ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๖


Listen Later

ไต้หวันลงทุนในจีนในสัดส่วนที่ต่ำที่สุดใน 30 ปี แต่ลงทุนในสหรัฐฯ และเยอรมันพุ่งกระฉูด

         สถิติล่าสุดกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ระบุปีนี้ (2566) ทุนไต้หวันลงทุนในจีนคิดเป็นสัดส่วนต่อการลงทุนในต่างประเทศ เพียงประมาณ 10% เท่านั้น ทุบสถิติต่ำสุดในรอบ 30 ปี ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ และเยอรมนีที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว 

         Nikkei Asia รายงานว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ ไต้หวันอนุมัติการลงทุนในต่างประเทศรวม 2.57 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีที่แล้ว 87% อย่างไรก็ดี การลงทุนในจีนกลับหดต่อลง 33.91% เหลือเพียง 2.96 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นเพียง 12% ของการลงทุนในต่างประเทศของทุนไต้หวัน ต่ำสุดในรอบ 30 ปี 

         ส่วนทางด้านการดึงดูดทุนจากต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน ได้เปิดเผยถึงผลสำเร็จของการผลักดัน 3 แผนการลงทุนไต้หวัน ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน ดึงดูดภาคธุรกิจมาลงทุนในไต้หวันแล้วมากกว่า 1400 บริษัท ยอดรวมการลงทุน 2.1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ประมาณว่าสามารถสร้างงานได้ถึง 1.49 แสนตำแหน่งงาน นอกจากยอดลงทุนเป็นจำนวนมากแล้ว ยังสร้างโอกาสให้แก่การพัฒนาอุตสาหกรรม AI และรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย 

กระทรวงเศรษฐการไต้หวันรายงานว่า ผลกระทบจากโควิด-19 และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหลือ 0 ส่งผลให้อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และรถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีระลอกต่อไปของโลก ซึ่งไต้หวันได้เสนอ  3 แผนลงทุนไต้หวัน ดึงดูดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความสมบูรณ์แบบ เพื่อรับมือกับโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์และอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

เศรษฐกิจส่งสัญญานฟื้นตัวแตะดีสุดในรอบปี แต่ยังวางใจไม่ได้ 

          สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันได้ประกาศสัญญานไฟบรรยากาศทางเศรษฐกิจเดือน พ.ย. พบว่า เนื่องจากการส่งออกดีขึ้น ทำให้คะแนนรวมสะสมเพิ่มขึ้นถึง 4 คะแนน ไปยืนที่ 20 คะแนน สูงสุดในรอบปี ส่งผลให้สัญญานไฟบรรยากาศทางเศรษฐกิจก็ขยับขึ้นเป็นสัญญานเหลืองน้ำเงิน หลุดพ้นภาวะความตกต่ำทางเศรษฐกิจแล้ว แต่จะสามารถรักษาระดับเช่นนี้ต่อไปหรือขยับดีขึ้นมากกว่านี้ได้หรือไม่ ยังคงต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิดต่อไป 

          รายงานข่าวระบุว่า คะแนนรวมบรรยากาศทางเศรษฐกิจเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาขยับขึ้นเป็น 20 คะแนน เพิ่มจาก ต.ค. 4 คะแนน สัญญานไฟบรรยากาศทางเศรษบกิจก้ขยับดีขึ้นเป็นเหลืองน้ำเงิน โดย 9 รายการที่ประกอบขึ้นเป็นบรรยากาศทางเศรษฐกิจ ในส่วนของมูลค่าการส่งออก การขายส่ง ค้าปลีกและอาหารเครื่องดื่ม ล้วนปรับตัวดีขึ้นเป็นสัญญานไฟเขียวจากเดิมสัญญานสีน้ำเงิน เพิ่มขึ้นอย่างละ 2 คะแนน ส่วนที่เหลืออีก 7 รายการยังคงอยู่ในระดับเดิม 

         คุณอู๋หมิงฮุ่ย อธิบดีกรมพัฒนาเศรษฐกิจ สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันเปิดเผยว่า การส่งออกเดือน พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ดัชนีมูลค่าการส่งออกศุลกากรขยับขึ้นทีเดียว 2 ขั้น เพิ่มขึ้นอีก 2 คะแนน ซึ่งส่งผลให้การค้าส่งที่เกี่ยวข้องกับการค้าต่างประเทศก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ติดลบ ทำให้ค้าปลีกและอาหารเครื่องเดิมก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วย 

         เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาสัญญานไฟบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาของไต้หวันจะพบว่า จนถึง ส.ค. ปีนี้ สัญญานไฟบรรยากาศทางเศรษฐกิจอยู่ในภาวะตกต่ำ “สีน้ำเงิน” อย่างต่อเนื่อง 10 เดือน เท่ากับสถิติคราวที่แล้ว พอเดือน ก.ย. บรรยากาศทางเศรษฐกิจก็เริ่มดีขึ้นสลัดพ้นจากเงาทะมึนแห่งความตกต่ำไปเป็นสัญญานไฟสีเหลืองน้ำเงิน แต่เดือน ต.ค. ก็กลับไปเป็นสีน้ำเงินอีก

        คุณอู๋ฯ วิเคราะห์ว่า กระบวนการฟื้นตัวของบรรยากาศทางเศรษฐกิจ ยากที่จะเลี่ยงมิให้เกิดแรงกระเพื่อมจากปัจจัยภายนอกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตสงครามในทะเลแดง และอุปสงค์ทั่วโลกอ่อนปวกเปียก ล้วนกระทบต่อการประเมินของผู้ประกอบการทั้งสิ้น ผลการสำรวจบรรยากาศภาคการผลิตของสถาบัยวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันจะพบว่า ผู้ประกอบการยังคงสงวนท่าทีต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจในอนาคต 

       อย่างไรก็ดี คุณอู๋ฯ ก็บอกว่า หากพิจารณาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังมีข่าวในแง่บวกอยู่ไม่น้อย โดยในส่วนของสภาพแวดล้อมในต่างประเทศ การค้าต่างประเทศปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ ส่งออกจะดีขึ้น และตามการปรับตัวของสินค้าในสต็อกที่กลับสู่ระดับปกติ และอุปสงค์ในต่างประเทศฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจมากขึ้น 

          ในส่วนของภายในประเทศ คุณอู๋ฯ บอกว่า ดัชนีที่ตกต่ำลงของดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจเดือน พ.ย. ก็เริ่มดีขึ้น ขณะเดียวกันดัชนีก็ปรับตัวสูงขึ้นรวดเดียว 4 คะแนน ระดับของการฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจน ส่วนทางด้านการเงิน และแรงงาน ก็มีผลงานที่ไม่เลวนัก ตลาดหุ้นไต้หวันพุ่งแตะที่ 1.8 หมื่นจุด การว่างงานก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจมากขึ้น 

          คุณอู๋ฯ ฟันธงว่า บรรยากาศทางเศรษฐกิจในวันนี้อยู่ในสภาพ “ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป” ซึ่งเธอเห็นว่า บรรยากาศดีขึ้นเป็นลำดับ เพียงแต่ยังไม่แรงมาก เพราะสถานการณ์ในต่างประเทศยังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนอีกจำนวนไม่น้อย การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกยังคงไม่แรงพอ เศรษฐกิจยุโปรและญี่ปุ่นก็อยู่ในสภาพอ่อนปวกเปียกอย่างชัดเจน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการผลิตของไต้หวัน 

         สภาพัฒน์ฯ ได้เตือนว่า ตัวเลขคาดการณ์ขององค์กรสำคัญทั้งในไต้หวันและในต่างประเทศ ต่างประเมินว่าเศรษฐกิจไต้หวันในปีนี้จะอยู่ในระดับเกิน 3% ดีกว่าปีนี้ แต่ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางแต่ละประเทศ ทิศทางราคาวัตถุดิบตลาดโลก และสถานการณ์การเมืองของภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti