ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕


Listen Later

๑. 3 ประเทศทะเลบอลติกถอนตัวจากความตกลงความร่วมมือกับจีน

            เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลัทเวียและเอสโทเนีย ได้ประกาศถอนตัวจากความตกลงความร่วมมือจีน-ยุโรปตะวันออก หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว ลิทัวเนียได้ถอนตัวออกจากความตกลงดังกล่าวไปแล้ว ทำให้ 3 ประเทศในทะเลบอลติกทั้งหมดไม่ร่วมสังฆกรรมกับจีนอีกต่อไป 

3 ประเทศในคาบสมุทรบอลติกถอนตัวจากความตกลงร่วมมือจีน-ยุโรปตะวันออก (ภาพจาก google map) 

           ทั้งนี้ เมื่อปลายปีที่แล้ว ลิทัวเนียเห็นชอบให้ไต้หวันเปิดสำนักงานที่มีสิทธิและศักดิ์เสมือนสถานเอกอัคราราชทูต จนทำให้จีนไม่พอใจเป็นอย่าง และส่งผลให้ความสัมพันธ์กับจีนเลวร้ายลงด้วย 

           กระทรวงการต่างประเทศลัทเวีย ได้ประกาศเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า การเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มองค์กรจีน-ยุโรปตะวันออก ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบัน 

           อย่างไรก็ตามทั้งลัทเวียและเอสโตเนียก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับจีนต่อไป ขณะเดียวกันก็จะเคารพต่อกฎระเบียบและสิทธิมนุษยชนของประชาคมโลกด้วย 

           สำหรับองค์กรดังกล่าว ปัจจุบันมีสมาชิกที่ประกอบไปด้วย บัลแกเรีย โครเอเธีย เช็ก กรีซ ฮังการี โปแลนด์ โรมาเนีย สโลวัก และสโลวาเนีย 

            ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเช็ก ได้ระบุเมื่อ พ.ค. ปีนี้ว่า คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการลงทุนและสิทธิพิเศษทางการค้าขนาดใหญ่ของจีน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนรัฐสภาเช็กก็เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ถอนตัวจากองค์กรดังกล่าว 

           สัปดาห์ที่ผ่านมา นาง Agnė Vaiciukevičiūtė รมช. ว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของลิทัวเนีย ได้เดินทางเยือนไต้หวันระหว่างวันที่ 7-11 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางการปักกิ่งได้ตอบโต้โดยการสั่งระงับความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศกับลิทัวเนีย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ประณามอย่างรุนแรงงต่อการกระทำดังกล่าวของจีนโดยระบุว่า เป็นการกระทำที่ไร้เหตุผล และเป็นการกระทำที่ไม่สนใจต่อกฎระเบียบประชาธิปไตยนานาชาติ พร้อมทั้งย้ำจุดยืนของไต้หวันที่ยืนหยัดและแน่วแน่ที่ไต้หวันจะกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลลิทัวเนียต่อไป 

นาง Agnė Vaiciukevičiūtė รมช. ว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของลิทัวเนีย เยือนไต้หวัน ประกาศเปิดสำนักงานประจำไต้หวัน ก.ย. นี้แน่

          นอกจากนี้ ในส่วนของนาย Marius Skuodis รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลิทัวเนีย ได้แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของจีนว่า เป็นกระทำที่ผิดกฎหมาย และย้ำว่า ลิทัวเนียจะกระชับความสัมพันธ์กับไต้หวันต่อไป 

นาย Marius Skuodis รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลิทัวเนีย

๒. เศรษฐกิจไต้หวันยังเติบโตต่อไปอย่างมีเสถียรภาพ แม้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์

            เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักบัญชีกลางไต้หวัน ได้ประกาศตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันล่าสุด ระบุว่า เนื่องจากการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ประกอบกับการบริโภคของภาคเอกชนภายในประเทศไม่เป็นไปตามที่คาด โดยคาดว่า ในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 3.76 ปรับลดลงจากที่คาดไว้เมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา ร้อยละ 0.15 ซึ่งนายจู เจ๋อหมิน ผู้อำนวยการสำนักบัญชีกลาง ไต้หวันชี้แจงว่า แม้ตัวเลขคาดการณ์จะลดลง แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้ว เศรษฐกิจไต้หวันยังมีแรงขับเคลื่อน รวมทั้งยังคงอยู่ในสภาพที่มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มิใช่มาจากการตกต่ำของเศรษฐกิจโดยตรง 

          สำนักบัญชีกลาง ไต้หวันระบุว่า ไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 3.72% มากกว่าที่ประเมินไว้ในเดือน พ.ค. 0.58% โดยการลงทุนของภาคเอกชนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.15% นอกจากนี้ ยังได้ประมาณการณ์ตัวเลขการเติบโตขของไตรมาส 3 และ 4 จะอยู่ที่ 4.71% และ 3.53% ตามลำดับ ส่วนตัวเลขคาดการณ์ตลอดทั้งปีของปีนี้ คาดจะอยู่ที่ 3.76% น้อยกว่าที่คาดไว้เมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา  

           ทั้งนี้ สำนักบัญชีกลางไต้หวันระบุว่า การที่ต้องปรับลดตัวเลขคาดการณ์จีดีพี ปีนี้ มาจากปัจจัย 2 ประการ ได้แก่ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว อุปสงค์ภายนอกอ่อนปวกเปียก โดการส่งออกสินค้าของไต้หวันในปีนี้คาดว่าจะปรับตัวลดลง 4,900 ล้านดอลลาร์ฺ ส่วนด้านการบริโภค ครึ่งหลังของปีนี้ การบริโภคภายในคาดว่ายังมีความหวัง เพราะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่การเดินทางไปต่างประเทศของชาวไต้หวันยังคงไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ต้องปรับลดการคาดการณ์จีดีพีของปีนี้ 

           นายจูเจ๋อหมิน ผู้อำนวยการสำนักบัญชีกลางไต้หวันย้ำว่า แม้สำนักบัญชีกลางจะมีการปรับลดตัวเลคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ถึง 2 ครั้ง แต่มูลค่าเม็ดเงินลดลงไม่ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ในขณะที่งบรายจ่ายภาครัฐ และการลงทุน ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว การเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันยังอยู่ในร่องในรอยทางเศรษฐกิจอยู่ มิใช่เป็นการตกต่ำโดยตรง 

          ส่วนตัวเลขภาวะเงินเฟ้อของปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 2.92% ซึ่งยังคงรักษาอยู่ในระดับไม่เกิน 3% 

๓. ควันหลงมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจไต้หวันของจีน รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการเต็มที่ 

            การใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจต่อไต้หวันของจีน อันสืบเนื่องจากการเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ในช่วงต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวันได้เริ่มแผนให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อน โดยวจัดสรรงบประมาณในการนี้ 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ตามแผน “สินค้าไต้หวันไปทั่วโลก” ในช่วงเดือน ส.ค. - ธ.ค. ปีนี้ จัดกิจกรรมแสดงสินค้าส่งเสริมการขายสินค้าไต้หวันขนาดใหญ่ใน 13 ประเทศ ขยายตลาดสินค้าอาหารแปรรูปไต้หวัน ช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต นางหวางเหม่ยฮัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน ระบุว่า นอกจากคาดว่าผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบประมาณ 2000 ราย แล้ว และยังสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจอีกถึง 60 ล้านดอลลาร์ กระจายตลาดสินค้าไต้หวันไปทั่วโลก 

          นางหวางเหม่ยฮัว ระบุว่า “หากผู้ประกอบการจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยตนเอง ก็มีสิทธิขอรับเงินอุดหนุนโครงการจากกระทรวงฯ ได้ ซึ่งเราจะให้เงินอุดหนุนรายละ 1 แสน หากต้องการจะไปหาช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าด้วยตนเอง ก็สามารถยื่นขอรับเงินอุดหนุนจากกระทรวงได้ ซึ่งจะได้รับเงินอุดหนุนจำนวน 2 แสน/ครั้ง สูงสุดไม่เกิน 1 ล้าน 

          ส่วนประเด็นที่จีนอาจใช้เงื่อนไขการติดป้ายแหล่งกำเนิดสินค้า โดยเปลี่ยนจาก Made in Taiwan เป็น Made in Taiwan, China หรือ Made in Chinese Taipei นางหวางฯ ย้ำว่า สินค้าส่งออกทุกชนิดของไต้หวันไม่ว่าจะส่งออกไปยังประเทศใด จะต้องระบุแหล่งกำเนิดสินค้าตามกฎหมาย สินค้าที่ออกจากด่านไต้หวันต้องติดสลาก สาธารณรัฐจีน ไต้หวัน หรือ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน นางหวางฯ ระบุว่า หากมีการเรียกร้องจากจีนเช่นนั้น กรมศุลกากร กระทรวงการคลังไต้หวันก็จะประสานงานกับกรมศุลกากรจีน อย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นสินค้าประเภทใด ซึ่งในช่วง 2 วันที่ผ่านมา สภาพการณ์เช่นี้ดีขึ้นมากแล้ว 

นางหวางเหม่ยฮัว รมว. เศรฐการ ไต้หวัน

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti