
Sign up to save your podcasts
Or


เคล็ดลับลดอุณหภูมิในอาคารโดยไม่ต้องใช้แอร์ของหลายประเทศ น่าศึกษาเป็นแบบอย่าง
สืบเนื่องจากการที่ภาวะโลกร้อนรุนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ และท่ามกลางภัยคุกคามจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศในหลายประเทศเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ก็เพื่อลดภัยจากอากาศร้อน อย่างไรก็ดี ไฟฟ้าที่เครื่องปรับอากาศต้องใช้จะก่อให้เกิดความร้อนขึ้น ซึ่งหลายประเทศก็เริ่มพิจารณาหาทางออกแบบสิ่งปลูกสร้างและวางผังเมืองมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ บรรดาวิศวกรได้ระดมมันสมองเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยออกแบบให้อาคารมีระบบระบายอากาศ หลบแดด คลายความร้อน และกั้นความร้อน เพื่อให้ในอาคารเย็นลง ลดการเปิดเครื่องปรับอากาศให้น้อยลง
ส่วนไต้หวันก็ไม่เพียงแต่มีสภาพแวดล้อมที่ทั้งชื้นและร้อน ประชากรหนาแน่นมาก ดังนั้น การออกแบบสิ่งปลูกสร้างและผังเมืองก็ต้องคำนึงการใช้มาตรการลดอุณหภูมิซึ่งยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยให้ไต้หวันสามารถรับมือกับภาวะโลกร้อนได้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบทความในวันนี้ จะนำทุกท่านไปศึกษาตัวอย่าง ของต่างประเทศดูว่า จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในไต้หวันได้หรือไม่อย่างไร
อินเดียอาศัยวัสดุในท้องถิ่น สร้างโรงเรียนที่สามารถลดอุณหภูมิและความชื้นได้อย่างได้ผล
มนุษย์เราได้พยายามมาเป็นเวลาช้านานในการหามาตรการลดอุณหภูมิในรูปแบบต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็ได้พยายามออกแบบสิ่งปลูกสร้างที่มีเป้าหมายเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งมีวิศวกรบางส่วนหันกลับมาศึกษาสิ่งปลูกสร้างอาคารโบราณ เพื่อศึกษาหาความรู้จากอดีต จากรูปแบบการลดอุณหภูมิของวัฒนธรรมในอดีต หาวิธีการปรับปรุงการประหยัดพลังงาน
อินเดียซึ่งมีอากาศร้อนระอุ แต่สัดส่วนการมีเครื่องปรับอากาศไม่สูงนัก ที่ผ่านมาได้พัฒนาเทคนิคด้านวิศวกรรมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สามารถต้านอุณหภูมิสูงได้อย่างหลากหลายวิธีการ วิศวกรยุคใหม่ก็อาศัยโอกาสนี้ศึกษาคิดค้นวิธีการประหยัดพลังงานและลดอุณหภูมิอย่างได้ผล เมื่อเร็ว ๆ นี้ คุณ Diana Kellogg วิศวกรจากนิวยอร์ก ได้อาศัยการสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ในเมือง Jaisalmer ที่ได้รับสมญานามว่า “เมืองทองคำ” ของอินเดีย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เมือง Jaisalmer ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิสูงถึง 49 องศาเซลเซียส สิ่งปลูกสร้างที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านการออกแบบเพื่อลดอุณหภูมิ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ฤดูแล้งที่เมือง Jaisalmer นานและยาวขึ้น จึงมีความเร่งด่วนที่ต้องออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในท้องถิ่น คุณเคลล๊อก จึงออกแบบโรงเรียนแห่งใหญ่ที่สุดในเมือง Thar Desert ของอินเดีย คุณเคลล็อก ร่วมมือกับชาวบ้านที่นี่ ศึกษาหาความรู้จากสติปัญญาท้องถิ่น หลอมรวมวิธีการสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สามารถลดอุณหภูมิที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของที่นี่ ทำให้อุณหภูมิในห้องเรียนต่ำกว่าอุณหภูมินอกห้องเกินกว่า 10 องศาเซลเซียส วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เขาก็เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากหินทรายที่มีชื่อเสียงของเมือง Jaisalmer หินทรายเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษที่มีอุณหภูมิสูงในฤดูหนาว แต่จะมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำในฤดูร้อน ชาวบ้านที่นี่ใช้หินทรายเป็นวัสดุก่อสร้างสำคัญมาปลูกสร้างบ้านของตนตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน คุณเคลล็อกยังอาศัยเทคนิคการเก็บกักน้ำแบบท้องถิ่นหลอมรวมเข้ากับสิ่งปลูกสร้าง เก็บกักน้ำฝนและรีไซเคิลน้ำในโรงเรียนแก้ปัญหาฤดูแล้งที่ขยายเวลายาวนานขึ้นได้อีกด้วย
นอกจากอุณหภูมิสูง ที่ผู้คนรังเกียจที่สุดในฤดูร้อนแล้ว ความจริงยังมีอีกปัจจัยหนึ่งนั่นก็คือความชื้น เนื่องจากเมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนและความชื้นสูง ร่างกายของคนเราก็ไม่อาจระบายความร้อนออกจากร่างกายโดยขับเหงื่อออกมาตามธรรมชาติ จึงง่ายที่จะมีอาการไม่สบายเนื่องจากอากาศร้อนได้ง่าย อาทิ ลมแดด เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ คุณเคลล็อกจึงได้ออกแบบสิ่งปลูกสร้างใช้ปูนปลาสเตอร์ (Plaster หรือ Plaster of Paris) ซึ่งมีคุณสมบัติในการปรับตัวตามสภาพอากาศมาฉาบผนังของอาคาร สามารถดูดซับความชื้นได้เมื่อมีความชื้นค่อนข้าง่สูง และสามารถคลายความชื้นออกมาเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้ง ช่วยปรับสภาพความชื้นภายในห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นอกจากการใช้หินทรายผสมกับปูนปลาสเตอร์ สิ่งปลูกสร้างที่สามารถลดอุณหภูมิหลังนี้ ได้หลอมรวมเอาภูมิปัญญาวิธีการระบายอากาศแบบโบราณของอินเดียเข้าไปด้วย กลายเป็นแผงกั้นที่มีรูปร่างพิเศษที่มีชื่อว่า “jaali” ซี่งสามารถหลบการถูกแสงแดดส่องโดยตรง ทำให้อากาศในอาคารมีการถ่ายเทลดอุณหภูมิลงได้ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของสิ่งปลูกสร้างท้องถิ่นของอินเดีย นอกจากนี้ ภายในอาคารของโรงเรียนก็ใช้วิธียกเพดานให้สูงเพื่อระบายอากาศได้คล่องตัว ใช้แผงโซลาร์เซลมากันแดดและยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งประหยัดพลังงานและลดอุณหภูมิ ส่วนลักษณะตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างก็ออกแบบให้เป็นไปตาม “ทิศทางลม” ของแต่ละท้องที่ เพื่อดึงกระแสลมเข้ามาภายในตัวอาคาร เพื่อให้การระบายอากาศเป็นไปอย่างคล่องตัว
โรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนที่สร้างขึ้นสำหรับนักเรียนหญิงโดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาการเข้าเรียนของนักเรียนหญิงท้องถิ่นที่มีสัดส่วนค่อนข้างต่ำรวมทั้งมีเด็กผู้หญิงที่อ่านออกเขียนได้เพียงร้อยละ 36 เท่านั้น กลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางด้านการศึกษาของท้องถิ่นที่มีพลังยิ่ง
ภูมิปัญญาสิ่งปลูกสร้างท้องถิ่น
ในสมัยโบราณที่อุปกรณ์เครื่องปรับอากาศยังไม่มีการคิดค้นออกมา และเพื่อปรับตัวให้กับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไปเป็นอากาศร้อนแล้งแบบทะเลทราย จึงมีการคิดค้นพัฒนาออกมาเป็นการออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้สอดคล้องกับสภาพอากาศของแต่ละท้องถิ่นและใช้วัสดุก่อสร้างในแต่ละท้องถิ่น ในเขตทะเลทรายมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ จนทำให้มีต้นไม้น้อย ยากที่จะใช้วัสดุในท้องถิ่นมาประกอบเป็นขื่อคานของสิ่งปลูกสร้างเป็นจำนวนมากได้ ใช้ได้เพียงดินหรือหินในท้องถิ่นมาเป็นวัสดุก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเท่านั้น และยังพบว่า แม้วัสดุก่อสร้างเหล่านี้จะมีความหนาและหนักมาก แต่ก็มีคุณสมบัติในการดูดซับพลังงานความร้อน (ทนความร้อนได้สูง) ได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับการดูดซับน้ำของฟองน้ำ ซึ่งดูดซับความร้อนเป็นจำนวนมากในช่วงที่มีอากาศร้อนสุด ๆ ได้ ต้านอุณหภูมิสูงได้เป็นอย่างดี ทำให้อุณหภูมิภายในห้องอยู่ในระดับที่ร่างกายรับได้ และนี่ก็คือภูมิปัญญาสิ่งปลูกสร้างในท้องถิ่นนั่นเอง
ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์เขตร้อนชื้น สภาพอากาศโดยรวมมีความชื้นค่อนข้างสูง สิ่งปลูกสร้างเกือบทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตระดับน้ำทะเลค่อนข้างต่ำ อุณหภูมิในอาคารกับนอกอาคารต่ำกว่าอุณหภูมิของเขตอบอุ่น เขตหนาวหรือเขตร้อนค่อนข้างมาก ด้วยเหตนี้ จึงทำให้กฎหมายเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานของสิ่งปลูกสร้างของไต้หวันแตกต่างกับของประเทศอื่น ๆ ค่อนข้างมาก ประเทศในเขตอบอุ่น เขตหนาวหรือเขตร้อนต่างให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการกันความร้อนของสิ่งปลูกสร้าง เพื่อลดความสิ้นเปลืองในการใช้พลังงาน อาทิ สิ่งปลูกสร้างในเขตหนาว ต้องป้องกันมิให้พลังงานความร้อนในอาคารถูกระบายออกจากอาคาร ในขณะที่สิ่งปลูกสร้างในเขตร้อนกลับสามารถลดการไหลเข้าสู่อาคารของพลังงานความร้อน
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rtiเคล็ดลับลดอุณหภูมิในอาคารโดยไม่ต้องใช้แอร์ของหลายประเทศ น่าศึกษาเป็นแบบอย่าง
สืบเนื่องจากการที่ภาวะโลกร้อนรุนแรงมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ และท่ามกลางภัยคุกคามจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศในหลายประเทศเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ก็เพื่อลดภัยจากอากาศร้อน อย่างไรก็ดี ไฟฟ้าที่เครื่องปรับอากาศต้องใช้จะก่อให้เกิดความร้อนขึ้น ซึ่งหลายประเทศก็เริ่มพิจารณาหาทางออกแบบสิ่งปลูกสร้างและวางผังเมืองมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ บรรดาวิศวกรได้ระดมมันสมองเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยออกแบบให้อาคารมีระบบระบายอากาศ หลบแดด คลายความร้อน และกั้นความร้อน เพื่อให้ในอาคารเย็นลง ลดการเปิดเครื่องปรับอากาศให้น้อยลง
ส่วนไต้หวันก็ไม่เพียงแต่มีสภาพแวดล้อมที่ทั้งชื้นและร้อน ประชากรหนาแน่นมาก ดังนั้น การออกแบบสิ่งปลูกสร้างและผังเมืองก็ต้องคำนึงการใช้มาตรการลดอุณหภูมิซึ่งยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยให้ไต้หวันสามารถรับมือกับภาวะโลกร้อนได้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบทความในวันนี้ จะนำทุกท่านไปศึกษาตัวอย่าง ของต่างประเทศดูว่า จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในไต้หวันได้หรือไม่อย่างไร
อินเดียอาศัยวัสดุในท้องถิ่น สร้างโรงเรียนที่สามารถลดอุณหภูมิและความชื้นได้อย่างได้ผล
มนุษย์เราได้พยายามมาเป็นเวลาช้านานในการหามาตรการลดอุณหภูมิในรูปแบบต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็ได้พยายามออกแบบสิ่งปลูกสร้างที่มีเป้าหมายเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งมีวิศวกรบางส่วนหันกลับมาศึกษาสิ่งปลูกสร้างอาคารโบราณ เพื่อศึกษาหาความรู้จากอดีต จากรูปแบบการลดอุณหภูมิของวัฒนธรรมในอดีต หาวิธีการปรับปรุงการประหยัดพลังงาน
อินเดียซึ่งมีอากาศร้อนระอุ แต่สัดส่วนการมีเครื่องปรับอากาศไม่สูงนัก ที่ผ่านมาได้พัฒนาเทคนิคด้านวิศวกรรมการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สามารถต้านอุณหภูมิสูงได้อย่างหลากหลายวิธีการ วิศวกรยุคใหม่ก็อาศัยโอกาสนี้ศึกษาคิดค้นวิธีการประหยัดพลังงานและลดอุณหภูมิอย่างได้ผล เมื่อเร็ว ๆ นี้ คุณ Diana Kellogg วิศวกรจากนิวยอร์ก ได้อาศัยการสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ในเมือง Jaisalmer ที่ได้รับสมญานามว่า “เมืองทองคำ” ของอินเดีย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เมือง Jaisalmer ในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิสูงถึง 49 องศาเซลเซียส สิ่งปลูกสร้างที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านการออกแบบเพื่อลดอุณหภูมิ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ฤดูแล้งที่เมือง Jaisalmer นานและยาวขึ้น จึงมีความเร่งด่วนที่ต้องออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในท้องถิ่น คุณเคลล๊อก จึงออกแบบโรงเรียนแห่งใหญ่ที่สุดในเมือง Thar Desert ของอินเดีย คุณเคลล็อก ร่วมมือกับชาวบ้านที่นี่ ศึกษาหาความรู้จากสติปัญญาท้องถิ่น หลอมรวมวิธีการสร้างสิ่งปลูกสร้างที่สามารถลดอุณหภูมิที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของที่นี่ ทำให้อุณหภูมิในห้องเรียนต่ำกว่าอุณหภูมินอกห้องเกินกว่า 10 องศาเซลเซียส วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เขาก็เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตจากหินทรายที่มีชื่อเสียงของเมือง Jaisalmer หินทรายเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษที่มีอุณหภูมิสูงในฤดูหนาว แต่จะมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำในฤดูร้อน ชาวบ้านที่นี่ใช้หินทรายเป็นวัสดุก่อสร้างสำคัญมาปลูกสร้างบ้านของตนตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน คุณเคลล็อกยังอาศัยเทคนิคการเก็บกักน้ำแบบท้องถิ่นหลอมรวมเข้ากับสิ่งปลูกสร้าง เก็บกักน้ำฝนและรีไซเคิลน้ำในโรงเรียนแก้ปัญหาฤดูแล้งที่ขยายเวลายาวนานขึ้นได้อีกด้วย
นอกจากอุณหภูมิสูง ที่ผู้คนรังเกียจที่สุดในฤดูร้อนแล้ว ความจริงยังมีอีกปัจจัยหนึ่งนั่นก็คือความชื้น เนื่องจากเมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนและความชื้นสูง ร่างกายของคนเราก็ไม่อาจระบายความร้อนออกจากร่างกายโดยขับเหงื่อออกมาตามธรรมชาติ จึงง่ายที่จะมีอาการไม่สบายเนื่องจากอากาศร้อนได้ง่าย อาทิ ลมแดด เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ คุณเคลล็อกจึงได้ออกแบบสิ่งปลูกสร้างใช้ปูนปลาสเตอร์ (Plaster หรือ Plaster of Paris) ซึ่งมีคุณสมบัติในการปรับตัวตามสภาพอากาศมาฉาบผนังของอาคาร สามารถดูดซับความชื้นได้เมื่อมีความชื้นค่อนข้าง่สูง และสามารถคลายความชื้นออกมาเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้ง ช่วยปรับสภาพความชื้นภายในห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
นอกจากการใช้หินทรายผสมกับปูนปลาสเตอร์ สิ่งปลูกสร้างที่สามารถลดอุณหภูมิหลังนี้ ได้หลอมรวมเอาภูมิปัญญาวิธีการระบายอากาศแบบโบราณของอินเดียเข้าไปด้วย กลายเป็นแผงกั้นที่มีรูปร่างพิเศษที่มีชื่อว่า “jaali” ซี่งสามารถหลบการถูกแสงแดดส่องโดยตรง ทำให้อากาศในอาคารมีการถ่ายเทลดอุณหภูมิลงได้ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของสิ่งปลูกสร้างท้องถิ่นของอินเดีย นอกจากนี้ ภายในอาคารของโรงเรียนก็ใช้วิธียกเพดานให้สูงเพื่อระบายอากาศได้คล่องตัว ใช้แผงโซลาร์เซลมากันแดดและยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งประหยัดพลังงานและลดอุณหภูมิ ส่วนลักษณะตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างก็ออกแบบให้เป็นไปตาม “ทิศทางลม” ของแต่ละท้องที่ เพื่อดึงกระแสลมเข้ามาภายในตัวอาคาร เพื่อให้การระบายอากาศเป็นไปอย่างคล่องตัว
โรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนที่สร้างขึ้นสำหรับนักเรียนหญิงโดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาการเข้าเรียนของนักเรียนหญิงท้องถิ่นที่มีสัดส่วนค่อนข้างต่ำรวมทั้งมีเด็กผู้หญิงที่อ่านออกเขียนได้เพียงร้อยละ 36 เท่านั้น กลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางด้านการศึกษาของท้องถิ่นที่มีพลังยิ่ง
ภูมิปัญญาสิ่งปลูกสร้างท้องถิ่น
ในสมัยโบราณที่อุปกรณ์เครื่องปรับอากาศยังไม่มีการคิดค้นออกมา และเพื่อปรับตัวให้กับสภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไปเป็นอากาศร้อนแล้งแบบทะเลทราย จึงมีการคิดค้นพัฒนาออกมาเป็นการออกแบบสิ่งปลูกสร้างให้สอดคล้องกับสภาพอากาศของแต่ละท้องถิ่นและใช้วัสดุก่อสร้างในแต่ละท้องถิ่น ในเขตทะเลทรายมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ จนทำให้มีต้นไม้น้อย ยากที่จะใช้วัสดุในท้องถิ่นมาประกอบเป็นขื่อคานของสิ่งปลูกสร้างเป็นจำนวนมากได้ ใช้ได้เพียงดินหรือหินในท้องถิ่นมาเป็นวัสดุก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเท่านั้น และยังพบว่า แม้วัสดุก่อสร้างเหล่านี้จะมีความหนาและหนักมาก แต่ก็มีคุณสมบัติในการดูดซับพลังงานความร้อน (ทนความร้อนได้สูง) ได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับการดูดซับน้ำของฟองน้ำ ซึ่งดูดซับความร้อนเป็นจำนวนมากในช่วงที่มีอากาศร้อนสุด ๆ ได้ ต้านอุณหภูมิสูงได้เป็นอย่างดี ทำให้อุณหภูมิภายในห้องอยู่ในระดับที่ร่างกายรับได้ และนี่ก็คือภูมิปัญญาสิ่งปลูกสร้างในท้องถิ่นนั่นเอง
ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์เขตร้อนชื้น สภาพอากาศโดยรวมมีความชื้นค่อนข้างสูง สิ่งปลูกสร้างเกือบทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตระดับน้ำทะเลค่อนข้างต่ำ อุณหภูมิในอาคารกับนอกอาคารต่ำกว่าอุณหภูมิของเขตอบอุ่น เขตหนาวหรือเขตร้อนค่อนข้างมาก ด้วยเหตนี้ จึงทำให้กฎหมายเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานของสิ่งปลูกสร้างของไต้หวันแตกต่างกับของประเทศอื่น ๆ ค่อนข้างมาก ประเทศในเขตอบอุ่น เขตหนาวหรือเขตร้อนต่างให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการกันความร้อนของสิ่งปลูกสร้าง เพื่อลดความสิ้นเปลืองในการใช้พลังงาน อาทิ สิ่งปลูกสร้างในเขตหนาว ต้องป้องกันมิให้พลังงานความร้อนในอาคารถูกระบายออกจากอาคาร ในขณะที่สิ่งปลูกสร้างในเขตร้อนกลับสามารถลดการไหลเข้าสู่อาคารของพลังงานความร้อน