ชีพจรเศรษฐกิจ

ขีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕


Listen Later

๑. โควิดทำพิษต่อเนื่อง ไต้หวันอัดงบกว่า 3.5 หมื่นล้านเยียวยา 3 เป้าหมาย

           การระบาดของโควิด-19 ในไต้หวันยังคงระอุ ในแต่ละวันมีผู้ติดเชื้อหลายหมื่นคน จนเกือบแตะระดับแสนคน แม้จะเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรงกว่า 99.7% ่และรัฐบาลไม่มีมาตรการคุมเข้มในการป้องกันมากขึ้น มีแต่จะผ่อนคลายลงทั้งทางด้านลดเวลาการกักตัว ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตรวจเชื้อที่ต้องยืนยันด้วยการตรวจ PCR มาเป็นการตรวจ ATK เมื่อผ่านการวินิจฉัยของหมอก็ให้ถือเป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน เพื่อลดภาระแพทย์และพยาบาล เปลี่ยนจุดตรวจ PCR เป็นจุดจ่ายยาแทน อย่างไรก็ดี ผู้คนก็วิตกกังวลไม่กล้าออกจากบ้านใช้ใช้ชีวิตที่เป็นปกติ ทำให้กิจการต่าง ๆ ทั้งร้านอาหาร ภัตตาคาร การท่องเที่ยวต่าง ๆ ประสบปัญหาจนเกือบล้มละลายไปตาม ๆ กัน เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งเยียวยากิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสภาบริหารหรือ ครม. ไต้หวันได้อนุมัติงบประมาณเยียวยารวม 3.456 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่าผู้ประกอบการและแรงงานจะได้รับอานิสงส์รวมกว่า 9 แสนราย 

          แผนงบประมาณเยียวยาดังกล่าวมี 3 เป้าหมาย ได้แก่ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ/แรงงาน ลดภาระ และเสริมความแข็งแกร่งของทุนหมุนเวียน รวมประชากรที่จะได้รับอานิสงส์กว่า 9 แสนราย ในขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเครื่องดื่มมีความเห็นว่า รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือโดยแบ่งตามระดับขนาดของกิจการ หากช่วยแบบเท่าเทียมก็จะไม่มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายใหญ่มากนัก 

        งบเยียวยาเหล่านี้ประกอบไปด้วย ร้านอาหารเครื่องดื่ม 3.625 พันล้าน กิจการจัดนิทรรศการ 282 ล้าน ภาคธุรกิจที่ให้บริการที่สนามบิน 2.67 พันล้าน ด้านการบิน 2.364 พันล้าน ผู้ประกอบการที่สนามบินนานาชาติและมินิลิงก์ 1.052 พันล้าน การท่องเที่ยว 5.5 พันล้าน ผู้ประกอบการขนส่งทางด่วนและทางหลวง 500 ล้าน กิจการด้านศิลปวัฒนธรรม 500 ล้าน งบช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน 1.678 หมื่นล้าน งบประมาณด้านการลดภาระประชาชน ลดค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ 820 ล้าน ยกเว้นภาษีสรรพสามิตสินค้าถั่วเหลือง บาร์เลย์ และข้าวโพด ใช้งบ 9.33 พันล้าน ระงับการขึ้นราคาก๊าซถังต่อไปจนถึงเดือนกันยายน ปีนี้ ใช้งบ 3.12 พันล้าน สินค้าช่วยเหลือสภาพคล่องจนถึงสิ้นปีนี้ เครดิตสินเชื่อส่วนตัวและชะลอการชำระ ใช้งบ 1.29 พันล้าน รวมงบประมาณที่จะใช้ในคราวนี้ 3.456 หมื่นล้าน 

         สำหรับในส่วนของภาคการท่องเที่ยวที่ต้องใช้งบถึง 5.5 พันล้าน จะเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ย. ศกนี้เป็นต้นไป โดยจะให้เงินอุดหนุนค่าห้องพักสูงสุดคืนละ 1300 เหรียญไต้หวัน หากเป็นกรุ๊ปทัวร์ก็จะได้เงินอุดหนุนกรุ๊ปทัวร์ละไม่เกิน 3 หมื่น อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าผู้ประกอบการโรงแรมต่าง ๆ ยังไม่รับลูก เพราะตอนนี้ขาดสภาพคล่องจนเกือบล้มละลายแล้ว จึงเรียกร้องให้รัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือสินเชื่อสภาพคล่องจะตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการมากกว่า 

         มาตรการเยียวยาต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นการเยียวยาเพื่อประคัดประคองผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานมิให้อยู่ในสภาพสะบักสบอมจากพิษโควิด-19 ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี  

๒. โควิด-19 ทำพิษ คาดปีนี้ GDP เหลือ 3.91% 

         สำนักบัญชีกลาง สภาบริหาร ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ประกาศตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ไต้หวันประจำปีนี้ 2565 ว่าจะน้อยกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ในตอนแรกเหลือร้อยละ 3.91 ลดลง 0.51% จากที่คาดไว้เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ที่ 4.42% โดยคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรไต้หวันจะอยู่ที่ 33,649 ดอลลาร์/ปี ส่วนภาวะเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นร้อยละ 2.67 มากกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก 0.74% 

          ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว คาดในเบื้องต้นว่าจะโตประมาณ 5.32% มากกว่าที่ประมาณการณ์ไว้เมื่อเดือน ก.พ. ปีนี้ ร้อยละ 0.46 ส่วน GDP ตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 6.57% ปรับเพิ่มขึ้น 0.12% รายได้เฉลี่ยต่อหัว 33,011 ดอลลาร์

๓. โควิดชิดซ้าย ไต้หวันเตรียมลดวันกักตัวนักธุรกิจต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวัน 

          เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมกิจกรรมด้านเศรษฐกิจในไต้หวัน ศูนย์บัญชการควบคุมโรคระบาดได้ปรึกษาหารือกับกระทรวงเศรษฐการไต้หวันและได้ข้อสรุปด้วยกันว่า จะมีการประกาศผ่อนปรนมาตรการควบคุมชายแดนสำหรับนักธุรกิจต่างชาติในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งกระทรวงเศรษฐการไต้หวันระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการวิตกกังวลมากก็คือจำนวนวันกักตัวที่นานเกินไปไม่เป็นผลดีต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้กำลังวางแผนลดจำนวนวันกักตัวให้น้อยลง แต่จะลดเหลือกี่วันตอนนนี้ศูนย์บัญชาการฯ กับกระทรงเศรษฐการกำลังปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด 

          ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกเริ่มทะยอยเปิดพรมแดนมากขึ้น ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดไต้หวันมีแผนการที่จะปรับนโยบายควบคุมชายแดนในช่วงราวต้นเดือน มิ.ย. ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งต้องมีการปรึกษาหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นายเฉินสือจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดไต้หวันระบุว่า การผ่อนปรนมาตรการควบคุมชายแดน จะต้องคำนึงถึงความสามารถของระบบการรักษาพยาบาลของไต้หวันด้วย แต่เพื่อเสริมความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจ ส่วนนี้ได้ปรึกษากับกระทรวงเศรษฐการแล้ว น่าจะสามารถประกาศมาตรการใหม่ได้ในเร็ว ๆ นี้ 

          สำหรับแผนผ่อนปรนควบคุมชายแดน อาจเป็นไปใน 2 ลักษณะอาทิ “บับเบิลเศรษฐกิจ”  ไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่ก่อนออกเดินทางต้องสังเกตอาการด้วยตนเอง 7 วัน แสดงหลักฐานการตรวจผลเป็นลบไม่เกิน 3 วันก่อนเดินทาง เมื่อเดินทางเข้าไต้หวันต้องตรวจ PCR อีกครั้ง ใช้รถป้องกันโรครับส่งสนามบินเท่านั้น และตลอดเวลาที่อยู่ในไต้หวันต้องมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เชิญและหน่วยงานที่รับผิดชอบติดตามตลอดเวลา 

          ส่วนอีกแผนหนึ่งก็คือ ผู้ได้รับเชิญนำหนังสือเชิญขอวีซ่ามาไต้หวัน แต่ยังต้องกักตัว 7 วัน และสังเกตอาการด้วยตนเองต่ออีก 7 วัน เหมือนเดิม

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

ชีพจรเศรษฐกิจBy ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti