ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕


Listen Later

๑. สองปัจจัยหลักทำให้ชาวไต้หวันมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวแซงโค้งญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นครั้งแรก 

         สัปดาห์ที่ผ่านมา Business Korea หนังสือพิมพ์ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งสืบเนื่องจากการสนับสนุนอย่างแรงกล้าต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของรัฐบาลไต้หวัน นสพ. จงหยาง ของเกาหลีใต้รายงานว่า หากการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้เดินด้วยเท้า ของเกาหลีใต้ใช้วิ่ง แต่ของไต้หวันใช้บิน หลังจากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นผ่านพ้นยุคฟองสบู่แตก ก้าวสู่ “20 ปีแห่งความตกต่ำ” จีดีพีของญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ปีนี้ต่างกันประมาณ 770 ดอลลาร์ เป็นส่วนต่างที่น้อยที่สุด ประกอบกับค่าเงินเยน ญี่ปุ่นอ่อนตัว การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในสภาพชะงัก

        รายงานล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ระบะว่า จีดีพีเฉลี่ยต่อหัวของชาวไต้หวันในปีนี้จะเพิ่มจาก 33,140 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น1.056 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน เป็น 35,510 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณ 1.132 ล้านเหรียญไต้หวัน  ซึ่งเมื่อเทียบกับของเกาหลีใต้แล้ว จะอยู่ที่ 33.590ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 34,360 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของชาวไต้หวันสูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของชาวเกาหลีใต้และชาวญี่ปุ่น รวมทั้งทำให้ไต้หวันกลายเป็นแชมป์รายได้สเฉลี่ยสูงสุดในเอเชียตะวันออก 

           คุณจูเจ๋อหมิน ผู้อำนวยสำนักบัญชีกลาง สภาบริหาร ไต้หวัน ได้ตอบข้อซักถามของ ส.ส. ในสภาฯ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า “เป็นการคาดการณ์ของ ไอเอ็มเอฟ แต่ก็หวังว่า เมื่อถึงปลายปีนี้ ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้จะเป็นจริงตามที่ ไอเอ็มเอฟ คาดไว้ และชี้แจงเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของไต้หวันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก มี 2 ปัจจัยด้วยกัน ได้แก่ จีดีพี ไต้หวันเติบโตสูงขึ้นกว่าของญี่ปุ่นและเกาหลีึใต้ ส่วนปัจจัยประการที่สองคือ การเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันเอง เพราะฉะนั้น ค่าเงินไต้หวันจึงอ่อนตัวลงน้อยกว่าค่าเงินเยนและค่าเเงินวอนของเกาหลีใต้เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ สองปัจจัยดังกล่าวทำให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวของไต้หวันมากกว่าของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เป็นผลจากความพยายามร่วมกันของทุกฝ่าย

           ส่วนคุณหลี่ชิ่งหัว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังไต้หวันก็ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคเอกชนปรับค่าจ้างสูงขึ้น และมีโอกาสงานเพิ่มมากขึ้น นางฯ เห็นว่า แนวโน้มที่รายได้เฉลี่ยของไต้หวันในปีนี้จะสูงกว่าของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ น่าจะเป็นไปตามที่คาดไว้

            ส่วน ส.ส. พรรค ดีพีพี นายหลี่ ปิ่งยุ่ย เห็นว่า จนถึงขณะนี้ญี่ปุ่นยังคงใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงิน เมื่อดูจากค่าเงินแล้ว ค่าเงินไต้หวันอ่อนตัวลงแล้ว 13% ส่วนเงินเยน ญี่ปุ่น อ่อนตัวลง 23% ค่าเงินวอน เกาหลีใต้ก็อ่อนลง 19% เมื่อนำรายได้เฉลี่ยเทียบกับค่าเงินดอลลลาร์ ไต้หวันต้องดีกว่าทั้งสองประเทศนี้ แต่เมื่อค่าเงินเยน ญี่ปุ่น แข็งตัวขึ้น และเปลี่ยนนโยบายการเงิน ไต้หวันจะยังคงสถานะเช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การติดตามจับตามองเป็นอย่างยิ่ง 

๒. ผู้นำไต้หวันส่งผู้ก่อตั้ง TSMC เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจ APEC ปีนี้ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ 

           เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน พร้อมด้วยนายจางจงโหมว หรือ มอริส จาง ผู้ก่อตั้งบริษัทไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์ (TSMC) ผู้ผลิตแผ่นชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก และภรรยา ได้ร่วมเปิดแถลงข่าวแต่งตั้วเป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมผู้นำเศรษฐกิจ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC ครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. ที่จะถึงนี้ 

           ผู้นำไต้หวันได้กล่าวว่า นายจางจงโหมว มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว อย่างที่ไม่มีใครจะสามารถมาแทนที่ได้ พร้อมกันนี้ ผู้นำไต้หวันยังได้มอบหมาย 3 ภารกิจสำคัญให้แก่นายจางจงโหมว ได้แก่ ประการแรก ประเทศสมาชิกควรให้ความสำคัญต่อความเห็นที่แตกต่างกันในภูมิภาค พยายามสร้างความสมดุลให้แก่การเปิดกว้างของตลาดการค้าเสรี ความปลอดภัยและประสิทธิผลของห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของการอยู่ร่วมกัน เพื่อพัฒนาสู่กรอบเศรษฐกิจและกฎระเบียบที่ทุกประเทศใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน ประการที่ 2 คือ ต้องทำให้ประเทศสมาชิกเล็งเห็นถึงความสำคัญของไต้หวันที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตที่มีต่อทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกัน ไต้หวันก็ยินดีที่จะร่วมมือกับหุ้นส่วนในภูมิภาค ร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานการผลิตที่มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และเต็มไปด้วยความทรหด ส่วนภารกิจประการที่ 3 ก็คือ ต้องแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและความพยายามของไต้หวันที่จะพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน รวมถึงการร่วมรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงอากาศโลก เร่งแปรรูปสู่พลังงานเขียว ขณะเดียวกันก็จะยกระดับสวัสดิการของผู้ใช้แรงงานให้สูงขึ้น ดูแลสิทธิประโยชน์ของสตรีและกลุ่มเปราะบาง มุมานะพยายามเพื่อสร้าสงความสมดุลในสังคม

ปธน. ไช่อิงเหวิน (กลาง) นายจางจงโหมว (ซ้าย) และภรรยา (ขวา) 

             ดร. จางฯ เคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปกถึง 6 ครั้ง ได้แก่ ครั้งแรกในปี 2006 เป็นตัวแทน ปธน.เฉินสุยเปี่ยน (陳水扁) ส่วนอีก 5 ครั้งเป็นตัวแทนประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวตั้งแต่ปี 2018 จนถึงครั้งนี้ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ 

            ส่วน ดร. จางฯ ได้ระบุว่า ตนรับหน้าที่เป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปกด้วยความถ่อมตนและเคารพยิ่ง ปัจจุบัน ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เอเปกมีความสำคัญยิ่ง และเป็นเวทีระหว่างประเทศที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับไต้หวันก็ว่าได้ 

 

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti