
Sign up to save your podcasts
Or


๑. ไต้หวัน-อียู ประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งแรกระหว่างกัน เปิดแพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหภาพยุโรปได้ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวใหญ่ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐการระหว่างกันเป็นครั้งแรกในระบบออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเปิดแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับคณะทำงาน และยังได้เห็นพ้องที่จะมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นเศรษฐกิจดิจิทัล การอำนวยความสะดวกทางการค้า ตลอดจนเสริมความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน ระบุว่า การพูดคุยในครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเป็นการก้าวสู่ศักราชใหม่ของความสัมพันธระหว่างไต้หวันกับอียู
นางหวางเหม่ยฮัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน เป็นประธานร่วมกับ Sabine Weyand ผู้อำนวยการสำนักงานการค้า คณะกรรมการบริหารอียู ในการประชุมเจรจาระดับรัฐมนตรี เศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันกับอียู ครั้งที่ 1
นางหวางเหม่ยฮัว (ซ้าย) รมว. ศก. ไต้หวัน นาง Sabine Weyand ผู้อำนวยการสำนักงานการค้า คณะกรรมการบริหารอียู
กรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ไต้หวันกับอียูมีสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นลำดับ โดยเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว อียูได้ประกาศ “ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก” ย้ำจุดยืนที่จะกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนให้ล้ำลึกยิ่งขึ้น และจะสร้างความร่วมมือหุ้นส่วนด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กับไต้หวัน ยืนหยัดในคุณค่าแห่งเสรีภาพ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ประกอบกับการที่ไต้หวันกับอียูเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าสำคัญ การพูดคุยกันในวันนี้ จึงเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับอียู
ประเด็นที่อียูให้ความสนใจประกอบไปด้วย ประเด็นความร่วมมือเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานอเล็กทรอนิกส์ โครงการอุตสาหกรรมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง การตรวจความปลอดภัยอาหาร และการตรวจโรคพืชและสัตว์ หรือ SPS ส่วนฝ่ายไต้หวันได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนประเด็นการปรับตัวสู่เป้าหมายลดก๊าซคาร์บอนเหลือ 0 ในปี 2050 ชี้แจงแผนการก้าวสู่ปี 2050 ไร้คาร์บอน เพื่อให้อียูเข้าใจความตั้งใจจริงของไต้หวันที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
กรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ในระหว่างการประชุม ทั้งสองฝ่ายนอกจากจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการประชุมระดับคณะทำงานแล้ว ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวักบความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์การค้า การลงทุน การวิจัยพัฒนาและนวตกรรม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจัดตั้งแพลตฟอร์ม เพื่อใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับคณะทำงานระหว่างกัน เสริมความสัมพันธ์หุ้นส่วนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ส่วนทางด้านความร่วมมืออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน กรมการค้าต่างประเทศไต้หวันระบุว่า โควิดปีที่แล้วทำให้เกิดการขาดแคลนของแผ่นชิป ซึ่งไต้หวันได้ให้ความช่วยเหลืออียูแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่ จนผ่อนคลายลง กระทรวงเศรษฐการไต้หวนัได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญอิเล็กทรอนิกส์เยือนลิทัวเนีย สโลวัค และสาธารณรัฐเช็ก เมื่อเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว เพื่อสำรวจสภาพการณ์ของ 3 ประเทศ และเสริมการแลกเปลี่ยนด้านบุคลากรระหว่างกันให้มากขึ้น สร้างสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะแบ่งปันข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์
นางหวางเหม่ยฮัว ย้ำว่า ไต้หวันจะแสดงบทบาทในฐานะหุ้นส่วนที่วางใจได้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของโลก รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเสริมเสถียรภาพให้แก่ความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์
คุณเหยียนฮุ่ยซิน รองประธานศูนย์ WTO และ RTA สถาบันวิจัยเศรษฐกิจจงหัว นักวิชาการไต้หวันมีความเห็นว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีระหว่างไต้หวันกับอียูครั้งแรกในคราวนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนของการเสิรมความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่การผลิตที่อียูให้ความสำคัญ และแน่นอนว่าไต้หวันก็หวังว่าจะมีโอกาสขยยสัดส่วนการครองตลาดของสินค้าอื่น ๆ ของไต้หวันในตลาดอียูด้วย บนแนวคิดการต่อจิ๊กซอล ผลักดันเป้าหมายความตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป
๒.ไต้หวัน-สหรัฐฯ ประกาศเปิดเจรจาการค้า ศตวรรษที่ 21 (U.S.-Taiwan Initiative on 21st Century Trade) ปลายเดือนนี้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้ประกาศพร้อมกันว่าจะเปิดฉากการเจรจาการค้า ศตวรรษที่ 21 หรือเรียกว่า “U.S.-Taiwan Initiative on 21st Century Trade” โดยจะมีการพูดคุยกันใน 11 ประเด็น ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้การจัดทำความตกลงการค้าระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ก้าวไปอีกก้าวใหญ่ ซึ่งนายเติ้งเจิ้นจง รัฐมนตรีประจำสภาบริหาร ในฐานะผู้แทนการค้าไต้หวัน ระบุว่า ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกกำลังพยายามที่จะขยายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศต่างๆ เสริมศักยภาพความสามารถในการแข่งขันซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล ซึ่งหวังว่าจีนจะไม่เอาเรื่องนี้ไปปนเปกับประเด็นทางการเมืองโดยเด็ดขาด
นายเติ้งฯ ได้แลกปลี่ยนความคิดเห็นกับ Sarah Bianchi รองผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ผ่านระบบออนไลน์เมื่อค่ำวันที่ 1 มิ.ย. และประกาศอย่างเป็นทางการร่วมกันว่า จะจัดการประชุม U.S.-Taiwan Initiative on 21st Century Trade ในปลายเดือน มิ.ย. ศกนี้
จากซ้ายไปขวา ่นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. นายหลัวปิ่งเฉิง โฆษกรัฐบาล นายเติ้งเจิ้นจง ผู้แทนการค้า และนางหวางเหม่ยฮัว รมว. ศก. ไต้หวัน แถลงข่าวเปิดการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ ๒๑ กับสหรั่าฐฯ
การเจรจาการค้าในปลายเดือน มิ.ย. นี้ จะมีการเจรจาใน 11 ประเด็น ประกอบไปด้วย การอำนวยความสะดวกทางการค้า การออกกฎหมาย ด้านการเกษตร การต่อต้านการคอร์รัปชั่น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME การค้าดิจิทัล แรงงาน สิ่งแวดล้อม มาตรฐานสินค้า รัฐวิสาหกิจ และเศรษฐกิจที่ไม่ใช่เศรษฐกิจการตลาด
ทั้งนี้ การเปิดการเจรจาดังกล่าว หากสามารถตกลงกันได้ในประเด็นใดก็สามารถจัดทำความตกลงระหว่างกันได้เลย ซึ่งนายเติ้งฯ ระบุว่า ตนรอวันนี้มา 30 ปีแล้ว การเริ่มต้นการเจรจาดังกล่าว มีเป้าหมายอยู่ที่การจัดทำความตกลงทวิภาคีระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเจรจาความตกลงการค้าทวิภาคีหรือ BTA และFTA
นายเติ้งเจิ้นจง รมว. ประจำสภาบริหาร ผู้แทนเจรจาการค้าไต้หวัน คีย์แมนสำคัญของการเจรจาการค้ากับประเทศต่าง ๆ
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti๑. ไต้หวัน-อียู ประชุมระดับรัฐมนตรีครั้งแรกระหว่างกัน เปิดแพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหภาพยุโรปได้ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวใหญ่ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐการระหว่างกันเป็นครั้งแรกในระบบออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเปิดแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับคณะทำงาน และยังได้เห็นพ้องที่จะมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นเศรษฐกิจดิจิทัล การอำนวยความสะดวกทางการค้า ตลอดจนเสริมความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงเศรษฐการ ไต้หวัน ระบุว่า การพูดคุยในครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเป็นการก้าวสู่ศักราชใหม่ของความสัมพันธระหว่างไต้หวันกับอียู
นางหวางเหม่ยฮัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการไต้หวัน เป็นประธานร่วมกับ Sabine Weyand ผู้อำนวยการสำนักงานการค้า คณะกรรมการบริหารอียู ในการประชุมเจรจาระดับรัฐมนตรี เศรษฐกิจและการค้าระหว่างไต้หวันกับอียู ครั้งที่ 1
นางหวางเหม่ยฮัว (ซ้าย) รมว. ศก. ไต้หวัน นาง Sabine Weyand ผู้อำนวยการสำนักงานการค้า คณะกรรมการบริหารอียู
กรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ไต้หวันกับอียูมีสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นลำดับ โดยเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว อียูได้ประกาศ “ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก” ย้ำจุดยืนที่จะกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนให้ล้ำลึกยิ่งขึ้น และจะสร้างความร่วมมือหุ้นส่วนด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กับไต้หวัน ยืนหยัดในคุณค่าแห่งเสรีภาพ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ประกอบกับการที่ไต้หวันกับอียูเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและการค้าสำคัญ การพูดคุยกันในวันนี้ จึงเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับอียู
ประเด็นที่อียูให้ความสนใจประกอบไปด้วย ประเด็นความร่วมมือเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานอเล็กทรอนิกส์ โครงการอุตสาหกรรมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง การตรวจความปลอดภัยอาหาร และการตรวจโรคพืชและสัตว์ หรือ SPS ส่วนฝ่ายไต้หวันได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนประเด็นการปรับตัวสู่เป้าหมายลดก๊าซคาร์บอนเหลือ 0 ในปี 2050 ชี้แจงแผนการก้าวสู่ปี 2050 ไร้คาร์บอน เพื่อให้อียูเข้าใจความตั้งใจจริงของไต้หวันที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
กรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า ในระหว่างการประชุม ทั้งสองฝ่ายนอกจากจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการประชุมระดับคณะทำงานแล้ว ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวักบความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์การค้า การลงทุน การวิจัยพัฒนาและนวตกรรม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจัดตั้งแพลตฟอร์ม เพื่อใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับคณะทำงานระหว่างกัน เสริมความสัมพันธ์หุ้นส่วนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ส่วนทางด้านความร่วมมืออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน กรมการค้าต่างประเทศไต้หวันระบุว่า โควิดปีที่แล้วทำให้เกิดการขาดแคลนของแผ่นชิป ซึ่งไต้หวันได้ให้ความช่วยเหลืออียูแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่ จนผ่อนคลายลง กระทรวงเศรษฐการไต้หวนัได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญอิเล็กทรอนิกส์เยือนลิทัวเนีย สโลวัค และสาธารณรัฐเช็ก เมื่อเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว เพื่อสำรวจสภาพการณ์ของ 3 ประเทศ และเสริมการแลกเปลี่ยนด้านบุคลากรระหว่างกันให้มากขึ้น สร้างสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะแบ่งปันข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์
นางหวางเหม่ยฮัว ย้ำว่า ไต้หวันจะแสดงบทบาทในฐานะหุ้นส่วนที่วางใจได้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของโลก รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเสริมเสถียรภาพให้แก่ความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์
คุณเหยียนฮุ่ยซิน รองประธานศูนย์ WTO และ RTA สถาบันวิจัยเศรษฐกิจจงหัว นักวิชาการไต้หวันมีความเห็นว่า การประชุมระดับรัฐมนตรีระหว่างไต้หวันกับอียูครั้งแรกในคราวนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนของการเสิรมความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่การผลิตที่อียูให้ความสำคัญ และแน่นอนว่าไต้หวันก็หวังว่าจะมีโอกาสขยยสัดส่วนการครองตลาดของสินค้าอื่น ๆ ของไต้หวันในตลาดอียูด้วย บนแนวคิดการต่อจิ๊กซอล ผลักดันเป้าหมายความตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป
๒.ไต้หวัน-สหรัฐฯ ประกาศเปิดเจรจาการค้า ศตวรรษที่ 21 (U.S.-Taiwan Initiative on 21st Century Trade) ปลายเดือนนี้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้ประกาศพร้อมกันว่าจะเปิดฉากการเจรจาการค้า ศตวรรษที่ 21 หรือเรียกว่า “U.S.-Taiwan Initiative on 21st Century Trade” โดยจะมีการพูดคุยกันใน 11 ประเด็น ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้การจัดทำความตกลงการค้าระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ก้าวไปอีกก้าวใหญ่ ซึ่งนายเติ้งเจิ้นจง รัฐมนตรีประจำสภาบริหาร ในฐานะผู้แทนการค้าไต้หวัน ระบุว่า ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกกำลังพยายามที่จะขยายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศต่างๆ เสริมศักยภาพความสามารถในการแข่งขันซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล ซึ่งหวังว่าจีนจะไม่เอาเรื่องนี้ไปปนเปกับประเด็นทางการเมืองโดยเด็ดขาด
นายเติ้งฯ ได้แลกปลี่ยนความคิดเห็นกับ Sarah Bianchi รองผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ผ่านระบบออนไลน์เมื่อค่ำวันที่ 1 มิ.ย. และประกาศอย่างเป็นทางการร่วมกันว่า จะจัดการประชุม U.S.-Taiwan Initiative on 21st Century Trade ในปลายเดือน มิ.ย. ศกนี้
จากซ้ายไปขวา ่นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. นายหลัวปิ่งเฉิง โฆษกรัฐบาล นายเติ้งเจิ้นจง ผู้แทนการค้า และนางหวางเหม่ยฮัว รมว. ศก. ไต้หวัน แถลงข่าวเปิดการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ ๒๑ กับสหรั่าฐฯ
การเจรจาการค้าในปลายเดือน มิ.ย. นี้ จะมีการเจรจาใน 11 ประเด็น ประกอบไปด้วย การอำนวยความสะดวกทางการค้า การออกกฎหมาย ด้านการเกษตร การต่อต้านการคอร์รัปชั่น วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME การค้าดิจิทัล แรงงาน สิ่งแวดล้อม มาตรฐานสินค้า รัฐวิสาหกิจ และเศรษฐกิจที่ไม่ใช่เศรษฐกิจการตลาด
ทั้งนี้ การเปิดการเจรจาดังกล่าว หากสามารถตกลงกันได้ในประเด็นใดก็สามารถจัดทำความตกลงระหว่างกันได้เลย ซึ่งนายเติ้งฯ ระบุว่า ตนรอวันนี้มา 30 ปีแล้ว การเริ่มต้นการเจรจาดังกล่าว มีเป้าหมายอยู่ที่การจัดทำความตกลงทวิภาคีระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการเจรจาความตกลงการค้าทวิภาคีหรือ BTA และFTA
นายเติ้งเจิ้นจง รมว. ประจำสภาบริหาร ผู้แทนเจรจาการค้าไต้หวัน คีย์แมนสำคัญของการเจรจาการค้ากับประเทศต่าง ๆ