
Sign up to save your podcasts
Or


ผู้นำไต้หวันยืนยันไต้หวันเปิดเจรจากับสหรัฐฯ แล้วเป็นรุ่นแรก
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้กล่าวยืนยันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ได้ประกาศให้ไต้หวันกับอิสราเอลเป็นรุ่นแรกที่จะได้เจรจากับสหรัฐฯ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มภาษีศุลกากรสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ของประเทศต่าง ๆ และได้มีการเปิดการเจรจากันไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่น โดยได้มุ่งไปที่ประเด็นการขยายการลงทุนและการจัดซื้อจากสหรัฐฯ เพื่อลดการได้เปรียบดุลการค้าจากสหรัฐฯ เสริมความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน และแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีศุลกากร
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการเปิดประชุมประจำปี 2025 โรตารีนานาชาติเขต 3523 ระบุว่า การประกาศขึ้นภาษีศุลกากรต่อไต้หวันของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อไต้หวัน และกระทบต่อทั่วโลก ขอแต่เพียงให้ทุกฝ่ายสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว สามัคคีประชาชนทั่วประเทศรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะต้องสามารถผ่านพ้นไปได้โดยราบรื่น แน่นอนว่า เราไม่อาจประมาทได้ ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยความระมัดระวัง ก้าวไปด้วยความระมัดระวัง จึงจะสามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้
ผู้นำไต้หวันระบุอีกว่า ไต้หวันส่งออกปีละถึง 4 แสนกว่าล้านเหรียญสหรัฐ ร้อยละ 23.4 ส่งออกไปสหรัฐฯ หมายความว่ามีถึงร้อยละ 76 ที่ส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ นอกสหรัฐฯ ดังนั้น เมื่อต้องเจอกับแรงกดดันจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ก็ไม่ควรวิตกกังวลมากนัก ภาคการผลิตอุตสาหกรรมไต้หวันมีความยืดหยุ่นอยู่ในตัวอยู่แล้ว การขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้าไต้หวันของสหรัฐฯ 32% ท่านนายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบไว้แล้วถึง 8.8 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ รวมทั้งเสนอแผนรับมือ 5 ประการ ได้่แก่ เร่งเจรจาเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจาการขึ้นภาษีศุลกากร แผนการสนับสนุนภาคการผลิต แผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว แผน ไต้หวัน+1 ซึ่งก็คือการกระจายการลงทุน ไต้หวัน + สหรัฐฯ การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดตั้งคณะเจรจาขึ้น โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเจิ้งลี่จวินเป็นหัวหน้าคณะ และมีตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งของรัฐ วิชาการและภาคเอกชนเข้าร่วมในทีมเจรจาเพื่อผลักดันการเจรจาให้เป็นไปโดยราบรื่น
ผู้นำไต้หวันประกาศ 4 ยุทศาสตร์รับมือมาตรการภาษีของทรัมป์ฯ
หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งจัดเก็บจากไต้หวันถึง 32% สร้างความหวั่นวิตกโดยทั่วไปในไต้หวัน และผู้นำไต้หวันได้เสนอ 5 มาตรการรับมือในโอกาสแรก ที่มุ่งเจรจาลดภาษีเหลือ 0% ต่อมาก็ได้เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ผ่านบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสารบลูมเบิร์ก ได้แก่ การยกเว้นภาษีระหว่างกัน เพิ่มการนำเข้าสินค้าและจัดซื้อาวุธจากสหรัฐฯ การเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ และการให้คำมั่นที่จะยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีศุลกากร
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rtiผู้นำไต้หวันยืนยันไต้หวันเปิดเจรจากับสหรัฐฯ แล้วเป็นรุ่นแรก
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้กล่าวยืนยันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ได้ประกาศให้ไต้หวันกับอิสราเอลเป็นรุ่นแรกที่จะได้เจรจากับสหรัฐฯ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มภาษีศุลกากรสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ของประเทศต่าง ๆ และได้มีการเปิดการเจรจากันไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปโดยราบรื่น โดยได้มุ่งไปที่ประเด็นการขยายการลงทุนและการจัดซื้อจากสหรัฐฯ เพื่อลดการได้เปรียบดุลการค้าจากสหรัฐฯ เสริมความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม เศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน และแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีศุลกากร
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการเปิดประชุมประจำปี 2025 โรตารีนานาชาติเขต 3523 ระบุว่า การประกาศขึ้นภาษีศุลกากรต่อไต้หวันของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อไต้หวัน และกระทบต่อทั่วโลก ขอแต่เพียงให้ทุกฝ่ายสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว สามัคคีประชาชนทั่วประเทศรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะต้องสามารถผ่านพ้นไปได้โดยราบรื่น แน่นอนว่า เราไม่อาจประมาทได้ ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยความระมัดระวัง ก้าวไปด้วยความระมัดระวัง จึงจะสามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้
ผู้นำไต้หวันระบุอีกว่า ไต้หวันส่งออกปีละถึง 4 แสนกว่าล้านเหรียญสหรัฐ ร้อยละ 23.4 ส่งออกไปสหรัฐฯ หมายความว่ามีถึงร้อยละ 76 ที่ส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ นอกสหรัฐฯ ดังนั้น เมื่อต้องเจอกับแรงกดดันจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ก็ไม่ควรวิตกกังวลมากนัก ภาคการผลิตอุตสาหกรรมไต้หวันมีความยืดหยุ่นอยู่ในตัวอยู่แล้ว การขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้าไต้หวันของสหรัฐฯ 32% ท่านนายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ ได้เตรียมจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประกอบการที่จะได้รับผลกระทบไว้แล้วถึง 8.8 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ รวมทั้งเสนอแผนรับมือ 5 ประการ ได้่แก่ เร่งเจรจาเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจาการขึ้นภาษีศุลกากร แผนการสนับสนุนภาคการผลิต แผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะกลางและระยะยาว แผน ไต้หวัน+1 ซึ่งก็คือการกระจายการลงทุน ไต้หวัน + สหรัฐฯ การรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดตั้งคณะเจรจาขึ้น โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเจิ้งลี่จวินเป็นหัวหน้าคณะ และมีตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งของรัฐ วิชาการและภาคเอกชนเข้าร่วมในทีมเจรจาเพื่อผลักดันการเจรจาให้เป็นไปโดยราบรื่น
ผู้นำไต้หวันประกาศ 4 ยุทศาสตร์รับมือมาตรการภาษีของทรัมป์ฯ
หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศจัดเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งจัดเก็บจากไต้หวันถึง 32% สร้างความหวั่นวิตกโดยทั่วไปในไต้หวัน และผู้นำไต้หวันได้เสนอ 5 มาตรการรับมือในโอกาสแรก ที่มุ่งเจรจาลดภาษีเหลือ 0% ต่อมาก็ได้เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ผ่านบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสารบลูมเบิร์ก ได้แก่ การยกเว้นภาษีระหว่างกัน เพิ่มการนำเข้าสินค้าและจัดซื้อาวุธจากสหรัฐฯ การเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ และการให้คำมั่นที่จะยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีศุลกากร