ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖


Listen Later

๑. แบงก์ไต้หวันงัดกลยุทธ์ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ดึงเม็ดเงินช่วงตรุษจีน

           ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ผู้คนจะมีเงินสดในกระเป๋าจากการรับโบนัสหรือั่งเปาจากนายจ้าง ทำให้บรรดาสถาบันการเงินต่างเล็งเป้ามายังกลุ่มคนทีมีเงิน “เหลือใช้”ในกระเป๋า คิดหาวิธี “ล้วง” เงินในกระเป๋าของบุคคลเหล่านี้ โดยงัดกลยุทธ์ต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอเงื่อนไข “ดอกเบี้ย” ในอัตราที่สูงกว่าของคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ท้องถิ่นหรือแบงก์ต่างชาติในไต้หวัน โดยคำนึงถึงทั้งในส่วนของเงินเหรียญไต้หวันและเงินดอลลาร์สหรัฐ ด้วย 

           ธนาคารแสตนดาร์ด ชาร์เตอร์ แบงก์สัญชาติอเมริกันในไต้หวันไ

ด้เสนอเงื่อนไขแลกเงินดอลลาร์แล้วฝากประจำกับธนาคารจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่ค่อนข้างสูง โดยให้สูงสุดถึง 4.88% ส่วนเงินฝากประจำในรูปเงินเหรียญไต้หวันจะได้รับอัตราดอกเบี้ย 2% 

          ฝ่ายบริหารของแสตนดาร์ด ชาร์เตอร์เผยว่า ด้วยเหตุผลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขึ้นดอกเบี้ย จนนักลงทุนต้องหาทางเลี่ยงความเสี่ยง เงินดอลลาร์ก็มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น รวมทั้งการคาดการณ์ว่าจะมีการทยอยปรับดอกเบี้ย ทำให้การให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำในรูปของเงินดอลลาร์เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะเก็บรักษาเงินดอลลาร์ โดยในส่วนของธนาคารแสตนดาร์ด ชาร์เตอร์ จะให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำแก่เงินดอลลาร์ถึง 4.88% สำหรับเงินฝากอย่างต่ำ 1 แสนดอลลาร์ และต้องนำเข้าฝากก่อนสิ้นเดือน มี.ค. ทั้งนี้ต้องลงทะเบียนทางเว็บไซต์ต่อสิ้นเดือน ม.ค. จึงมีสิทธินี้ 

          ส่วนธนาคารยูเนี่ยน ไต้หวัน ก็งัดกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเงินดอลลาร์สูงสุดถึง 8% แต่จำกัดวงเงินฝากคนละไม่เกิน 2,000 ดอลลาร์ และฝากได้นานสุดเพียง 1 เดือน เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินในกระเป๋าไม่มากนัก นอกจากนี้ ยังให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำในรูปของเงินเหรียญไต้หวันถึง 8% แต่ไม่เงินวงเงิน 1 แสนเหรียญไต้หวัน และต้องเป็นลูกค้าที่เปิดบัญชี หลัง ก.ค. ปีที่แล้ว New New Bank ส่วนแสตนดาร์ด ชาร์เตอร์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าให้ดอกเบี้ยทั้งเงินดอลลาร์ไต้หวันและเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่ค่อนข้างสูงด้วย 

 

๒. ไต้หวันนิยมลงทุนเงินตราต่างประเทศในรูป US$ มากกว่าเงินหยวนของจีน 

            สถิติจากธนาคารกลางไต้หวัน ระบุว่า การลงทุนโดยการฝากเงินเป็นเงินตราต่างประเทศของชาวไต้หวันเป็นที่นิยมกันพอสมควร ซึ่งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะแลกเป็นเงินดอลลาร์หรือเงินหยวนจีน แต่ในช่วงที่ผ่านมาพบว่า เดือน ธ.ค. ปีที่แล้วมียอดฝากเงินในรูปของเงินหยวนจีนลดลงเหลือ 1.952 แสนล้านหยวน ลดลงจากเดิม 15.8% ลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ยอดเงินฝากในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นที่นิยมมากขึ้น 

           ไต้หวันอนุญาตให้ชาวไต้หวันเปิดบัญชีเงินฝากในรูปเงินหยวนจีน มาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2013 ซึ่งในช่วงแรกค่าเงินหยวนและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเงินหยวนจีนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมาก โดยในปี 2014 มีเงินฝากในรูปของเงินหยวนจีนในธนาคารไต้หวันพุ่งเป็น 1.196 แสนล้านหยวนจีน แต่กระแสฟีเวอร์เงินหยวนจีนเริ่มลดระดับลงเป็นลำดับ ทำให้ในปี 2015 เงินฝากในรูปเงินหยวนจีนลดลง 1.59 หมื่นล้านหยวนจีน 

          ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา เงินฝากในรูปเงินหยวนจีนในไต้หวันลดลงต่อเนื่องถึง 5 ปี โดยยอดเงินฝากลดลงจาก 3.2 แสนล้านหยวนจีน สูงสุด เหลือ 1.952 แสนล้านหยวนจีนในเดือน ธ.ค. ลดลงมากถึง 15.8% 

         เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางไต้หวันวิเคราะห์ว่า ปีที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์และดอกเบี้ยเงินฝากพุ่งกระฉูด ดึงดูดนักลงทุนหันมาเล่นเงินดอลลาร์แทน ซึ่งเมื่อเทียบกับเงินหยวนจีนแล้ว ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนตกต่ำ บรรยากาศทางเศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ค่าเงินหยวนจีนก็ตกต่ำ ทำให้นักลงทุนเมิน

        เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางไต้หวันวิเคราะห์ว่า ธนาคารไต้หวันให้บริการรับแลกและฝากเงินหยวนจีนมานานกว่า 10 ปี จึงกล่าวได้ว่า มีความพร้อมพอสมควร ปีที่แล้วยอดเงินฝากลดลงค่อนข้างมาก ที่สำคัญเนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมา เงินหยวนจีนไม่ได้ดีกว่าเงินดอลลาร์ทั้งค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้ชาวบ้านไม่สนใจที่จะฝากเงินในรูปของเงินดอลลาร์เหมือนที่ผ่านมาอีก 

        ธนาคารกลางไต้หวันได้ประกาศสถิติประจำเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ว่า เงินฝากในรูปเงินหยวนจีนของธนาคารในไต้หวัน ลดลงเหลือต่ำกว่า 2 แสนล้านหยวนจีนเป็นครั้งแรก เหลือ 1.95205 แสนล้านหยวนจีน ซึ่งเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องนานถึง 5 เดือนแล้ว และต่ำสุดตั้งแต่ปี 2014  ลดลงต่อเดือน 7,817 ล้านหยวนจีน

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti