจ้างพนักงานที่จะได้รับการหักลดหย่อนภาษี ได้ปรับเพิ่มในส่วนของการว่าจ้างพนักงานระดับล่างอายุ 65 ปีขึ้นไป จากเดิมที่ระบุเฉพาะการเพิ่มการจ้างพนักงานที่อายุต่ำกว่า 24 ปี โดยสามารถนำเงินเดือนคูณ 200% ไปหักลดหย่อนภาษีรายได้ของบริษัทได้
ครึ่งแรกของปี จะัดเก็บภาษีได้เกินเป้าถึง 2.116 แสนล้าน
กระทรวงการคลังไต้หวันประกาศตัวเลขสถิติรายได้จากการจัดเก็บภาษีทั่วประเทศ โดยจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา จัดเก็บได้สุทธิ 8.083 แสนล้าน ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความร้อนแรงของอุปกรณ์ AI และตัวเลขการปรับตัวลดลงของภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐฯ การพุ่งสูงขึ้นของดัชนีหลักทรัพย์ไต้หวัน ส่งผลให้ภาษีการซื้อขายหลักทรัพย์ในเดือน มิ.ย. จัดเก็บได้ถึง 2.76 หมื่นล้าน ทุบสถิติรายเดือนที่เคยมีมาก ทำให้ยอดสะสมของ 6 เดือนแรกสูงถึง 1.431 แสน ทุบสถิติเช่นเดียวกัน และมีโอกาสที่จะทำได้ตามเป้าก่อนกำหนดด้วย นอกจากนี้ กระทรวงการคลังไต้หวันยังได้ระบุว่า ภาษีที่จัดเก็บได้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 2.1346 ล้านล้าน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 2.116 แสนล้าน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังไต้หวันเปิดเผยว่า ในช่วงเดือน มิ.ย. ไต้หวันจัดเก็บภาษีได้ทั่วประเทศ 8.083 แสนล้าน ลดลงต่อปี 5.3% ในขณะที่ดัชนีหลักทรัพย์ที่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจโดยรวมก็พุ่งสูงขึ้น ทำให้สามารถจัดเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นได้ 2.76 หมื่นล้านทำสถิติในช่วงเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นต่อปีถึง 40% และเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14
ตัวเลขที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขรวมครึ่งแรกของปีนี้ที่มียอดสะสมภาษีซื้อขายหุ้นของครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.431 แสนล้าน นอกจากทุบสถิติ และมีโอกาสทำได้ตามเป้าก่อนกำหนดแล้ว ยังเพิ่มขึ้นต่อปีถึงเกือบ 70% ห่างจากเป้าที่วางไว้เพียง 6.55 หมื่นล้านเท่านั้น