ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๕


Listen Later

๑. ไต้หวันพร้อมเปิดแรงงานต่างชาติทำงานภาคการท่องเที่ยวในไต้หวัน แต่ต้องรอแก้กฎหมายก่อน

         ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมในไต้หวันขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง นอกจากเข้าร่วมงานมหกรรมจัดหางานเพื่อหาพนักงานแล้ว ขณะนี้กรมการท่องเที่ยวไต้หวันกำลังพิจารณาหาทางแก้ปัญหานี้อยู่ หากสามารถผ่อนปรนให้แรงงานต่างชาติหรือนักศึกษาต่างชาติทำงานรายชั่วโมงได้ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี กระทรวงแรงงานไต้หวันระบุว่า การผ่อนปรนในเรื่องนี้ต้องแก้กฎหมาย และประสานงานกับกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

            ผลกระทบจากโควิด-19 โรงแรมในไต้หวันได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ประกอบกับการท่องเที่ยวภายในประเทศก็กำลังบูม จนมีข่าวว่า โรงแรมทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อไม่ทัน กลายเป็นข้อพิพาทระหว่างโรงแรมกับลูกค้า

            นายเว่ยเจี้ยนหัว นายกสมาคมผู้ประกอบการโรงแรม ไต้หวัน เปิดเผยว่า กิจการโรงแรมที่สำคัญที่สุดก็คือพนักงานห้องพัก ตอนนี้ขาดคนทำงานประมาณ 40-50% ก่อนเกิดโรคระบาดก็มีปัญหาที่ไม่มีใครอยากทำงานประเภทนี้ พอเกิดโรคระบาดขึ้น เนื่องจากขาดแคลนแรงงานรักษาพยาบาล ประกอบกับงานโรงแรมก็เกรงว่าจะมีปัญหาติดเชื้อด้วย ทำให้มีปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง

            การท่องเที่ยวไต้หวันระบุว่า ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และจะเชิญผู้ประกอบการมาร่วมปรึกษาหารือร่วมกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษา เพื่อหาทางผ่อนปรนการนำเข้าแรงงานต่างชาติและให้นักศึกษาต่างชาติทำงานได้หารายได้พิเศษในช่วงที่ศึกษาอยู่ในไต้หวัน

            คุณเวยเจี้ยนหัว ระบุว่า หวังว่ากระทรวงแรงงานจะอนุญาตให้แรงงานต่างชาติทำงานในประเภทกิจการโรงแรมได้ และผ่อนปรนเงื่อนไข ซึ่งรวมถึงการบังคับให้แรงงานต่างชาติต้องมีเงินเดือน 3 หมื่นเหรียญไต้หวันขึ้นไป จ้างแรงงานท้องถิ่น 2 คนสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้ 1 คน และแรงงานต่างชาติทำได้เฉพาะตำแหน่งเจ้าหน้าที่ห้องพักเท่านั้น ห้ามย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง

            ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันระบุว่า จำนวนชั่วโมงที่อนุญตให้นักศึกษาต่างชาติทำงานได้ถูกระบุไว้ในกฎหมายจัดหางาน ซึ่งระบุชัดว่าในช่วงที่ไม่ใช่ช่วงปิดเทอม จะทำงานได้ไม่เกินสัปดาห์ละ 20 ชม. เนื่องจากต้องคำนึงถึงการศึกษาของนักศึกษาต่างชาติด้วย แต่เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้ชีวิต หากต้องการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อผ่อนปรนและแก้กฎหมาย จำเป็นต้องมีการปรึกษาหารือระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ประกาศรับสมัครพนักงานทำความสะอาดห้องพักของเทศบาลกรุงไทเป นอกจากเงินเดือนแล้ว 14 วันแรกยังได้เงินอุดหนุนอีก 2000 เหรียญไต้หวัน/วัน

 

๒. ปี 2050 ไต้หวันจะปลอดคาร์บอน 2040 ขายแต่รถยนต์ไฟฟ้า

            เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันได้ประกาศโรดแมพเป้าหมายคาร์บอนเป็น 0 ในปี 2050 ซึ่งตามแผนการดังกล่าวจะทำให้ในปี 2050 ไต้หวันต้องการพลังงานไฟฟ้า 4.275-5.731 แสนยูนิต เติบโตเฉลี่ยปีละ 0.5% สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้ารีไซเคิลอยู่ที่ 60-70% ไฮโดรเจน 9-12% พลังงานความร้อน 20-27% พลังงานน้ำ 1%

      นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒน์ฯ ไต้หวัน เปิดเผยว่า รัฐบาลได้วางแผนยุทธศาสตร์ใน 4 ด้าน ได้แก่พลังงาน ภาคการผลิต การดำรงชีวิต และสังคม ตลอดจนพัฒนาเทคโนโลยี และการออกกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพอากาศไปพร้อม ๆ กัน เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมคือในปี 2040 รถใหม่ที่นำออกจำหน่ายจะต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด และเมื่อถึงปี 2050 สิ่งปลูกสร้างใหม่และที่มีอยู่เดิมจะต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ปล่อยคาร์บอนอย่างน้อย 85% และคาดว่าในปี 2050 ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนจะลดลงจากในปี 2019 ถึงร้อยละ 30% ส่วนการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในปี 2050 จะลดลงจากปี 2021 ที่ 97.1% เหลือต่ำกว่า 50%

      นายก่งฯ ระบุว่า “รัฐบาลจะทุ่มงบประมาณ 9 แสนล้าน โดยมาจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 4.4 แสนล้าน งบประมาณเดิมของรัฐบาลมีอยู่แล้ว 1.2 แสนล้าน นอกจากนี้ยังมีงบประมาณใหม่เพิ่มเติมอีก 3.2 แสนล้าน”

            ตามแผนโรดแมพดังกล่าว ในปี 2025 ในเขตเมืองจะมีรถโดยสารประจำทางเป็นรถไฟฟ้าในสัดส่วนอย่างน้อย 35% ปี 2030 จะเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด 100% ปี 2040 รถยนต์ส่วนตัวและรถจักรยานยนต์ทั้งใหม่และเก่าก็จะเป็นแบบใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งจะใช้ยุทธวิธีเช่น การจัดซื้อรถราชการเป็นรถไฟฟ้า ให้เงินอุดหนุนการซื้อรถไฟฟ้า เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตรถไฟฟ้าในประเทศ ปรับปรุงอุปกรณ์ชาร์ทไฟตามบ้านและที่จอดรถสาธารณะ ยกระดับมาตรฐานรถใหม่ให้สูงขึ้น และกำหนดมาตรฐานการปล่อยคาร์บอนของรถยนต์ให้เข้มงวดมากขึ้น

๓. หอการค้ายุโรปวิตกไต้หวันขาดแคลนบุคลากรห่วงโซ่และเทคนิคการผลิต ต้องปรับขึ้นเงินเดือนอย่างน้อย 25%

            หอการค้ายุโรปร่วมกับ Robert Walters ในฐานะที่ปรึกษาด้านการจ้ดหาบุคลากรระหว่างประเทศ ได้จัดทำรายงานสำรวจเงินเดือนประจำปี 2022 พบว่า แม้ไต้หวันจะเผชิญหน้ากับการระบาดอย่างรุนแรงเมื่อปีที่แล้ว แต่ตลาดแรงงานยังคงเต็มไปด้วยการแข่งขัน จำนวนตำแหน่งที่ต้องการแรงงานมีมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่างเทคนิค ห่วงโซ่การผลิต การจำหน่ายและช่องทางการจัดจำหน่าย ขาดแคลนบุคลากรมากที่สุด กล่าวโดยรวมแล้ว ค่าจ้างในปีนี้โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10-15% ส่วนห่วงโซ่การผลิตและเทคนิคพิเศษบางอย่างควรปรับเพิ่มเงินเดือนอีกอย่างน้อย 25%

            หอการค้ายุโรปกับบริษัทที่ปรึกษาการจ้างงานระหว่างประเทศ จะจัดทำรายงานการสำรวจตลาดแรงงานไต้หวันเป็นประจำทุกปี ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่า ไต้หวันมีความต้องการแรงานเพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง ต้องการแรงงานเกือบทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรด้านอิเล็กทรอนิกส์ ปีที่แล้วมีตำแหน่งว่างเพิ่มขึ้นถึง 50% ขึ้นไป

            นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุว่า เนื่องจากการควบคุมชายแดนของประเทศต่าง ๆ ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาสู่ระบบดิจิทัลทั่วโลก ความต้องการบุคลกรในท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรด้านเทคนิค ห่วงโซ่การผลิตและจำหน่าย และช่องทางการจัดจำหน่ายก็ขาดแคลนบุคลากรเป็นอย่างมาก ส่วนเงินเดือนก็ขยับขึ้นเฉลี่ย 10-15% และคาดว่าเนื่องจากการขาดแคลนบุคลากรอย่างหนักจึงอาจทำให้ค่าจ้างต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 25% จึงจะสามารถดึงดูดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถได้มากยิ่งขึ้น

            รายงานฉบับนี้ ยังระบุในตอนท้ายว่า การระบาดของโรคส่งผลให้ภาคธุรกิจ และตลาดแรงงานเริ่มเปลี่ยนทิศทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และผู้หางานก็มักจะหวังว่าการทำงานทางไกลจะทำให้ชีวิตมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนั้น จึงแนะนำให้ภาคธุรกิจควรอาศัยโอกาสนี้ให้ความเป็นตัวของตัวเองแก่พนักงานของตน จึงจะสามารถสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะกับงานของตน และสามารถทำให้พนักงานอยู่ทำงานกับตนได้นาน ๆ เป็นผลดีต่อการพัฒนากิจการของตนด้วย

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti