ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕


Listen Later

๑. ไต้หวันขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.125% คาดปีหน้า CPI เหลือ 1.88% 

          ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED ได้ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.5% เมื่อเช้ามืดของวันที่ 15 ธ.ค. ตามเวลาในไทเป ส่วนธนาคารกลางไต้หวันก็ได้เปิดประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งสุดท้ายของปีนี้ และประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.125% ธนาคารกลางไต้หวันระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในคราวนี้ ได้พิจารณาถึงอัตราภาวะเงินเฟ้อหรือ CPI ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาอยู่ในสภาพปรับตัวลดลง แต่ตลอดทั้งปียังคงสูงกว่า 2% ซึ่งในปีหน้า บรรยากาศทางเศรษฐกิจของโลกมีความเสี่ยงที่จะเริ่มชะลอตัวลงมากขึ้น ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.125% และดำเนินนโยบายหดตัวทางการเงินต่อไป ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการสกัดภาวะความวิตกกังวลว่าจะอยู่ในภาวะเงินเฟ้อได้ในระดับหนึ่ง 

          หลังจากที่ธนาคารกลางไต้หวันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว จะทำให้อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร ดอกเบี้ยสินเชื่อเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อระยะสั้นปรับขึ้น 0.125% ทำให้อัตราดอกเบี้ยต่อปีปรับเพิ่มจาก 1.625% 2% และ 3.875% เป็น 1.75% 2.125% และ 4% ตามลำดับ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 16 ธ.ค. เป็นต้นไป

          ธนาคารกลางไต้หวันระบุว่า ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ตามการปรับตัวลดลงของการเพิ่มขึ้นของราคาพืชผักและอาหารส่งผลให้อัตราภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งจนถึงเดือน พ.ย. อยู่ที่ 2.35% แต่หากไม่รวมราคาพืชผักและพลังงานแล้ว ภาวะเงินเฟ้อก็ยังคงค่อนข้างสูง อยู่ที่ประมาณ 2.86% ธนาคารกลางไต้หวันคาดว่า ปีหน้าภาวะคอขวดของห่วงโซ่อุปทานจะผ่อนคลายลง องค์กรระหว่างประเทศต่างประเมินว่า ราคาวัตถุดิบและพลังงานจะต่ำกว่าปีนี้ ส่วน CPI ปีหน้าและ CPI สินค้าสำคัญจะปรับตัวเหลือ 1.88% และ 1.87% ตามลำดับ โดยองค์กรทั้งในและต่างประเทศล้วนประเมินว่า CPI ปีหน้าของไต้หวันจะปรับตัวเพิ่มขึ้นลดลงจากปีนี้ 

          นอกจากนี้ ธนาคารกลางไต้หวันก็ยังระบุว่า เมื่อผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิดเริ่มชะลอตัวลง อัตราการว่างงานลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ความต้องการท้ายสุดเริ่มปรับตัวลดลง ประกอบกับบริษัทห้างร้านต่าง ๆ พยายามระบายสินค้าในสต๊อก การส่งออกของไต้หวันปรับตัวลดลงต่อเนื่องมา 3 เดือนแล้ว ก็ส่งผลต่อความต้องการในการลงทุนของภาคเอกชน คาดว่าในไตรมาส 4 จีดีพี จะลดลงเป็นอย่างมาก ปรับตัวเลขคาดการณ์ลดลงเหลือ 2.91% ส่วนปีหน้าจะอยู่ที่ 2.53% 

๒. ภาคเหนือฝนตกเฉอะแฉะเป็นสัปดาห์ แต่ภาคใต้แล้งหนักจนกลุ้มใจ

            ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคเหนือไต้หวันฝนตกอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแต่ละวัน อุณหภูมิก็ลดต่ำลงเป็นลำดับ เพราะมีคลื่นลมหนาวจากจีนเคลื่อนตัวเข้ามา ในขณะที่ภาคใต้ของไต้หวันกลับอยู่ในภาวะภัยแล้ง น้ำในเขื่อนต่าง ๆ แห้งขอด อย่างไรก็ดี กรมชลประทานไต้หวันยังคงยืนยันที่จะปล่อยน้ำเพื่อทำการเกษตรในระยะแรกของปีหน้าตามปกติ 

ภาคเหนือฝนตกเฉอะแฉะต่อเนื่องหลายสัปดาห์

            ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ภาคใต้ของไต้หวันมีฝนค่อนข้างน้อย ทำให้ปริมาณน้ำในเขตไถหนาน และเจียอี้ ส่งสัญญานภัยแล้ง ส่วนกองบริหารน้ำเกาสง กรมชลประทานไต้หวันระบุว่า จะให้ความร่วมมือกับมาตรการหมุนเวียนการส่งน้ำ นอกจากนี้ บ่อน้ำ 8 แห่งที่เพิ่งเจาะในปีนี้เพื่อการชลประทาน ก็จะสนองน้ำเพื่อการเกษตรระยะ 1 ของปีนี้ตามปกติ

            คุณลวี่เหวินหาว ผู้อำนวยการกองบริหารน้ำเกาสง เปิดเผยว่า เนื่องจากในเขตเกาสงไมม่มีเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ เมื่ออยู่ในสภาพน้ำแห้งขอดก็ต้องติดตามสภาพน้ำในแม่น้ำลำคลอง จ่ายน้ำชลประทานตามปริมาณน้ำที่มีอยู่ รวมทั้งทบทวนมาตรการชลประทานน้ำไปยังเขตต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับภาวะภัยแล้งในครั้งนี้กับการสนองน้ำเพื่อการบริโภค จึงเริ่มใช้มาตรการเข้มในการบริหารน้ำเพื่อการชลประทานมาตั้งแต่ ก.ย. ที่ผ่านมา โดยใช้มาตรการประหยัดน้ำในยามที่มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก จำกัดการปล่อยน้ำชลประทานในระดับต่ำที่สุดเพื่อประคองการทำการเกษตร เพื่อประหยัดน้ำในเขื่อนหนานฮั่วสำหรับใช้เพื่อการบริโภค 

           ในช่วงนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำฉีซานไม่เพียงพอ จึงเริ่มใช้มาตรการสลับการปล่อยน้ำจากแม่น้ำฉีซานตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยที่สถานีจ่ายน้ำเยว่เหมยเริ่มใช้มาตรการ “จ่าย 4 งด 3” ในขณะที่สถานีจ่ายน้ำที่ฉีซานใช้มาตรการ “จ่าย 3 งด 4” สลับการปล่อยน้ำในเขตเจี่ยเซียนที่อยู่ต้นน้ำกับเขตฉีซานที่อยู่เขตกลางน้ำ สลับกันไป รับมือกับปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ รวมทั้งปรับการปล่อยน้ำในเขตปลายน้ำที่ต้องใช้แหล่งน้ำเดียวกันจากแม่น้ำฉีซานคือเขตเหยินเหยิน ก่อนกำหนดการเดิม โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. ทีผ่านมา ปล่อยน้ำให้แก่เขตท้องนาที่กำลังดำน้ำ ลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ ในฤดูทำนาระยะที่ 1 ของปีนี้ 

           นายลวี่ฯ ระบุว่า ผลกระทบจากสภาวะอากาศแปรปรวน จึงต้องอาศัยประสบการณ์ภัยแล้งในรอบ 100 เมื่อปี 2020 ปรับมาตรการและรับมือกับภัยแล้งตามสถานการณ์น้ำ และปรับมาตรการรับมืออย่างทันท่วงที ออกประกาศเปลี่ยนแปลงมาตรการตามสถานการณ์ เพื่อสนองน้ำเพื่อการบริโภคเป็นสำคัญ แม้ในเขตชลประทานจะใช้มาตรการสลับการปล่อยน้ำค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยพอสมควร แต่เพื่อให้การชลประทนสามารถทำให้การทำนาในระยะที่ 1 เป็นไปโดยราบรื่น จึงเรียกร้องให้เกษตรกรเคารพกฎกติกาให้ความร่วมมือมาตรการสลับการปล่อยน้ำเพื่อการชลประทานของสำนักบริหาร รวมทั้งประหยัดการใช้น้ำด้วย 

แม่น้ำฉีซาน ไถหนาน

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti