ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๖


Listen Later

๑. กองทุนพัฒนาแห่งชาติทำกำไรปีนี้ทุบสถิติที่เคยมีมา 29,701 ล้านเหรียญไต้หวัน แม้ตลาดหุ้นจะร่วง 22% 

               ปี 2022 ผ่านพ้นไปแล้ว หลายฝ่ายกำลังทบทวนผลงานในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของกองทุนพัฒนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินเมื่อตลาดหุ้นเกิดความระส่ำระสาย และลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมา กองทุนเพื่อการพัฒนาแห่งชาติไต้หวันทำกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 50 ปี โดยได้กำไรถึง 29,701 ล้านเหรียญไต้หวัน ซึ่งสามารถส่งเงินเข้าคลังหลวงได้ถึง 13,000 ล้านเหรียญไต้หวัน 

               เหตุที่กองทุนฯ ทำกำไรได้อย่างมากมายมหาศาลแบบนี้ ที่สำคัญมาจากการส่งออกที่พุ่งกระฉูด เซมิคอนดักเตอร์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทีเอสเอ็มซีทำกำไรอย่างมหาศาล สร้างผลงานให้กองทุนฯ ได้กำไรถึง 18,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่วนการลงทุนในหุ้นตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนส่งทางทะเลหยางหมิง หรือสถาบันการเงิน เมกะไฟแนนเชียลโฮลดิ้งก็มีผลงานไม่เลว

               เจ้าหน้าที่กองทุนฯ เปิดเผยว่า บริษัททีเอสเอ็มซีเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่องแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้า แต่หากไม่รวม ทีเอสเอ็มซี ในยามค่ำคืนก็ยังมีดาวจรัสแสงจำนวนไม่น้อย ทำให้กองทุนทำกำไรได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

               ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯ มีกำไรเฉลี่ยปีละ 7,500 ล้านเหรียญไต้หวัน โดยไม่รวมในส่วนที่ได้กำไรจาก ทีเอสเอ็มซี แต่หากรวมในส่วนของ ทีเอสเอ็มซี แล้ว ก็จะทำให้กำไรเฉลี่ยของกองทุนฯ สูงถึง 24,000 ล้านเหรียญไต้หวัน 

๒. ตลาดทุนและตลาดเงินปี 2022 ร่วงทั้งสองรายการ

                ปีเสือ 2022 ผ่านพ้นไปแล้ว วันสุดท้ายของตลาดหุ้นและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไต้หวัน วันศุกร์ที่ 30 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวเพิ่มขึ้น 52 จุด ปิดตลาดที่ 14,137 จุด ปิดฉากปี 2022 ผลกระทบจากบรรยากาศการเมือง ภาวะเงินเฟ้อในตลาดโลก และการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวลดลง 4,081 จุด ซึ่งเป็นตัวเลขการตกต่ำลงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ส่วนตลาดเงินก็อยู่ในสภาพที่ค่าเงินเหรียญไต้หวันอ่อนตัวลงเป็นอย่างมาก โดยปรับตัวลดลงตลอดทั้งปี 3.018 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ ส่วนวันสุดท้ายของการซื้อขายในตลาดเงินก็ปิดตลาดที่ 30.708 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ หรือคิดเป็นอ่อนตัวลง 9.83% ปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 25 ปี นั้งตั้งแต่ปี 1998 ที่เกิดวิกฤตการเงินเอเชีย 

                บรรยากาศหุ้นไต้หวันได้รับผลจากการพุ่งกระฉูดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดันหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นเทคโนโลยีพุ่งกระฉูด ตลาดหุ้นไต้หวันปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินกว่า 150 จุด แต่ในช่วงท้ายปรับตัวลดลงจนปิดตลาดที่ 14,137 จุด เพิ่มขึ้น 52 จุด 

                ในส่วนของตลาดหุ้นไต้หวันวันสุดท้ายมีปริมาณการซื้อขายกันไม่ถึง 1.4 แสนล้าน มีเพียง 1.358 แสนล้าน โดยเป็นการเทขายเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มในปัจจุบันแล้ว จะเห็นได้ว่า ตลาดหลังปีใหม่จะขึ้นกับแนวโน้มตลาดหุ้นสหรัฐฯ ว่าจะชัดเจนมากขึ้นเพียงใด ซึ่งจะส่งผลต่อการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นไต้หวันมากน้อยเพียงใด คุณสวีป๋อเจี๋ย นักวิเคราะห์หุ้นไต้หวันระบุว่า “ในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นอิเล็กทรอนิกส์มีน้ำหนักในค่อนข้างสูง ซึ่งร่วงลงเหลือเกินกว่า 50% บางครั้งเหลือเพียง 42% ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นไต้หวันไม่อาจพุ่งสูงขึ้น การตกต่ำลงของหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการบอกเป็นนัยว่าตลาดไม่ได้มองหุ้นประเภทนี้อีกระยะหนึ่ง ส่วนรายงานผลประกอบการรายสัปดาห์หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงทุนต่างชาติหลังปีใหม่ จะเริ่มเข้าทำตลาดในหุ้นไต้หวันหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่า จะเป็นดัชนีสำคัญที่จะสะท้อนไปถึงค่าเงินเหรียญไต้หวัน” 

            ส่วนทางด้านตลาดค้าเงินตราต่างประเทศไทเป ก็ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ธ.ค. โดยเงินเหรียญไต้หวัน TWD ปิดตลาดที่ 30.708 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ ลดลงตลอดทั้งปีถึง 3.018 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ จากค่าเงินเมื่อปิดตลาดในปลายปี 2021 ที่ 27.69 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ ปรับตัวลดลงถึง 9.83% ลดลงมากที่สุดในรอบ 25 ปี นับตั้งแต่ปีที่เกิดวิกฤตการเงินเอเชียในปี 1998 ซึ่งในช่วงตลอดทั้งปี 2022 สหรัฐฯ ขึ้นดอกเบี้ยรวม 17 สลึง หรือ 0.25% คูณ 17  หรือ 4.25% เพื่อแก้ปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดเงินทั่วโลกผันผวนไม่น้อย ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญไต้หวันอ่อนตัวลงเหลือต่ำสุดในช่วงปีที่ผ่านมา 32.345ื เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์  

 

๓. นายจ้างชื่นชมนโยบายจ้างแรงงานต่างชาติระยะยาวของรัฐบาล ประหยัดเงินได้ 12 ล้าน/3 ปี 

            กระทรวงแรงงานไต้หวันร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมไต้หวันผลักดันนโยบายจ้างคนงานต่างชาติระยะยาว และจัดงานสัมนาขึ้นเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการนับร้อย นางสวี่หมิงชุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยว่า การผลักดันนโยบายนี้เพื่อสนองตอบข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันให้ความสนใจประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากนโยบายใหม่นี้เพิ่งเริ่มใช้ในปีที่ผ่านมา หากการดำเนินนโยบายดังกล่าวยังมีปัญหาใด ๆ กระทรวงแรงงานก็จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป 

            กระทรวงแรงงานไต้หวันได้ผลักดันนโยบายดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2565 โดยเริ่มอนุญาตให้นายจ้างที่ต้องการว่าจ้างนักศึกษาต่างชาติจบใหม่ และแรงงานต่างชาติที่มีประสบการณ์การทำงานไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิคการผลิต และภาคการก่อสร้าง การประมง การเกษตร และผู้อนุบาล คุณอู๋ฟังเจิน ผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์บริหารบริษัทจิงหยวนอิเล็กทรอนิกส์ หรือบริษัท KYEC ระบุว่า เนื่องจากทางบริษัทมีความต้องการแรงงานมาก จึงขานรับนโยบายนี้ทันที ตอนนี้ ได้ช่วยแรงานต่างชาติยื่นขอการเป็นแรงงานกึ่งฝีมือของบริษัทแล้วจำนวน 88 ราย เมื่อเป็นเช่นนี้ บริษัทฯ นอกจากประหยัดค่านายหน้าแล้ว ยังได้มีส่วนลดเงินค่าธรรมเนียมเพื่อความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นอีกด้วย คาดว่า 3 ปีต่อจากนี้ บริษัทฯ จะสามารถประหยัดเงินได้ถึง 12 ล้านเหรียญไต้หวัน 

            ส่วนนางสวีหมิงชุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไต้หวันก็บอกว่า ตอนดันโยบายนี้ใหม่ ๆ ก็ได้รับแรงกดดันจากบริษัทจัดหางานมากพอสมควร แต่นางฯ ย้ำว่า การเปลี่ยนฐานะของแรงงานบลูคอล่าร์เป็นแรงงานกึ่งฝีมือจะไม่อยู่ในโควต้าจ้างแรงงานต่างชาติที่ได้รับ นายจ้างสามารถจ้างคนงานได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทจัดหางานด้วย นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีแรงงานไต้หวันยังระบุอึกว่า ผู้นำไต้หวันให้ความสำคัญกับการดึงบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่เป็นแรงงานต่างชาติให้ทำงานต่อในไต้หวันได้เป็นเวลานาน ๆ นางสวี่หมิงชุน ระบุว่า “ความจริง ท่านประธานาธิบดีไช่ฯ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ต้องรายงานให้ท่านทราบทุกสิ้นเดือน ท่านสนใจเรื่องนี้มาก และหวังว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้กับทุกท่านได้ แต่เพราะนโยบายนี้เพิ่งเริ่มต้น เพราะฉะนั้นก็ยังอาจจะมีอะไรที่ไม่รอบคอบพอ จึงต้องมีการทบทวนแบบทำไปทบทวนไป” 

            การสัมนาดังกล่าว มีจุดที่น่าสนใจสำหรับแรงงานต่างชาติที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะมีสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับระบบบำนาญชราภาพของไต้หวันอย่างไรหรือไม่ ซึ่งคุณไช่ม่งเหลียง อธิบดีกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวัน ระบุว่า แรงงานกลุ่มนี้จะอยู่ในระบบการประกันภัยแรงงานแบบเดิม นอกจากนี้ คุณไล่เหวินเสียง ประธานบริษัทเหล็กกล้าซื่อจี้ ระบุว่า เดิมแรงงานต่างชาติที่เป็นไวท์คอลาร์และบลูคอลาร์กับแรงงานกึ่งฝีมือจะไม่นำมานับรวมกัน แต่นโยบายใหม่ต้องรวมกันไม่เกิน 50% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของบริษัท ซึ่งเป็นการมัดมือมัดเท้าภาคธุรกิจไม่น้อย โดยท่านรัฐมนตรีแรงงานไต้หวันได้ให้คำมั่นว่า จะนำความเห็นของผู้ประกอบการในวันนี้ กลับไปพิจารณาในคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง 

นางสวี่หมิงชุน (คนยืน) รมว. แรงงาน ไต้หวัน 

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti