ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๖


Listen Later

จังหวะชีพจรเศรษฐกิจในรอบสัปดาห์

ITRI จัดแสดงผลงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยี เปิดตัว AI TAIWAN

            "AI TAIWAN 2023" ร่วมจัดแสดงในงาน Future commerce เป็นครั้งแรก สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (ITRI) ได้จัดแสดงความสำเร็จด้านเทคโนโลยี AI จำนวน 3 รายการในศาลา AI แห่งอนาคต ในจำนวนนี้ "การ์ดอวยพร ภาพกราฟิกเรียลไทม์และข้อความที่สร้างโดย Generative AI" สามารถช่วยสร้างผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมส่วนบุคคลได้อย่างรวดเร็ว ผู้เข้าชมเพียงถ่ายภาพในพื้นที่งาน จากนั้นเลือกฉากเทศกาลบ๊ะจ่างที่เหมาะสม ใส่คำอวยพรให้กับไต้หวัน ระบบก็จะสร้างและพิมพ์บัตรอวยพรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของไต้หวันได้โดยอัตโนมัติ

สถานการณ์ขาดแคลนไข่ไก่ในไต้หวันดีขึ้น สั่ง ลดราคาขายส่งไข่ไก่และราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มลงชั่งละ 3 เหรียญไต้หวัน มีผล 14 มิ.ย. 66

              สมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์ปีกไต้หวันเปิดเผยว่า จากการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาราคาไข่ไก่เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา (2566) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับลดราคาขายส่งไข่ไก่จากชั่งละ 55 เหรียญไต้หวันเป็น 52 เหรียญไต้หวันและราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากชั่งละ 45.5 เหรียญไต้หวันเป็น 42.5 เหรียญไต้หวันโดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนนี้ (2566) เป็นต้นไป และจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกันวันที่ 13 มิถุนายนนี้ 

ดัชนีผู้บริโภคไต้หวันเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 2.02% ต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคยังคงแพง

             สำนักสถิติและบัญชีกลาง สภาบริหารสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI ) ประจำเดือนพฤษภาคมปี 2566 พบว่า เพิ่มขึ้น 2.02% ลดลงจากเดือนเมษายนซึ่งอยู่ที่ 2.35% ยังสูงกว่าสัญญาณเตือนเงินเฟ้อ 2% แต่เป็นตัวเลขที่ลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2564  อย่างไรก็ดี สำนักสถิติและบัญชีกลางเผยว่า แรงกดดันเงินเฟ้อที่มาจากการนำเข้าลดลง แต่ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารนอกบ้านยังคงอยู่ในระดับสูง

 

ธนาคารกลางไต้หวันย้ำทำความเข้าใจกับสหรัฐฯ กรณีไต้หวันถูกจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่มีพฤติกรรมแทรกแซงค่าเงิน 

           สืบเนื่องจากกรณีที่ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง สหรัฐฯ ได้ประกาศรายงานเกี่ยวกับนโยบายค่าเงินประจำครึ่งปีแรกของปีนี้ แม้จะไม่ได้ระบุชื่อประเทศคู่ค้าของตนเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน แต่ก็ยังคงระบุให้ไต้หวัน จีน เกาหลีใต้ เยอรมนี มาเลเซีย สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง ซึ่งธนาคารกลาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้แสดงท่าทีเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ดัชนีที่ไต้หวันถูกสหรัฐฯ บรรจุให้เป็นประเทศที่ต้องจับตามีอยู่ 3 ประการด้วยกัน ซึ่งไต้หวันมี 2 ดัชนีที่สอดคล้องกับคุณสมบัติของการแทรกแซงเงินตรา ทำให้ไต้หวันถูกบรรจุอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ในส่วนของธนาคารกลางจะทำความเข้าใจกับกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งช่องทางต่างๆ  ก็ยังเป็นไปอย่างดีเยี่ยม โดยจะทำความเข้าใจกันในประเด็นระบบเศรษฐกิจโดยรวม และนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 

         สำหรับดัชนี 3 ตัวที่สหรัฐฯ ใช้เป็นมาตรฐานในการพิจารณาจัดทำรายงานฉบับนี้ ได้แก่ สินค้าและภาคบริการสหรัฐฯ เสียเปรียบดุลการค้าเกินกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ บัญชีเดินสะพัดได้เปรียบดุลเกินกว่า 2% ของจีดีพี หรือคำนวนตามสูตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ พบมีช่องโหว่ระหว่างบัญชีเดินสะพัดกับเศรษฐกิจทั้งระบบ และประการที่  3 ก็คือ ยอดเงินสุทธิซื้อเงินตราต่างประเทศมีสัดส่วนเกิน 2% ของจีดีพี และในรอบ 12 เดือน มีอยู่ถึง 8 เดือน ที่มียอดสุทธิการซื้อเงินตราต่างประเทศสูงกว่าการขายออก 

        ธนาคารกลางไต้หวันระบุว่า ไต้หวันได้เปรียบดุลการค้าทั้งสินค้าและภาคบริการต่อสหรับฯ เกินกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ดัชนีด้านบัญชีเดินสะพัดได้ดุลในสัดส่วน 13.3% ของจีดีพี ซึ่งอยู่ในระดับที่สหรัฐฯ ระบุว่ามีพฤติกรรมแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งสองรายการ ส่วนยอดการซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิของธนาคารกลางไต้หวันมีเพียง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 1.7% ของจีดีพี และจำนวนเดือนที่มีการซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิของไต้หวันก็น้อยกว่า 8 เดือน ใน 12 เดือน 

ไต้หวันดันผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบหมุนเวียน

             ปัญหากระแสไฟฟ้าไม่พอใช้และภัยแล้งในไต้หวันเป็นปัญหาปวดเศียรเวียนเกล้าและพยายามหาทางแก้ปัญหากันอย่างเต็มที่ โดยในส่วนของการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงน้ำอย่างเต็มที่ โดยได้ทดลองใช้ระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำแบบหมุนเวียนหรือรีไซเคิล ที่ทะเลสาบสุริยัน-จันทรา นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไต้หวันแล้ว ยังเป็นฐานการผลิตกระแสไฟฟ้าที่สำคัญของไต้หวัน โดยในตอนกลางวันจะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังานแสงอาทิตย์นำไปสูบน้ำขึ้นมาสะสมไว้ในเขื่อน พอตกกลางคืนก็ปล่อยน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำไปทางใต้น้ำ กลายเป็น “แบตเตอรี่สะสมพลังงาน” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 

            ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ผลักดันการปฏิรูปพลังงาน การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำซึ่งสามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าจาก 2.25 ล้านกิโลวัตต์ เมื่อ 50 ปีก่อน เพิ่มขึ้นเป็ฯ 53.736 ล้านกิโลวัตต์ในปัจจุบัน โดยในปี 2022 สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังานน้ำได้ถึง 8730 ล้านยูนิต มาจากการสูบพลังงานน้ำ 3050 ล้านยูนิต โดยตลอดแนวแม่น้ำจั๋วสุ่ยทางภาคกลางของไต้หวันมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังาน้ำถึง 26 เครื่อง ตั้งอยู่ที่ต้ากวนและหมิงถานรวม  10  เครื่อง มีการติดตั้งระบบสูบสะสมได้อย่างรวดเร็ว ระดับน้ำขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถปรับการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมทันสถานการณ์ 

            สำหรับในส่วนของข้อแตกต่างระหว่างระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าแบบดั้งเดิมตามแม่น้ำต่าง ๆ กับระบบในปัจจุบัน คือที่เขื่อนหมิงถาน และเขื่อนต้ากวน เครื่องสูบกำเนิดไฟฟ้าที่หมิงถานกับต้ากวนจะใช้ระดับน้ำที่แตกต่างกันเกิน 300 เมตร มาผลิตกระแสไฟฟ้า โดยในตอนกลางวันจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูบน้ำขึ้นมาที่ทะเลสาบซันมูนเลค ส่วนในตอนกลางคืนปล่อยน้ำผลิตกระแสไฟฟ้า สลับสับเปลี่ยนการใช้กระแสไฟฟ้ามาผลิตกระแสไฟฟ้าแบบหมุนเวียน โดยการไฟฟ้าไต้หวันระบุว่า ปีที่แล้วทะเลสาบสุริยัน-จันทรา ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 3000 ล้านยูนิต สามารถสนองให้แก่การใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งปีของ 7.4 แสนครัวเรือน 

             การไฟฟ้าไต้หวันได้วางแผนไว้ว่า จะใช้วิธีการดังกล่าวกับเขื่อนสือเหมิน ที่เถาหยวน ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 53.7 ล้านยูนิต/ปี เขื่อนกวงหมิงแม่น้ำต้าเจี่ย ผลิตกระแสไฟฟ้าปีละ 451.95 ล้านยูนิต ทั้งสองโครงการจะเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในปี 2034 ส่วนที่เขื่อนมู่ตาน กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้วิธีการดังกล่าว   

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti