สุดแสนฮีลใจที่ป่าไผ่แห่งสือปี้ แลนด์มาร์กแห่งป่าไผ่โลก
สัปดาห์นี้ขอแนะนำ ศูนย์ป่าบำบัดสือปี้ เมืองหยุนหลิน ที่เป็นศูนย์ป่าบำบัดแห่งแรกของไต้หวัน แถมยังได้รับการขนานนามว่า "แลนมาร์กแห่งป่าไผ่โลก" ศูนย์ป่าบำบัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเฉาหลิ่งตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600-1,750 เมตร ถือเป็นหมู่บ้านบนภูเขาที่สูงที่สุดในเมืองหยุนหลิน มีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย อาทิ หินรูปทรงแปลกประหลาด น้ำตกและลำธาร เป็นต้นแต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ห่างไกล จึงมีเพียงนักปีนเขาที่ไปปีนภูเขาสือปี้และภูเขาเจียหนานหยุนเฟิงเท่านั้นที่ให้ความสนใจ หลังเกิดแผ่นดินใหญ่ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบร้อยปีเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2542 ส่งผลให้เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านเฉาหลิ่งถูกตัดขาด ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างฮวบฮาบ ต่อมารัฐบาลได้ผลักดันการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย จึงมีการพัฒนาป่าไผ่ในชุมชนสือปี้ในหมู่บ้านเฉาหลิ่งให้กลายเป็นศูนย์ป่าบำบัด
ศูนย์ป่าบำบัดสือปี้เมืองหยุนหลิน ศูนย์ป่าบำบัดแห่งแรกของไต้หวันที่ใช้สวนไผ่เป็นองค์ประกอบหลัก (ภาพจาก เทศบาลเมืองหยุนหลิน)
คุณกัวโส่วฟา (郭守發) ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลปะไม้ไผ่แห่งสือปี้ได้ร่วมกับชาวบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมพัฒนาชุมชนสือปี้ ขานรับนโยบาย 1 ตำบล 1 เอกลักษณ์ ด้วยการยื่นขอใช้ที่ดินของรัฐในชุมชนสือปี้ หมู่บ้านเฉาหลิ่ง และประยุกต์ใช้ไม้ไผ่โมโซซึ่งเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่น มาสร้างระเบียงสีเขียว “อู่หยวนเหลียงเจี่ยว”(五元兩角) ที่ประกอบด้วยศาลาริมทางและสะพานโค้ง ซึ่งทางตอนเหนือจะเชื่อมต่อกับ “เส้นทางโบราณมู่หม่า” (木馬古道) ที่ในอดีตเป็นเส้นทางขนส่งไม้ฮิโนกิหรือสนไซเปรสกับอบเชย และยังเชื่อมไปถึง“เนินแห่งหยุนหลิ่ง” ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณกับอาทิตย์อัสดงยามพลบค่ำ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างเมืองหยุนหลิน เจียอี้ และหนานโถว จึงได้รับการขนานนามว่า “ยืนเหยียบ 3 เมือง” ส่งผลให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
"อู่หยวนเหลียงเจียว" ระเบียงสีเขียวริมทางเดินในป่าไผ่เชื่อมต่อกับเส้นทางโบราณที่ได้รับความนิยมในหมู่นักปีนเขา (ภาพจาก Chinatimes.com)
เนื่องจากในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา การบำบัดด้วยป่ากลายเป็นกระแสนิยมในต่างประเทศ เทศบาลเมืองหยุนหลินได้วางแผนใช้สวนไผ่ที่มีพื้นที่ 100 เฮกตาร์ (625 ไร่) ทำเป็น “สวนไผ่นันทนาการแห่งสือปี้” ( Shibi Bamboo Recreational Forest Park) และมอบหมายให้ D.Z. Architects & Associates, Forest Union และหลินเจียหมิน (林家民) นักป่าบำบัด ร่วมกันออกแบบและสร้าง “ศูนย์ป่าบำบัดสือปี้ หมู่บ้านเฉาหลิง”ที่หลอมรวมป่าไผ่เข้ากับป่าไม้ตามธรรมชาติเข้าด้วยกันบนพื้นที่ 156 เฮกตาร์ (975 ไร่) ซึ่งประกอบด้วยป่าไผ่ที่เขียวชอุ่มมีการไล่เฉดจากสีเขียวจางไปเป็นเขียวเข้มและสลับสีระหว่างเขียวอ่อนกับเขียวเข้ม ทำให้ทั่วทั้งผืนป่าเปี่ยมไปด้วยความมีสีสันและช่วยฮีลใจได้เป็นอย่างดี
ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา การบำบัดด้วยป่ากลายเป็นกระแสนิยมในต่างประเทศรวมถึงในไต้หวันด้วย (ภาพจากเทศบาลเมืองหยุนหลิน)
คุณหลินเจียหมิน นักป่าบำบัด หนึ่งในทีมออกแบบ ศูนย์ป่าบำบัดสือปี้ กล่าวว่า ไผ่โมโซ เป็นไผ่ลำเดี่ยวที่รากจะชอนไชลงไปในดินและแผ่กระจายในแนวขวางเพื่อหาสารอาหารมาเลี้ยงลำต้น เมื่อย่ำเท้าลงไปบนทางเดินกลางป่าไผ่ จะรู้สึกได้ถึงความฟูและร่วนซุยของดิน สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ผ่อนคลายและลดความเครียดทางจิตใจได้เป็นอย่างดี สิ่งที่พิเศษที่สุดก็คือ ยามที่สายลมพัดโชยมา กิ่งก้านและใบไผ่จะพลิ้วไหวไปตามแรงลม ทำให้เกิดเสียงไผ่เสียดกอดังซู่ๆซ่าๆ ราวกับท่วงทำนองแห่งสรวงสวรรค์ ยิ่งช่วยบำบัดจิตใจได้อย่างดีเยี่ยม
ม้านั่งได้รับการออกแบบให้เมื่อเอนตัวลงนอน มุมของสายตาจะจับไปที่ยอดทิวไผ่รอบตัวได้อย่างเหมาะเจาะ (ภาพจากเทศบาลเมืองหยึนหลิน)
ห้องน้ำสร้างจากไม้ไผ่ หลังคาเปิดโล่งครึ่งหนึ่ง ระหว่างเข้าห้องน้ำยังจะได้อิ่มเอมกับทัศนียภาพสวนไผ่และท้องฟ้าสีคราม (ภาพจากเทศบาลเมืองหยุนหลิน)
สื้อปี้เป็นแหล่งผลิตหน่อไม้โมโซ ในฤดูหนาวก็สามาถผลิตหน่อไม้ตังซุงได้ คุณกัวโส่วฟาเล่าว่า หน่อไม้แตกหน่ออยู่ใต้ดิน ไม่จำเป็นต้องพ่นยาฆ่าแมลงและใส่ปุ๋ย ดินที่สะอาดและปราศจากมลพิษ แม้จะย่ำเท้าเปล่าไปบนทางเดินในป่าไผ่ก็ยังรู้สึกสบายเท้า การนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้ามืด บางครั้งแม้เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว แต่เมฆในหุบเขาก็ยังไม่ขยับเขยื้อน เมื่อลมพัดโชยมา ทะเลหมอกจะสลายตัวกลายเป็นกลุ่มหมอกบางๆ พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า แสดงว่าอากาศกำลังจะเปลี่ยนแล้ว นี่คือหนึ่งวันในสือปี้
บรรยากาศที่ป่าไผ่ในสือปี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้ง 4 ไม่ว่าจะไปเยี่ยมชมในฤดูกาลใด ล้วนฮีลใจได้อย่างดีเยี่ยม (ภาพจากเทศบาลเมืองหยุนหลิน)
บรรยากาศในสือปี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้ง 4 เริ่มจากในฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิใต้ผิวดินจะเพิ่มสูงขึ้น รากไผ่จะแผ่ขยายออกไป ใบไผ่จะเจริญงอกงาม เมื่อฝนฤดูใบไม้ผลิตกลงมา หน่อไม้จะงอกขึ้นมาเหนือพื้นดิน ใบไม้ใบหญ้าก็จะแตกใบอ่อนจนเขียวชอุ่มพุ่มสไสวตามไปด้วย ในฤดูร้อนแสงแดดจะจัดจ้าและท้องฟ้าโปร่งใส ดินโคลนในป่าไผ่ที่ถูกแสงแดดสาดส่องจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของไอดินออกมาไม่ขาดระยะ ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการจำศีลของทุกสรรพสิ่ง ใบไม้จะหลุดร่วงลงสู่พื้นดินกลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติ ทัศนียภาพใน 4 ฤดูกาลจะแปรเปลี่ยนไปโดยไม่ซ้ำกัน