
Sign up to save your podcasts
Or
01:02:39
สัญญาในระดับกามภูมิ
"กามสัญญา" คือจิตจะท่องเที่ยวไปในโลกของความทรงจํานะ
อย่างที่เรานั่งอยู่
มีความครุ่นคิดนู่นนั่นนี่ แท้ที่จริงจิตนี้ท่องเที่ยวไปในโลกของความจำ
ไปในโลกของเวลา
ซึ่งพื้นที่ของความจํานั้นก็อยู่ในขอบเขตของ
ความจําในอารมณ์ที่ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้ง 5
เรียกว่า"กาม" รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
เขาเป็นกามคุณนะ
แล้วสัญญาความทรงจํานี้เข้าไปจําอารมณ์ที่ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งห้า
เรียกว่ากามะ-สัญญา
ให้เราสังเกตนะต่อให้ฟุ้งระดับไหน
สงบระดับใด สุขระดับไหน ทุกข์ปานใดนะ
การรับรู้นี้จะอยู่ในขอบเขตในอารมณ์ที่ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งห้าเท่านั้น
เมื่อใดที่จิตได้ถูกฝึกฝนดีแล้วระดับหนึ่ง
จิตจะเคลื่อนจากการรับรู้ในระดับกามสัญญา
ไปสู่รูปสัญญา ตัวนี้แหละ
ในระดับรูปสัญญาที่จะสัมพันธ์กับการรับรู้ในระดับควอนตัม
ถ้าเราได้ยินได้ฟังเป็นผู้ศึกษามาบ้าง
เราก็จะรู้ว่าการรับรู้ในระดับฌานจิตนั้นน่ะ
เราอย่าลืมว่าฌานจิตเนี่ย รูปสัญญาหมายถึงว่าตัวเอกัคคตา เจตสิกตัวนึง
วิตกวิจารณ์ปีติสุขเอกัคคตา
จะทำกิจ ทําหน้าที่ ตรึงจิต ผูกจิต ให้อยู่กับกาย
กายที่เป็นองค์ประกอบจากดินน้ำไฟลมนะ
เมื่อความเป็นหนึ่งตั้งอยู่ เป็นหนึ่งเดียวกับฐานกายแล้ว
ซึ่งมีอยู่ 6 ระดับด้วยกันนะ 6 ระดับก็คือ
ขณิกะสมาธิ อุปจาระสมาธิ สองแล้วนะ
กับอัปปนาสมาธิก็คือ รูปฌานทั้ง 4
ก็จะมี 6 ระดับด้วยกันสภาวะความเป็นหนึ่ง
ความเป็นหนึ่งมีอยู่ 6 ระดับด้วยกันที่จะผูกจิต ตรึงจิตไว้กับจุดต่าง ๆ บนเรือนกาย
ตั้งแต่ปลายสุดของกระดูกก้นกบหรือว่าปลายสุดของกระดูกไขสันหลัง
ใครที่อยากจะทราบรายละเอียดนี่ก็ให้ไปดูในคลิปอื่นที่ผ่านมาที่พระอาจารย์พูดถึง
เรื่องพลังแห่งความเป็นหนึ่งของตัวเอกัคคตา
เมื่อความเป็นหนึ่งได้ผูกจิต จิตจะจดจ่อเป็นหนึ่งเดียวกับรูป กับฐานแต่ละฐาน
นั่นหมายถึงความเป็นหนึ่งก็จะโฟกัสเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับจุดศูนย์กลางของอะตอมนะ
ฌานที่หนึ่ง ฌานที่สอง ฌานที่สาม เมื่อจิตเข้าไปสู่ขอบของอะตอม
เราก็จะเห็นคลื่น เข้าไปสัมผัสกับคลื่น คลื่นของอะไร
บางคลื่น
จะส่งผลให้มีความรู้สึกว่าเป็นปิติ
บางคลื่นสูงขึ้นมาอีกก็จะเป็นสุขอย่างนี้
เมื่อใดที่จิตเคลื่อนเข้าไปสู่จุดศูนย์กลางของนิวเคลียส นิวเคลียสนี่เราไม่ลืมเลือนนะจะอยู่ตรงกลางระหว่างบวกกับลบ
ความรับรู้ตอนนั้นจะเป็นอุเบกขานะ จะเป็นอุเบกขา
อันนี้แหละที่ว่าการรับรู้ในระดับควอนตัมละ
นี่ยังเกี่ยวเนื่องกับลมหายใจอยู่ ยังสืบเนื่องด้วยดินน้ำไฟลมอยู่ซึ่งเป็นธาตุ
ซึ่งธาตูในองค์ความรู้ทางพุทธศาสนาจะมี 6 ธาตุด้วยกัน
มี ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศธาตุ วิญญาณธาตุ
เมื่อจิตเคลื่อนเข้าไปสู่ระดับรูปฌานที่ 4 ก็คือฌานที่ 4
ธาตุลมนี้ดับแล้วนะ ธาตุลมหมายถึงว่าลมหายใจเข้าหายใจออกทางช่องจมูกนะ
จิตที่จะรับรู้ลม จิตจะเหนือลมละ
แล้วไปไหนล่ะ จิตก็จะเคลื่อนเข้าสู่ธาตุที่ 5 คืออากาศธาตุ
เข้าไปสู่ขอบเขตของอากาศธาตุ
จากธาตุที่ 5 จิตก็เคลื่อนไปอีกคือธาตุที่ 6 ก็คือวิญญาณธาตุ
เราไม่ลืมเลือนนะองค์ความรู้
ที่เราได้เคยได้ยินได้ฟังมาวิญญาณนั้นเป็นสภาวะที่
ตั้งอยู่อิงอาศัยอยู่ในระดับนิวเคลียสของอะตอม
วิญญาณธาตุนะ วิญญาณธาตุ
* ปิยทัสสี ภิกขุ *
01:02:39
สัญญาในระดับกามภูมิ
"กามสัญญา" คือจิตจะท่องเที่ยวไปในโลกของความทรงจํานะ
อย่างที่เรานั่งอยู่
มีความครุ่นคิดนู่นนั่นนี่ แท้ที่จริงจิตนี้ท่องเที่ยวไปในโลกของความจำ
ไปในโลกของเวลา
ซึ่งพื้นที่ของความจํานั้นก็อยู่ในขอบเขตของ
ความจําในอารมณ์ที่ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้ง 5
เรียกว่า"กาม" รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
เขาเป็นกามคุณนะ
แล้วสัญญาความทรงจํานี้เข้าไปจําอารมณ์ที่ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งห้า
เรียกว่ากามะ-สัญญา
ให้เราสังเกตนะต่อให้ฟุ้งระดับไหน
สงบระดับใด สุขระดับไหน ทุกข์ปานใดนะ
การรับรู้นี้จะอยู่ในขอบเขตในอารมณ์ที่ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งห้าเท่านั้น
เมื่อใดที่จิตได้ถูกฝึกฝนดีแล้วระดับหนึ่ง
จิตจะเคลื่อนจากการรับรู้ในระดับกามสัญญา
ไปสู่รูปสัญญา ตัวนี้แหละ
ในระดับรูปสัญญาที่จะสัมพันธ์กับการรับรู้ในระดับควอนตัม
ถ้าเราได้ยินได้ฟังเป็นผู้ศึกษามาบ้าง
เราก็จะรู้ว่าการรับรู้ในระดับฌานจิตนั้นน่ะ
เราอย่าลืมว่าฌานจิตเนี่ย รูปสัญญาหมายถึงว่าตัวเอกัคคตา เจตสิกตัวนึง
วิตกวิจารณ์ปีติสุขเอกัคคตา
จะทำกิจ ทําหน้าที่ ตรึงจิต ผูกจิต ให้อยู่กับกาย
กายที่เป็นองค์ประกอบจากดินน้ำไฟลมนะ
เมื่อความเป็นหนึ่งตั้งอยู่ เป็นหนึ่งเดียวกับฐานกายแล้ว
ซึ่งมีอยู่ 6 ระดับด้วยกันนะ 6 ระดับก็คือ
ขณิกะสมาธิ อุปจาระสมาธิ สองแล้วนะ
กับอัปปนาสมาธิก็คือ รูปฌานทั้ง 4
ก็จะมี 6 ระดับด้วยกันสภาวะความเป็นหนึ่ง
ความเป็นหนึ่งมีอยู่ 6 ระดับด้วยกันที่จะผูกจิต ตรึงจิตไว้กับจุดต่าง ๆ บนเรือนกาย
ตั้งแต่ปลายสุดของกระดูกก้นกบหรือว่าปลายสุดของกระดูกไขสันหลัง
ใครที่อยากจะทราบรายละเอียดนี่ก็ให้ไปดูในคลิปอื่นที่ผ่านมาที่พระอาจารย์พูดถึง
เรื่องพลังแห่งความเป็นหนึ่งของตัวเอกัคคตา
เมื่อความเป็นหนึ่งได้ผูกจิต จิตจะจดจ่อเป็นหนึ่งเดียวกับรูป กับฐานแต่ละฐาน
นั่นหมายถึงความเป็นหนึ่งก็จะโฟกัสเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับจุดศูนย์กลางของอะตอมนะ
ฌานที่หนึ่ง ฌานที่สอง ฌานที่สาม เมื่อจิตเข้าไปสู่ขอบของอะตอม
เราก็จะเห็นคลื่น เข้าไปสัมผัสกับคลื่น คลื่นของอะไร
บางคลื่น
จะส่งผลให้มีความรู้สึกว่าเป็นปิติ
บางคลื่นสูงขึ้นมาอีกก็จะเป็นสุขอย่างนี้
เมื่อใดที่จิตเคลื่อนเข้าไปสู่จุดศูนย์กลางของนิวเคลียส นิวเคลียสนี่เราไม่ลืมเลือนนะจะอยู่ตรงกลางระหว่างบวกกับลบ
ความรับรู้ตอนนั้นจะเป็นอุเบกขานะ จะเป็นอุเบกขา
อันนี้แหละที่ว่าการรับรู้ในระดับควอนตัมละ
นี่ยังเกี่ยวเนื่องกับลมหายใจอยู่ ยังสืบเนื่องด้วยดินน้ำไฟลมอยู่ซึ่งเป็นธาตุ
ซึ่งธาตูในองค์ความรู้ทางพุทธศาสนาจะมี 6 ธาตุด้วยกัน
มี ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศธาตุ วิญญาณธาตุ
เมื่อจิตเคลื่อนเข้าไปสู่ระดับรูปฌานที่ 4 ก็คือฌานที่ 4
ธาตุลมนี้ดับแล้วนะ ธาตุลมหมายถึงว่าลมหายใจเข้าหายใจออกทางช่องจมูกนะ
จิตที่จะรับรู้ลม จิตจะเหนือลมละ
แล้วไปไหนล่ะ จิตก็จะเคลื่อนเข้าสู่ธาตุที่ 5 คืออากาศธาตุ
เข้าไปสู่ขอบเขตของอากาศธาตุ
จากธาตุที่ 5 จิตก็เคลื่อนไปอีกคือธาตุที่ 6 ก็คือวิญญาณธาตุ
เราไม่ลืมเลือนนะองค์ความรู้
ที่เราได้เคยได้ยินได้ฟังมาวิญญาณนั้นเป็นสภาวะที่
ตั้งอยู่อิงอาศัยอยู่ในระดับนิวเคลียสของอะตอม
วิญญาณธาตุนะ วิญญาณธาตุ
* ปิยทัสสี ภิกขุ *