
Sign up to save your podcasts
Or


สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันคาดปีนี้ GDP โต 3.42% เป็นปี “มังกรสะบัดหาง”
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน ได้รายงานเกี่ยวกับตัวเลขคาดการณ์ GDP ของไต้หวัน โดยคาดว่าปีนี้ไต้หวันจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 3.42% เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว 0.27% นักวิชาการเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากบรรยากาศทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ปีนี้จะเป็นปีที่เรียกว่า “มังกรสะบัดหางและงูผงกหัว ”เปลี่ยนจาก “1 โฮมรัม” เป็น “ 3 HIT” ทำให้เศรษฐกิจไต้หวันในปีนี้จะมีการเติบโตค่อนข้างสมดุลและมีเสถียรภาพ
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันคาดการณ์ว่า ในปี 2025 เศรษฐกิจไต้หวันจะโตร้อยละ 3.42 ปรับเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์คราวที่แล้ว 0.27% นายซุนหมิงเต๋อ ผอ. ศูนย์พยากรณ์บรรยากาศทางเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันระบุว่า ในช่วงปี 2020-2023 เป็นห้วงเวลาที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอาศัยเพียงปัจจัยเดียว หรือภาคการผลิตเพียงประเภทเดียวเท่านั้น อย่างในปี 2020 และ 2021 อาศัยการลงทุนเพียงอย่างเดียว ส่วนปี 2022 และ 2023 ก็อาศัยการบริโภคของภาคเอกชนเท่านั้น ส่วนปีนี้จะเป็นปีแรกที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นการเติบโตในทั้งสามด้าน ได้แก่ การลงทุน การบริโภคและการส่งออกไปพร้อม ๆ กัน จึงเปรียบเทียบได้ว่า ที่ผ่านมาอาศัยเพียง “1 โฮมรัน” แต่ปีนี้จะเป็นไปในลักษณะ “3 HIT”ที่มีผู้เล่นสามารถยึดหัวหาดได้ทั้ง 3 จุดในสนามแข่งและทำคะแนนได้ในการแข่งขันเบสบอลที่เป็นที่นิยมชมชอบของชาวไต้หวัน
นายซุนหมิงเต๋อ ผอ. ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นสู่การเปิดศักราชใหม่ PCB มุ่งสู่ใต้
เพื่อรับมือกับสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ บริษัท PCB หรือ Printed circuit board หรือภาษาไทยเรียกว่า แผ่นวงจรพิมพ์ ไต้หวัน ขยับขยายการลงทุนสู่ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนอย่างเร่งด่วน ซึ่งไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทเหล่านี้จากไต้หวันคือ ประเทศไทย เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของพวกเขา สถิติอย่างเป็นทางการของไทยระบุว่า จะมีผู้ประกอบการ PCB ไต้หวันอย่างน้อย 50 ราย ลงทุนผลิตแผ่น PCB ในไทย ทำให้ในปี 2025 จะเป็นปีแห่งการเปิดศักราชใหม่ให้แก่อุตสาหกรรม PCB ของไทย ที่จะทยอยเดินสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง
อุตสาหกรรม PCB ของทั่วโลกเริ่มเคลื่อนย้ายการลงทุนมาตั้งแต่ยุคปี 1990 ที่เคลื่อนย้ายไปลงทุนในจีน ที่เริ่มดำเนินนโยบายเปิดประเทศและปฏิรูปประเทศ แต่ตามการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าแรงในจีนและการเติบใหญ่ขึ้นของห่วงโซ่อุปทานสีแดง ส่งผลให้ผู้ประกอบการ PCB ของญี่ปุ่นและเกาหลีเริ่มปรับลดสัดส่วนการลงทุนในจีนลงมาตั้งแต่ปี 2010 และหลังปี 2018 ก็เกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนขึ้น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนย้ายการลงทุนของอุตสาหกรรม PCB อีกระลอกหนึ่งซึ่งใหญ่กว่าเดิม และเร่งการไปลงทุนในอาเซียนมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก
โรงงานผลิต PCB ทุนไต้หวันในไทย พร้อมเดินสายการผลิต
สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวัน(TPCA)เปิดเผยว่า มูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรม PCB กว่าร้อยละ 62 มาจากโรงงานในจีน แต่ในช่วงที่ผ่านมา โรงงานไต้หวันอพยพโยกย้ายไปอาเซียนมากขึ้นเป็นลำดับ เหตุสำคัญเนื่องจากเป็นความต้องการของลูกค้าที่ต้องการกระจายการผลิตที่กระจุกตัวอยู่ในจีนเพียงแห่งเดียว โรงงานบางแห่งต้องการได้ออเดอร์หรือกระจายทุนออกไปทั่วโลก กลายเป็นแรงขับเคลื่อนทั้งองคาพยพห่วงโซ่อุปทานสู่ประเทศในอาเซียน
ในอดีตอุตสาหกรรม PCB ในไทยเป็นผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นกับบริษัท KCE ของไทย ในขณะที่บริษัทไต้หวันอย่าง เอเปกซ์ ชินพูน และ APCB Electronics(Thailand)Co.,Ltd ผลิตชิ้นส่วนที่นำไปใช้เฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่เมื่อผู้ประกอบไต้หวันและจีนเคลื่อนตัวสู่ไทยมากขึ้นเป็นลำดับ ทำให้อุตสาหกรรม PCB ของไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว การนำไปใช้ก็ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ทั้งเซิร์ฟเวอร์ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และเครือข่ายการสื่อสาร ซึ่งล้วนเป็นการนำไปใช้ในส่วนของเทคโนโลยีระดับสูงทั้งสิ้น
หลังเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ ทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่นโยบายใหม่ของผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกอย่างไรหรือไม่ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบว่ามีผลกระทบที่แน่ชัดใด ๆ แต่คาดการณ์กันว่า นโยบาย “อเมริกันเฟิร์ส” ของเขา จะอาศัยการตั้งกำแพงภาษีศุลกากร ทำให้ภาคการผลิตและโอกาสงานไหลกลับเข้าไปในสหรัฐฯ มากขึ้น และอาจจะทำให้จีนใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาทางการค้าลง ด้วยเหตุนี้ การขยายการลงทุนในต่างประเทศของอุตสาหกรรมอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์จึงเร็วขึ้นและกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rtiสถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันคาดปีนี้ GDP โต 3.42% เป็นปี “มังกรสะบัดหาง”
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน ได้รายงานเกี่ยวกับตัวเลขคาดการณ์ GDP ของไต้หวัน โดยคาดว่าปีนี้ไต้หวันจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 3.42% เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว 0.27% นักวิชาการเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากบรรยากาศทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ปีนี้จะเป็นปีที่เรียกว่า “มังกรสะบัดหางและงูผงกหัว ”เปลี่ยนจาก “1 โฮมรัม” เป็น “ 3 HIT” ทำให้เศรษฐกิจไต้หวันในปีนี้จะมีการเติบโตค่อนข้างสมดุลและมีเสถียรภาพ
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันคาดการณ์ว่า ในปี 2025 เศรษฐกิจไต้หวันจะโตร้อยละ 3.42 ปรับเพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์คราวที่แล้ว 0.27% นายซุนหมิงเต๋อ ผอ. ศูนย์พยากรณ์บรรยากาศทางเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันระบุว่า ในช่วงปี 2020-2023 เป็นห้วงเวลาที่การเติบโตทางเศรษฐกิจอาศัยเพียงปัจจัยเดียว หรือภาคการผลิตเพียงประเภทเดียวเท่านั้น อย่างในปี 2020 และ 2021 อาศัยการลงทุนเพียงอย่างเดียว ส่วนปี 2022 และ 2023 ก็อาศัยการบริโภคของภาคเอกชนเท่านั้น ส่วนปีนี้จะเป็นปีแรกที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นการเติบโตในทั้งสามด้าน ได้แก่ การลงทุน การบริโภคและการส่งออกไปพร้อม ๆ กัน จึงเปรียบเทียบได้ว่า ที่ผ่านมาอาศัยเพียง “1 โฮมรัน” แต่ปีนี้จะเป็นไปในลักษณะ “3 HIT”ที่มีผู้เล่นสามารถยึดหัวหาดได้ทั้ง 3 จุดในสนามแข่งและทำคะแนนได้ในการแข่งขันเบสบอลที่เป็นที่นิยมชมชอบของชาวไต้หวัน
นายซุนหมิงเต๋อ ผอ. ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นสู่การเปิดศักราชใหม่ PCB มุ่งสู่ใต้
เพื่อรับมือกับสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ บริษัท PCB หรือ Printed circuit board หรือภาษาไทยเรียกว่า แผ่นวงจรพิมพ์ ไต้หวัน ขยับขยายการลงทุนสู่ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนอย่างเร่งด่วน ซึ่งไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทเหล่านี้จากไต้หวันคือ ประเทศไทย เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของพวกเขา สถิติอย่างเป็นทางการของไทยระบุว่า จะมีผู้ประกอบการ PCB ไต้หวันอย่างน้อย 50 ราย ลงทุนผลิตแผ่น PCB ในไทย ทำให้ในปี 2025 จะเป็นปีแห่งการเปิดศักราชใหม่ให้แก่อุตสาหกรรม PCB ของไทย ที่จะทยอยเดินสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง
อุตสาหกรรม PCB ของทั่วโลกเริ่มเคลื่อนย้ายการลงทุนมาตั้งแต่ยุคปี 1990 ที่เคลื่อนย้ายไปลงทุนในจีน ที่เริ่มดำเนินนโยบายเปิดประเทศและปฏิรูปประเทศ แต่ตามการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าแรงในจีนและการเติบใหญ่ขึ้นของห่วงโซ่อุปทานสีแดง ส่งผลให้ผู้ประกอบการ PCB ของญี่ปุ่นและเกาหลีเริ่มปรับลดสัดส่วนการลงทุนในจีนลงมาตั้งแต่ปี 2010 และหลังปี 2018 ก็เกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนขึ้น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนย้ายการลงทุนของอุตสาหกรรม PCB อีกระลอกหนึ่งซึ่งใหญ่กว่าเดิม และเร่งการไปลงทุนในอาเซียนมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก
โรงงานผลิต PCB ทุนไต้หวันในไทย พร้อมเดินสายการผลิต
สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวัน(TPCA)เปิดเผยว่า มูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรม PCB กว่าร้อยละ 62 มาจากโรงงานในจีน แต่ในช่วงที่ผ่านมา โรงงานไต้หวันอพยพโยกย้ายไปอาเซียนมากขึ้นเป็นลำดับ เหตุสำคัญเนื่องจากเป็นความต้องการของลูกค้าที่ต้องการกระจายการผลิตที่กระจุกตัวอยู่ในจีนเพียงแห่งเดียว โรงงานบางแห่งต้องการได้ออเดอร์หรือกระจายทุนออกไปทั่วโลก กลายเป็นแรงขับเคลื่อนทั้งองคาพยพห่วงโซ่อุปทานสู่ประเทศในอาเซียน
ในอดีตอุตสาหกรรม PCB ในไทยเป็นผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นกับบริษัท KCE ของไทย ในขณะที่บริษัทไต้หวันอย่าง เอเปกซ์ ชินพูน และ APCB Electronics(Thailand)Co.,Ltd ผลิตชิ้นส่วนที่นำไปใช้เฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์และส่วนประกอบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่เมื่อผู้ประกอบไต้หวันและจีนเคลื่อนตัวสู่ไทยมากขึ้นเป็นลำดับ ทำให้อุตสาหกรรม PCB ของไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว การนำไปใช้ก็ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ทั้งเซิร์ฟเวอร์ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และเครือข่ายการสื่อสาร ซึ่งล้วนเป็นการนำไปใช้ในส่วนของเทคโนโลยีระดับสูงทั้งสิ้น
หลังเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ ทั่วโลกต่างจับจ้องไปที่นโยบายใหม่ของผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกอย่างไรหรือไม่ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบว่ามีผลกระทบที่แน่ชัดใด ๆ แต่คาดการณ์กันว่า นโยบาย “อเมริกันเฟิร์ส” ของเขา จะอาศัยการตั้งกำแพงภาษีศุลกากร ทำให้ภาคการผลิตและโอกาสงานไหลกลับเข้าไปในสหรัฐฯ มากขึ้น และอาจจะทำให้จีนใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาทางการค้าลง ด้วยเหตุนี้ การขยายการลงทุนในต่างประเทศของอุตสาหกรรมอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์จึงเร็วขึ้นและกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น