ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี

หลักความเชื่อของชาวพุทธ Group Sitting 2024-12-08


Listen Later

เหตุดับผลดับ แล้วเหตุจะดับไปได้ในแบบไหน

ก็องค์ความรู้ในมรรคมีองค์ ๘ นี่ไง

สมบูรณ์แล้ว บริบูรณ์แล้ว ดับรอบแล้ว

จิตไม่ต้องมาเวียนว่ายในวัฏจักรของเวลา

ที่มีความเกิด ความเสื่อมและความดับ

ไม่ต้องมาอีกแล้ว

เรียกว่าสภาวะที่ไม่มีกาลเวลา

เมื่อไม่มีกาลเวลาก็ไม่มีการเคลื่อน

ไม่มีการเคลื่อนก็คือไม่มีการเกิดไม่มีการดับ

อะไรเป็นกรอบอ้างอิงของการเคลื่อนของการเกิดดับก็คือ "รูปนาม" นี่ไง

สภาวะนั้นเรียกว่าโลกุตตระ อกาลิโก หรือนิพพานธาตุ

ที่เราเคยได้ยินได้ฟังกันมาแล้ว

พระอาจารย์แสดงธรรมนำความจริงมาแบ่งปันในวันนี้

คนรุ่นใหม่ที่มีองค์ความรู้ในระดับปรัชญา

หรือระดับสมาธิวิปัสสนา ระดับภาวนา

ที่ยังเข้าไม่ถึง แต่ก็มีโอกาสที่จะเรียนรู้

ที่จะศึกษา มาได้ยินได้ฟัง

มีนะ สภาวะที่ไม่เกิดไม่ดับ

พูดถึงว่าภาษาไทยเราชอบใช้คําว่าธรรมชาติ

"ธรรม" สภาวะธรรมที่เกิดขึ้น

ชาติแปลว่าการเกิด

เพราะฉะนั้นเราจะสื่อความหมายว่านิพพานเป็นธรรมชาติน่ะไม่ได้นะ

เพราะนิพพานโลกุตตระนั้น

ไม่อยู่ในขอบข่ายของความหมายว่าธรรมชาติ

คือเป็นธรรมที่ไม่มีชาติ ไม่มีชาติแล้ว ไม่มีการเกิดขึ้นแล้ว

เมื่อไม่มีเกิดจะมีดับได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นเราเป็นชาวพุทธ เราควรใช้ศัพท์นี้ให้ถูกต้อง

คำว่าทุกอย่างเป็นธรรมชาติ

นั้นเรากําลังพูดถึงระดับโลกียะ

ระดับของเวลา กรอบของเวลา

เมื่อเข้าถึงแล้ว ดับแล้ว ​

ซึ่งการเข้าถึงองค์ความรู้ของพระพุทธองค์

ที่ทรงพร่ำสอนมาตั้งแต่สัมมาทิฏฐิเบื้องต้น

ดับทุกข์ได้จริงมั้ย ปลดเปลื้องภาระของขันธ์ ของชีวิต

ชีวิตมันเบาลง มันสงบระงับลง สัมผัสความสุขได้โดยง่าย

โดยอาศัยสัมภาษาทิฏฐิในเบื้องต้น

จนกระทั่งว่าเป็นสัมมาทิฏฐิในเบื้องปลาย

กระทั่งว่าเข้าไปสู่การดับทุกข์ได้โดยรอบคือ นิพพาน

สิ่งสําคัญที่เราเป็นผู้สมาทานตนเองที่จะเดินไปบนเส้นทางแห่งพุทธะ

คําสอนพระองค์ท่าน

เราต้องตระหนัก เราต้องแบ่งปันองค์ความรู้เสมอว่า

ความดับทุกข์นี้แม้เป็นสัมมาทิฏฐิในเบื้องต้น

ประจักษ์พยานความเป็นจริงที่จะดับทุกข์ได้นะ

แม้แต่นิพพานนี่นะ

จะต้องเป็นประสบการณ์ในชาตินี้

มิใช่หลังตายไปแล้ว

ความจริงอันเป็นที่ประจักษ์

การบรรลุ การสัมผัส การเข้าถึงความจริงแต่ละระดับ

จะต้องไปจากในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่

พูดภาษาชาวบ้านก็ยังในขณะที่เป็นคนอยู่นี่แหละเป็นมนุษย์อยู่เนี่ย

ไม่ใช่ว่าเราจะเสพสุขดับทุกข์ได้

หลังจากที่เราตายไปแล้ว

คําสอนของพระพุทธองค์ไม่ได้เน้นไปอย่างนั้น

เป็นสิ่งที่พึงประจักษ์แจ้งในปัจจุบัน

ในขณะที่รูปและนามกําลังดํารงอยู่ ​

องค์ความรู้เหล่านี้

จิตจะแจ่มแจ้งในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ มิใช่หลังการตาย

แต่ตราบใดที่นิยามว่าดับเหตุไม่หมด

ผลจะมีนัยยะแบบไหน คติจะเป็นแบบไหน

โลกชีวิตหลังการตาย กฏแห่งกรรมไง

จิตดวงนี้เสพคุ้นอยู่กับอารมณ์แบบไหน

เสพคุ้นอยู่กับทุกข์

เสพคุ้นอยู่กับความบีบคั้นอยู่กับความขัดแย้ง

เสพคุ้นอยู่กับอารมณ์ที่รุนแรง

ไม่มีเมตตาจิต ไม่มีการแบ่งปัน

คนนั้นเขาจะหาความสุขได้จริงหรือ

ไม่มีทุนคือนิยามของความสุขในปัจจุบันชาติ

ตายไปก็ไม่มีอะไรแล้ว

เพราะฉะนั้นคําว่าความสุขหรือสวรรค์

นัยยะสวรรค์จะต้องเป็นความสุข

ที่เป็นทุนอยู่ในปัจจุบันในชาติ

ไม่ใช่ว่า . . ชาติปัจจุบันนี่มีแต่ความทุกข์

ไม่เคยรับสัมผัสความสุขเลย

เราจะเอาเชื้อเอาความสุขที่ไหนเป็นทุน

ในนัยยะของสวรรค์ ของคติที่เป็นสุคติ

ในชาติถัดไป ในภพถัดไป

จุติจิตเป็นเช่นใด ปฏิสนธิจิตก็เป็นเช่นนั้น


ปิยทัสสี ภิกขุ


...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสีBy Mowakee Forest