ชีพจรเศรษฐกิจ

ชีพพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๖


Listen Later

ผู้นำไต้หวันย้ำจีนมีความเสี่ยงด้านการลงทุนมากกว่าในอดีต ไต้หวันยินดีต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ และทุนไต้หวันในต่างประเทศ 

       ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ The New York Times ในโอกาสจัดกิจกรรม 「DealBook Summit」ในหลายประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ อาทิ ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน และการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ 

       กิจกรรม 「DealBook Summit」 เป็นกิจกรรมประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของนิวยอร์กไทม์ส โดยเชิญบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดทั้งทางด้านการเมือง ธุรกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจนผู้นำในด้านความคิดต่าง ๆ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความคิดเห็น

       ปฏิสัมพันธ์ด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างธุรกิจข้ามชาติในสหรัฐฯ กับจีนนั้น ผู้นำไต้หวันระบุว่า เนื่องจากเป็นที่แน่ชัดว่า การประกอบธุรกิจกับงจีนในปัจจุบันนั้น มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต้องต้องการที่จะแสวงหาแหล่งลงทุนเพื่อแทนที่จีนในภูมิภาคนี้ ซึ่งไต้หวันยินดีต้อนรับที่ธุรกิจข้ามชาติเหล่านี้จะเชื่อมต่อกับไต้หวันให้ปักรากฝังลึกมากยิ่งขึ้น ทั่วโลกต่างเข้าใจดีถึงความสำคัญของความทรหดของห่วงโซ่อุปทาน และความทรหดตลอดจนความปลอดภัยจของห่วงโซ่อุปทานจะเป็นเสาหลักค้ำจุนเศรษฐกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นซึ่งไต้หวันแสดงบทบาทในด้านนี้ได้อย่างเต็มที่

         40 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ทำให้ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการผลิตแผ่นชิปของไต้หวันอยู่ในฐานะนำในทั่วโลก และไต้หวันจะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่วางใจได้ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ซึ่งบทบาสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของไต้หวันก็เป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวโลก

         ในช่วงที่ผ่านมา เราได้ต้อนรับธุรกิจข้ามชาติยักษ์ใหญ่หลายรายเข้ามาลงทุนเปิดโรงงานใหม่หรือขยายการลงทุนในไต้หวันส่วนธุรกิจไต้หวันในต่างประเทศจำนวนไม่น้อยก็กลับมาลงทุนในไต้หวัน ด้วยการวิจัยค้นคว้าที่เต็มไปด้วยความสามารถ นวัตกรรม และการผลิตอันเข้มแข็ง ซึ่งไต้หวันก็หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะจับมือกับหุ้นส่วนความร่วมมือในนานาชาติ แน่นอนว่ารวมถึงสหรัฐฯ ด้วย ที่จะต้องมุ่งสู่ความร่วมมือที่ปักรากฝังลึกมากยิ่งขึ้น

IMD จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลระดับโลก ไต้หวันขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 9 มีคะแนนประเมินได้อันดับที่ 1 ถึง 5 รายการ

         สถาบันบริหารธุรกิจ IMD ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ประกาศผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลประจำปี 2023 หรือ World Digital Competitiveness Ranking โดยประเมินจากการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศต่าง ๆ ทั้งสิ้น 64 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไต้หวันขยับขึ้นมา 2 อันดับจากปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับที่ 9 ของโลกในปีนี้ 

         กระทรวงดิจิทัลไต้หวันเปิดเผยว่า การประเมินในรายการต่างๆ ของการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลระดับโลกครั้งนี้ ไต้หวันได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ 1 ของโลก ถึง 5 รายการ ประกอบด้วย ด้านบุคลากรการวิจัยพัฒนาต่อประชากร 1,000 คน, มูลค่าเงินลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและตลาดหุ้นกลุ่มสื่อสารมวลชนตามสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP), สัดส่วนผู้ใช้บรอดแบนด์มือถือในระบบ 4G และ 5G, การตอบสนองที่รวดเร็วและยืดหยุ่นสูงของบริษัทผู้ประกอบการ และความสามารถของผู้ประกอบการในการวิเคราะห์ข้อมูล บิ๊กดาต้า เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจนโยบายต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์การประเมินอีก 7 รายการ ที่มีผลคะแนนอยู่ใน 3 อันดับแรกของโลกด้วย 

        กระทรวงดิจิทัลไต้หวันชี้ว่า จากรายงานของ IMD จะเห็นได้ชัดว่าไต้หวันมีศักยภาพการแข่งขัน การวิจัย กับการพัฒนาด้านดิจิทัลที่ยอดเยี่ยม โดยในอนาคตจะอ้างอิงจากรายงานดังกล่าว เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งเสริมความปลอดภัยของข้อมูล และขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้ดิจิทัลเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti