ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖


Listen Later

ไต้หวัน-แคนาดา เร่งเจรจาความตกลงคุ้มครองลงทุน คาดเซ็นได้สิ้นปีนี้ 

           หลังจากที่ห่างหายไปนานกว่า 7 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับแคนาดาก็เริ่มมีความคืบหน้าขึ้นบ้าง โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการลงนามในความตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ สำนักงานเศรษฐกิจและการค้า สภาบริหาร ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ประกาศว่า การเจรจาความตกลงคุ้มครองการลงทุนหรือ FIPA ระหว่างไต้หวันกับแคนาดาเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่งเป็นความตกลงการลงทุนแบบทวิภาคีที่แคนาดาเจรจาแล้วเสร็จเป็นฉบับแรกหลังปี 2021 สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าไต้หวันเปิดเผยว่า การลงนามจะพยายามเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ก่อนสิ้นปีนี้ 

           สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าระบุเพิ่มเติมว่า ไต้หวันกับแคนาดาเริ่มเปิดการเจรจาในประเด็นดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน ก.พ. ปีนี้ โดยมีนายเติ้งเจิ้นจง ผู้แทนการค้าไต้หวัน เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไต้หวัน เจรจากับคณะตัวแทนจากแคนาดาที่นำโดย Mary Ng  รัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศ แคนาดาเป็นหัวหน้าคณะแคนาดา ร่วมกันประกาศขับเคลื่อนการเจรจา ซึ่งใช้เวลาเจรจาไม่ถึงปีก็สามารถบรรลุความตกลงกันได้ ขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการรับรองสาระของความตกลงของแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวจะมีทั้งสิ้น 3 ภาษา ได้แก่จีน อังกฤษ และฝรั่งเศส เมื่อกระบวนการต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็สามารถลงนามกันได้เลย เป้าหมายคือลงนามก่อนสิ้นปีนี้ 

           เนื่องจากในปีหน้าคือปี 2024 แคนาดาจะรับหน้าที่เป็นประธานหมุนเวียนของ CPTPP ประกอบกับได้รับอานิสงส์จากความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ทำให้แคนาดามีอิทธิพลต่อประเด็นการค้าระหว่างประเทศไม่น้อย และมีบทบาทสำคัญด้วย ด้วยเหตุนี้ การจัดทำความตกลงป้องกันการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไต้หวันกับแคนาดาจะเป็นผลดีต่อการขอเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ของไต้หวันหรือไม่? นายเติ้งเจิ้นจง ผู้แทนการค้าไต้หวันระบุว่า เมื่อมีการลงนามในความตกลงนี้แล้ว ก็จะเป็นเครื่องยืนยันต่อ CPTPP ได้ว่า ไต้หวันมีคุณสมบัติมาตรฐานระดับสูงสอดคล้องกับความตกลงนี้ 

          นายเติ้งฯ ระบุว่า ความตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างไต้หวันกับแคนาดาเป็นความตกลงด้านการลงทุนที่เป็นหลักประกันให้แก่นักลงทุนระหว่างประเทศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งสามารถคาดการณ์และอำนวยความสะดวกได้มากที่สุด รวมทั้งคำนึงถึงผลประโยชน์ของวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม สตรี และชนพื้นเมือง เป็นความตกลงที่มีมาตรฐานค่อนข้างสูง สาระและเอกสารแนบมีทั้งสิ้นประมาณ 70 กว่ามาตรา มีกฎระเบียบทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศในระดับสูง ของทั้งสองฝ่าย ทางด้านการลงทุนก็ครอบคลุมมาตราที่เป็นหัวใจของการคุ้มครองการลงทุนด้วย อาทิการได้รับสิทธิเช่นเดียวกับพลเมืองของอีกฝ่ายหนึ่ง ได้รับสิทธิพิเศษ การชดใช้ค่าเสียหาย การเวนคืน ตลอดจนการโยกย้ายเงินทุนด้วย 

          รายงานข่าวระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันมีการลงทุนในอเมริกาเหนืออย่างคึกคัก นายเติ้งฯ ระบุว่า ไต้หวันกับแคนาดาเป็นคู่ค้า หุ้นส่วนที่สำคัญของกันและกัน โดยปีที่แล้วมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 5.8 พันล้านดอลลาร์ โดยที่ไต้หวันเป็นคู่ค้าอันดับ 6 ในเอเชียของแคนาดา อุตสาหกรรมไต้หวันที่จะได้รับอานิสงส์จากการนี้ได้แก่ อุตสาหกรรม IC พลังงานรีไซเคิล ไอที อุตสาหกรรมยาชีวภาพ โลจิสติกส์ ขนส่ง การเงิน ขายปลีก ส่วนการลงทุนในไต้หวันของแคนาดา อาทิพลังงานลม กองทุนบำเหน็จบำนาญของแคนาดาก็มีเงินจำนวนมหาศาล ดังนั้น จึงคาดว่าการลงทุนในไต้หวันของแคนาดาจะมีทิศทางที่ดียิ่งขึ้น นายเติ้งฯ ย้ำว่า การลงทุนระหว่างไต้หวันกับแคนาดาเป็นไปอย่างหลากหลาย ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในความตกลงป้องกันการเก็บภาษีซ้อนระหว่างกันตั้งแต่ปี 2016 คราวนี้เป็นความตกลงคุ้มครองการลงทุนอีก ก็ยิ่งจะทำให้เป็นผลดีต่อการกระจายการลงทุนไปทั่วโลกของธุรกิจไต้หวัน

 ลุ้นหวยใบเสร็จทุก 2 เดือน คลังเตรียมอัดเงินรางวัลส่งเสริมใช้บริการใบเสร็จดิจิทัล 

         นางจวงชุ่ยหยุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไต้หวัน เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน มีผู้ใช้บริการเก็บสะสมใบเสร็จรับเงินไว้บน cloud หรือบัญชีส่วนตัวที่ฝากไว้ที่กระทรวงการคลังประมาณ 53% ซึ่งปีหน้าได้วางเป้าหมายไว้ที่ 55% ขณะเดียวกัน ในปีหน้าจะมีเงินรางวัลสำหรับใบเสร็จรับเงินสูงถึง 1.45 หมื่นล้าน ทุบสถิติที่เคยมีมา นางฯ ระบุว่า เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนใช้บริการ “คลาวน์” ให้มากขึ้น หากมีงบประมาณเพียงพอ ก็จะเพิ่มรางวัลสำหรับใบเสร็จรับเงินที่เก็บไว้บน “คลาวน์” ให้มากขึ้น 

        นางจวงฯ ได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ประกอบการที่มีผลงานดีเด่นในการส่งเสริมให้ลูกค้าใช้บริการ “คลาวน์” ได้เป็นจำนวนมาก ร้านค้าที่คว้ารางวัลเหล่านี้ ประกอบไปด้วย ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มแบบเขย่า ร้านค้าปลีก ลานจอดรถ และ KTV 

        นางจวงฯ ระบุว่า ในชีวิตประจำวันของผู้คนหนีไม่พ้นต้องใช้ใบเสร็จรับเงิน ไม่ว่าจะเป้นการซื้อสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ค่าจอดรถ ค่าที่พัก ก็จะต้องเรียกใบเสร็จรับเงิน ขณะเดียวกันการใช้บริการ “คลาวน์” ก็จะทำให้การบริการลูกค้ามีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดภาระที่ต้องไปซื้อใบเสร็จรับเงิน ประหยัดเวลา ประหยัดกำลังคน ประหยัดต้นทุน ซึ่งจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ทั่วประเทศมีผู้ใช้บริการดังกล่าวในสัดส่วนที่สูงถึง 53.22% แล้ว ทำได้ตามเป้า 52% ก่อนกำหนดเวลาในสิ้นปีนี้ 

        นางจวงฯ ระบุว่า หวังว่าปีหน้าจะมีผุู้ใช้บริการ “คลาวน์” สูงขึ้นเป็น 55% หรือสูงกว่านี้ โดยกระทรวงการคลังได้เตรียม 2 มาตรการที่จะให้บรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าว ได้แก่ การทำให้ระบบต่าง ๆ มีความคล่องตัว รวดเร็ว ให้การฝึกอบรมแก่ผู้ประกอบการในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ส่วนอีกประการหนึ่งก็คือ ส่งเสริมให้ประชาชนเก็บใบเสร็จรับเงินไว้ในรูปของดิจิทัลบน “คลาวน์” ขณะขอรับใบเสร็จรับเงิน และวางแผนเพิ่มเงินรางวัลให้แก่ใบเสร็จดิจิทัลให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้ กระทรวงการคลังได้วางแผนงบประมาณเงินรางวัลใบเสร็จดิจิทัลให้มากขึ้น ซึ่งหากสภานิติบัญญัติอนุมัติก็จะนำมาจัดสรรเป็นเงินรางวัลในส่วนนี้เป็นอันดับแรก

APP เก็บใบเสร็จดิจิทัลของกระทรวงการคลัง

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti