ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ไม่ละเว้นวาจาหรือเป็นพฤติกรรมที่เป็นความเท็จ อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา มิทรงประสงค์(ให้เขาหิวหรือกระหาย ด้วย)การละเว้นอาหารและเครื่องดื่มของเขา” (บันทึกโดย : อัลบุคอรียฺ)
มิใช่วัตถุประสงค์ในการบัญญัติให้ถือศีลอด ที่จะให้ผู้ศรัทธาละเว้นอาหารและเครื่องดื่มจนกระทั่งเป็นผู้ที่หิวและกระหายขณะถือศีลอด แต่เขายังไม่สามารถละเว้นซึ่งความเท็จด้วยการพูดหรือการกระทำ เพราะวัตถุประสงค์ในการถือศีลอด อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ระบุไว้ในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการถือศีลอดว่า
ความหมาย “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! การถือศีลอดนั้นได้ถูกำหนดแก่พวกเจ้าแล้ว ดังที่เคยมีบัญญัติในประชาชาติยุคก่อน หน้าพวกเจ้ามาแล้วเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง (ต่ออัลลอฮฺ)” (ซูเราะตุลบะเกาะเราะฮฺ 183)
ความตักวาต่ออัลลอฮ์ นั้นจะเป็นเหตุให้ผู้ศรัทธาระงับกิเลสและอารมณ์มิให้กระทำสิ่งที่ผิดหลักการศาสนา สิ่งที่ผิดหลักการศาสนานั้นคือสิ่งที่เราเรียกว่า ความเท็จ หรือที่ท่านนบีเรียกว่า الزُور (อัซซูร) อันหมายรวมถึงสิ่งที่ศาสนาไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ เป็นความเท็จ เป็นโมฆะ ศาสนาไม่ยอมรับว่ามันถูกต้อง มุสลิมจำต้องสร้างชีวิตของตนบนบรรทัดฐานแห่งความจริงและสัจธรรม ฉะนั้น การถือศีลอดต้องสั่งสอนให้ผู้ศรัทธานั้นอยู่กับความจริง กระทำสิ่งที่เป็นความจริงและเป็นสัจธรรม เนื่องจากผู้ศรัทธานั้นสามารถบริหารและควบคุมอารมณ์กิเลสของตนเองได้ ถึงขั้นระงับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับชีวิตของผู้คนทั้งหลาย แสดงว่าผู้ถือศีลอดนั้นย่อมมีความสามารถในการบริหารพฤติกรรมและวาจาของตนเองด้วย หากผู้ศรัทธาสามารถระงับอาหารและเครื่องดื่มแต่ยังไม่สามารถระงับความเท็จ ระงับความชั่ว นั่นแสดงว่ายังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการถือศีลอด...19/9/51