ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๕


Listen Later

๑. ไต้หวันมั่นใจไม่มีทางก็อปปี้ TSMC ไปที่อื่นได้ 

           สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า หากปักกิ่งรุกรานไต้หวันซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด สหรัฐฯ อาจพิจารณาอพยพวิศวกรแผ่นชิพไต้หวันไปยังสหรัฐฯ นั้น กรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวันย้ำว่า เสถียรภาพของช่องแคบไต้หวันเป็นการลงทุนห่วงโซ่อุปทานที่ดีที่สุดของโลก ความคิดที่จะก็อปปี้อุปกรณ์ โรงงาน เครื่องจักรของ TSMC ไปที่อื่น แม้จะใช้งบประมาณการลงทุนมหาศาลก็ไม่มีทางเป็นไปได้  

           สื่อไต้หวันรายงานอ้างรายงานข่าวของบูมเบิร์กว่า แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามรายงานว่า หลังจากที่รัสเซียรุกรานยูเครน สหรัฐฯ ได้เริ่มพิจารณาเสริมความเข้มข้นของโครงการรับมือกับการโจมตีไต้หวันจากจีน ที่สำคัญก็คือการพิจารณาความปลอดภัยของอุตสาหกรรมแผ่นชิพไต้หวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยของ TSMC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแผ่นชิพระดับโลก มีความหมายด้านยุทธศาสตร์ หากปักกิ่งรุกรานไต้หวัน ในสภาพที่เลวร้ายที่สุด สหรัฐฯ อาจพิจารณาอพยพวิศวกรแผ่นชิพที่มีเทคนิคระดับสูงของ TSMC ออกจากไต้หวัน

          กรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวัน ได้ออกแถลงข่าวในกรณีดังกล่าว ประชาคมโลก ซึ่งรวมถึงจีนด้วย ควรเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เศรษฐกิจไต้หวันได้เชื่อมต่อเข้ากับเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจจีนด้วย กล่าวสำหรับทั่วโลกแล้ว เสถียรภาพและความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวัน เป็นการลงทุนห่วงโซ่อุปทานที่ดีที่สุด 

          กระทรวงเศรษฐการไต้หวันระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯกับไต้หวันมีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการปกป้องความปลอดภัยของไต้หวัน สันติภาพบนช่องแคบไต้หวันและความเข้มแข็งของความร่วมมือในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ เพราะฉะนั้น รายงานข่าวดังกล่าว เป็นเพียงความคิดเห็นของนักวิเคราะห์บางส่วนเท่านั้น มิใช่ความคิดเห็นของรัฐบาลสหรัฐฯ 

          กระทรวงเศรษฐการระบุว่า ไต้หวันกับสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจที่สำคัญต่อกัน ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างกันเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้น มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นไปด้วยดี มีเวทีการพูดคุยร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์หลายเวที ซึ่งรวมถึง การเจรจาความตกลงกรอบการค้าและการลงทุน(TIFA) กรอบความร่วมมือการค้าการลงทุนและเทคโนโลยี หรือ TTIC 

         กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ระบุว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ CBS ระบุชัดว่า ความระส่ำระสายของช่องแคบไต้หวันกระทบไปทั่วโลก หากไต้หวันเกิดเรื่องขึ้น เศรษฐกิจทั่วโลกก็จะได้รับผลกระทบในระดับหายนะเกิดขึ้นทีเดียว เช่นเดียวกับที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้กล่าวย้ำว่า สหรัฐฯ ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือปกป้องไต้หวันอีกครั้ง 

         กระทรวงเศรษฐการไต้หวันย้ำว่า กระบวนการผลิตของ TSMC มีความละเอียดและสลับซับซ้อนมาก ต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ นับร้อยกระบวนการ เฉพาะบริษัทอุปทานของตนเองก็มีถึงเกือบ 400 บริษัท หากคิดที่จะก็อปปี้ TSMC ที่ใช้เวลาในการวางฐานในไต้หวันเป็นเวลาช้านานไปที่อื่น แม้ต้องทุ่มงบประมาณอย่างมหาศาลก็คงเป็นไปไม่ได้ 

         บริษัที่ปรึกษาบอสตัน หรือ Boston Consulting Group, BCGได้เคยประกาศรายงานผลการศึกษาระบุว่า หากประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องการที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้สามารถพึ่งตัวเองได้ ก็อาจทำให้ราคาเซมิคอนดักเตอร์พุ่งขึ้น 35-65% ซึ่งจะส่งผลต่อราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

กระทรวงเศรษฐการไต้หวันระบุอีกว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับไต้หวัน เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญเช่นเดียวกัน หากไต้หวันไม่มีเสถียรภาพ ย่อมต้องกระทบต่อความปลอดภัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่ใช่กระทบเพียงแค่ไต้หวันประเทศเดียวเท่านั้น และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์จากไต้หวันเป็นจำนวนมาก หากช่องแคบไต้หวันไม่ปลอดภัย จีนก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วย

๒. สวนกระแสโควิด! ปีนี้เก็บภาษีได้เกิน 3 ล้านล้านTWD เป็นครั้งแรก

          สถิติล่าสุดของกระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า แม้การจัดเก็บภาษีซื้อขายหุ้นและภาษีมูลค่าเพิ่มของที่ดิน ในช่วงที่ผ่านมาลดลงากในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากตลาดหุ้นและตลาดอสังหาริมทรัพย์อ่อนล้าลง แต่เนื่องจากปีที่แล้วอัตรการเติบโตทางเศรษฐกิจของปีที่แล้วค่อนข้างสูง การเติบโตของค่าจ้าง ผลกำไรของภาคธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ภาษีเงินได้ของปีนี้จัดเก็บได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ กระทรวงการคลังไต้หวันประมาณการณ์ว่า การจัดเก็บภาษีตลอดทั้่งปีของปีนี้นอกจากจะสามารถทำได้ตามเป้าแล้ว ยังจะเป็นครั้งแรกที่สามารถจัดเก็บได้เกินกว่า 3 ล้านล้าน ซึ่งอาจจะจัดเก็บได้ทะลุเป้าหมายประมาณ 3 แสนล้าน 

         เมื่อพิจารณาจากรายการจัดเก็บภาษีเดือน ก.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น 5.8 หมื่นล้าน ภาษีการค้าเพิ่มขึ้น 1.06 หมื่นล้าน ภาษีซื้อขายหุ้นลดลง 5.2 พันล้าน เมื่อเปรียบเทียบยอดรวมการจัดเก็บภาษีในช่วง 9 เดือนแรกเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว ภาษีการค้าเพิ่มขึ้น 3.246 แสนล้าน ภาษีรายได้บุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้น 1.265 แสนล้าน ภาษีการค้าเพิ่มขึ้น 3.81 หมื่นล้าน โดดเด่นที่สุด ส่วนภาษีซื้อขายหุ้นลดอุณหภูมิลง  โดยลดลง 7.69 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 

        กระทรวงการคลัง ไต้หวันระบุว่า ในส่วนของภาษีซื้อขายหุ้นนอกจากจะมีตัวเลขฐานค่อนข้างสูง ได้รับผลกระทบจากการที่ภาวะเงินเฟ้อยังไม่ดีขึ้น ธนาคารกลางหรือ FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการหมุนเวียนของตลาด ประกอบกับบรรยากาศในตลาดยังคงมีความวิตกกังวลต่อการถดถอยทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทุนต่างชาติก็ถอนตัวออกจากไต้หวันเนื่องการดอกเบี้ยในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นและปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ จนทำให้ตลาดหลักทรัพย์หดตัวลงค่อนข้างมาก 

       สำหรับในส่วนของภาษีที่เก็บได้จากมูลค่าเพิ่มของที่ดิน เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ลดอุณหภูมิลง ทำให้ยอดการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้ลดลง เดือน ก.ย. เก็บได้เพียง 6 พันล้าน  ลดลงจากเดือน ส.ค. 1.1 พันล้าน หรือคิดเป็นลดลง 15.6% ส่วนยอดรวม 9 เดือนแรกของปีนี้ จัดเก็บได้ 7.29 หมื่นล้าน ลดลงจากระยะเดียวกันของปีที่แล้ว 7.5 พันล้าน หรือคิดเป็นลดลง 9.3%  

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti