
Sign up to save your podcasts
Or


รมว. แรงงานไต้หวันย้ำเร่งผ่อนปรน 2 นโยบายแก้ปัญหากิจการโรงแรมที่พักขาดแคลนแรงงาน
ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักในไต้หวันต่างโอดครวญเสียงดังฟังชัดว่า ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แม้จะมีผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง แต่ทำได้แต่ทำตาปริบ ๆ ปล่อยให้ห้องพักถึง 1 ใน 3 ว่างไว้เก็บฝุ่นเพียงอย่างเดียว จึงมีเสียงเรียกร้องให้เปิดตลาดแรงงานต่างชาติเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งนางเหอเพ่ยซาน รมว. แรงงานไต้หวันได้ให้สัมภาษณ์สื่อไต้หวันย้ำว่า เสียงเรียกร้องของผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ตนได้ยินเต็มสองหูแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อผู้ประกอบการโรงแรมที่พักเผชิญปัญหาดังกล่าวข้างต้น ท่าน รมว. ที่ดูแลในเรื่องนี้โดยตรงจะแก้ปัญหาช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งนางฯ บอกว่า ก่อนที่จะอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ เราควรผ่อนปรนมาตรการนี้ 2 ประการก่อน
มาตรการแรกคือการปลดล็อกอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติในไต้หวันมีสิทธิทำงานภาคบริการในไต้หวันได้เมื่อจบการศึกษาแล้ว เนื่องจากสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันได้ตั้งเป้าให้มีการนำเข้านักศึกษาต่างชาติให้ได้ 5 หมื่นคนภายในปี 2028 ซึ่งหวังว่าจะมีนักศึกษาต่างชาติทำงานต่อในไต้หวันอย่างน้อย 1.5 หมื่น จากเดิมที่มีเพียง 7-8 พันคนเท่านั้น นอกจากนี้ยังจะมีการนำเข้าช่างเทคนิคระดับกลางอีก 8 หมื่นคน ทำให้การปลดล็อกดังกล่าวมีความจำเป็น
ส่วนอีกมาตรการหนึ่งที่ต้องปลดล็อก ก็คือกฎหมายที่ระบุให้แรงงานต้องมีเวลาพักผ่อนอย่างน้อย 11 ชม. ใน 1 วัน จึงจะมีสิทธิทำงานต่อได้ แต่แรงงานบางส่วนต้องการทำโอที จึงไปทำงานพิเศษอีกที่หนึ่ง โดยต้องยอมจำทนต่อสภาพแวดล้อมการทำงานที่เลวร้าย เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นยกเลิกมาตรการดังกล่าว
นางเหอเพ่ยซาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวัน
ไต้หวันงัดมาตรการป้องกัน “ย้อมแมว” สินค้าที่ผลิตในประเทศอื่นแอบอ้างว่าผลิตในไต้หวัน
ตั้งแต่ 2 ก.พ. ศกนี้เป็นต้นมา สหภาพยุโรปหรือ EU ได้เริ่มใช้มาตรการ “ภาษีศุลกากรระบบโควต้า” ซึ่งก็คือการกำหนดโควต้าที่มีการจัดเก็บภาษีต่ำ เมื่อเกินโควต้าก็จะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น โดยจะใช้กับสินค้าเหล็กกล้า 26 รายการ ที่จะส่งเข้าไปจำหน่ายในอียู แต่ได้ขยายผลของมาตรการดังกล่าวเป็นจนถึง 30 มิ.ย. 2026 ทั้งนี้ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันเกรงว่าจะมีสินค้าของประเทศอื่น “สวมรอย” หรือ “ย้อมแมว” สินค้าของตนว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในไต้หวัน แล้วส่งออกไปยังอียู ทำให้สินค้าที่ผลิตในไต้หวันต้องสูญเสียโควต้าไป จึงได้ประกาศให้ผู้ผลิตสินค้าเหล็กกล้า 86 รายการ ที่ผลิตในเขตท่าเรือการค้าเสรีนอกพรมแดนของไต้หวัน ต้องลงทะเบียนขออนุญาตส่งออกจากกระทรวงเศรษฐการจึงจะสามารถส่งออกไปยังอียูได้
สำหรับภาษีศุลกากรในระบบโควต้า หากส่งสินค้าออกเกินกว่าโควต้าที่กำหนดไว้ ส่วนที่เกินออกไปจะต้องชำระภาษีศุลกากร 25% ซึ่งในส่วนของไต้หวันได้โควต้าจากอียู 15% จากจำนวนโควต้าที่อียูให้แก่ทั่วโลก
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rtiรมว. แรงงานไต้หวันย้ำเร่งผ่อนปรน 2 นโยบายแก้ปัญหากิจการโรงแรมที่พักขาดแคลนแรงงาน
ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักในไต้หวันต่างโอดครวญเสียงดังฟังชัดว่า ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แม้จะมีผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง แต่ทำได้แต่ทำตาปริบ ๆ ปล่อยให้ห้องพักถึง 1 ใน 3 ว่างไว้เก็บฝุ่นเพียงอย่างเดียว จึงมีเสียงเรียกร้องให้เปิดตลาดแรงงานต่างชาติเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งนางเหอเพ่ยซาน รมว. แรงงานไต้หวันได้ให้สัมภาษณ์สื่อไต้หวันย้ำว่า เสียงเรียกร้องของผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ตนได้ยินเต็มสองหูแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อผู้ประกอบการโรงแรมที่พักเผชิญปัญหาดังกล่าวข้างต้น ท่าน รมว. ที่ดูแลในเรื่องนี้โดยตรงจะแก้ปัญหาช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งนางฯ บอกว่า ก่อนที่จะอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ เราควรผ่อนปรนมาตรการนี้ 2 ประการก่อน
มาตรการแรกคือการปลดล็อกอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติในไต้หวันมีสิทธิทำงานภาคบริการในไต้หวันได้เมื่อจบการศึกษาแล้ว เนื่องจากสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันได้ตั้งเป้าให้มีการนำเข้านักศึกษาต่างชาติให้ได้ 5 หมื่นคนภายในปี 2028 ซึ่งหวังว่าจะมีนักศึกษาต่างชาติทำงานต่อในไต้หวันอย่างน้อย 1.5 หมื่น จากเดิมที่มีเพียง 7-8 พันคนเท่านั้น นอกจากนี้ยังจะมีการนำเข้าช่างเทคนิคระดับกลางอีก 8 หมื่นคน ทำให้การปลดล็อกดังกล่าวมีความจำเป็น
ส่วนอีกมาตรการหนึ่งที่ต้องปลดล็อก ก็คือกฎหมายที่ระบุให้แรงงานต้องมีเวลาพักผ่อนอย่างน้อย 11 ชม. ใน 1 วัน จึงจะมีสิทธิทำงานต่อได้ แต่แรงงานบางส่วนต้องการทำโอที จึงไปทำงานพิเศษอีกที่หนึ่ง โดยต้องยอมจำทนต่อสภาพแวดล้อมการทำงานที่เลวร้าย เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นยกเลิกมาตรการดังกล่าว
นางเหอเพ่ยซาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวัน
ไต้หวันงัดมาตรการป้องกัน “ย้อมแมว” สินค้าที่ผลิตในประเทศอื่นแอบอ้างว่าผลิตในไต้หวัน
ตั้งแต่ 2 ก.พ. ศกนี้เป็นต้นมา สหภาพยุโรปหรือ EU ได้เริ่มใช้มาตรการ “ภาษีศุลกากรระบบโควต้า” ซึ่งก็คือการกำหนดโควต้าที่มีการจัดเก็บภาษีต่ำ เมื่อเกินโควต้าก็จะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น โดยจะใช้กับสินค้าเหล็กกล้า 26 รายการ ที่จะส่งเข้าไปจำหน่ายในอียู แต่ได้ขยายผลของมาตรการดังกล่าวเป็นจนถึง 30 มิ.ย. 2026 ทั้งนี้ กระทรวงเศรษฐการไต้หวันเกรงว่าจะมีสินค้าของประเทศอื่น “สวมรอย” หรือ “ย้อมแมว” สินค้าของตนว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในไต้หวัน แล้วส่งออกไปยังอียู ทำให้สินค้าที่ผลิตในไต้หวันต้องสูญเสียโควต้าไป จึงได้ประกาศให้ผู้ผลิตสินค้าเหล็กกล้า 86 รายการ ที่ผลิตในเขตท่าเรือการค้าเสรีนอกพรมแดนของไต้หวัน ต้องลงทะเบียนขออนุญาตส่งออกจากกระทรวงเศรษฐการจึงจะสามารถส่งออกไปยังอียูได้
สำหรับภาษีศุลกากรในระบบโควต้า หากส่งสินค้าออกเกินกว่าโควต้าที่กำหนดไว้ ส่วนที่เกินออกไปจะต้องชำระภาษีศุลกากร 25% ซึ่งในส่วนของไต้หวันได้โควต้าจากอียู 15% จากจำนวนโควต้าที่อียูให้แก่ทั่วโลก