
Sign up to save your podcasts
Or


1. ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ไต้หวันขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการบริหารธนาคารกลางไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้มีมติเห็นชอบขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 มี.ค. โดยปรับขึ้น 0.25% ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ไต้หวันมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว เมื่อปี 2011
ก่อนหน้านี้นายหยางจินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วว่า นโยบายการเงินในปีนี้จะมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากต้องคำนึงถึงภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางต้องพิจารณาใน 3 ปัจจัย ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อ การฟื้นตัวของภาคการผลิตในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด และที่สำคัญก็คือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ดังนั้น การประกาศขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางไต้หวันในครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่าเงื่อนไขทั้ง 3 พร้อมมูลแล้ว
นายหยางจินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ไต้หวัน
ธนาคารกลางไต้หวันเปิดเผยว่า ในที่ประชุมกรรมการบริหารทุกท่านมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว ซึ่งพิจารณาจากสถานการณ์การเงินและเศรษฐกิจโดยรวม มีตัวแปรจากเศรษฐกิจระหว่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจภายในไต้หวัน รวมทั้งได้คำนึงถึงสถานการณ์สงครามรุกรานยูเครนโดยรัสเซียอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก มีแรงกดดันภาวะเงินเฟ้อจากปัจจัยนอกประเทศ ดัชนีราคาสินค้าก็เพิ่มขึ้นเกินกว่า 2% ต่อเนื่องในไตรมาส 3 ของปีนี้ ราคาสินค้าในประเทศก็ปรับตัวสูงขึ้นมาก
ธนาคารกลางไต้หวันระบุว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้จะส่งผลให้ดอกเบี้ยประเภทต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ดอกเบี้ยระหว่างธนาคารปรับขึ้นจากเดิม 1.125% เป็น 1.375% ดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีสินทรัพย์ค้ำประกันปรับขึ้นจาก 1.5% เป็น 1.75% และดอกเบี้ยระยะสั้นก็ปรับขึ้นจาก 3.5% เป็น 3.625%
สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยตรงจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางไต้หวันในครั้งนี้ ค่าเช่าบ้านจะมีการปรับเพิ่มตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับขึ้น โดยธนาคารสหกรณ์หรือ “เหอคู่” ที่เป็นธนาคารของรัฐได้คำนวนดูแล้วคาดว่าลูกค้าของธนาคารจะรู้สึกว่าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในราวกลางเดือน เม.ย. ซึ่งหากปรับขึ้นเต็มอัตราที่เพิ่มขึ้น 0.25% ก็จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านปรับเพิ่มจาก 1.31% เป็น 1.56% ทำให้เงินกู้ซื้อบ้านระยะกู้ 30 ปี จ่ายเงินกู้+ดอกเบี้ย ก็จะทำให้เงินกู้วงเงิน 10 ล้าน จะต้องจ่ายเพิ่มดอกเบี้ยอีก 14000 เหรียญไต้หวัน/ปี ส่วนวงเงินกู้ 1 ล้าน ระยะเงินกู้ 30 ปี จะต้องจ่ายเงินกู้ทั้งต้นและดอกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเดือนละ 119 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นปีละ 1428 เหรียญไต้หวัน
2. ไต้หวันขึ้นดอกเบี้ยกระตุ้นเงินไต้หวันแข็งค่า คาดดึงเงินร้อนกลับสู่ตลาดทุน
หลังจากที่ FED ของสหรัฐฯ ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ธนาคารกลางไต้หวันก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยระหว่างธนาคารในระดับเดียวกันในวันเดียวกัน ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญไต้หวันในตลาดพุ่งแข็งขึ้น และมีผู้เห็นว่า จะส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดไต้หวันอีกครั้ง
ก่อนหน้าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางไต้หวัน ค่าเงินเหรียญไต้หวันอยู่ในสภาพอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจากเดิมประมาณ 27.4-27.5 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ อ่อนตัวลงเหลือประมาณ 28.5 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และมีแนวโน้มที่จะมุ่งสู่ 29 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ แต่เมื่อธนาคารกลางไต้หวันปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ก็ได้กระตุ้นให้ค่าเงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดปรับตัวไปอยู่ในระดับ 28.4 ดอลลาร์ไต้หวัน/ดอลลาร์ทันที และแข็งค่าต่อเนื่องจนสูงสุดที่ 28.258 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ เมื่อปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็ยังคงอยู่ในแนวสูงกว่า 28.5 ปิดตลาดที่ 28.360 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ในตลาดเห็นว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางในคราวนี้ ได้ตัดทอนผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED สหรัฐฯ ที่อาจะส่งผลให้ทุนต่างชาติทะลักหนีออกจากตลาดไต้หวันไปได้ไม่น้อยทีเดียว และคาดว่า หุ้นไต้หวันก็จะมีเงินร้อนไหลกลับเข้ามาอีก นายไช่ป๋อเจี๋ย นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นไต้หวันวเคราะห์ว่า “ในช่วงวันสองวันหลังการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ค่าเงินไต้หวันเริ่มแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่วันแรก ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตัวแปรสงครามที่เกิดขึ้น ทำให้ทุนนอกเบิกเงินจากตลาดหุ้นไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทุนนอกขายมากกว่าซื้อไปแล้วถึง 5 แสนล้านขึ้นไปแล้ว ภาพรวมทุนต่างชาติ หากธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย บวกกับสถานการณ์ระหว่างประเทศไม่มีตัวแปรที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้นอีก คาดว่ามีโอกาสที่จะดึงเงินทุนต่างชาติที่เป็นเงินร้อนไหลกลับสู่ตลาดหุ้นไต้หวันอีกครั้ง”
3. ไต้หวันเร่งบ่มเพาะเกษตรกรยุคใหม่ รับโลกาภิวัฒน์
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน หรือกระทรวงเกษตร ไต้หวัน ได้จัดพิธีมอบรางวัลให้แก่เกษตรกรดีเด่นด้านเทคโนเกษตรประจำปี 2021 ครั้งที่ 8 ภายใต้สโลแกน “เทคโนหนุนเกษตร อดทนพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยตั้งเป้าหมายให้พัฒนาการเกษตรไปสู่เกษตรเทคโนโลยีและวิสาหกิจ อัพเกรดเกษตรกรสู่เกษตรสมัยใหม่ และเข้าสู่ยุคแห่งความท้าทาย สามารถอาศัยยุทธวิธีปรับตัวให้เข้าสู่สภาวะการณ์ที่แปรเปลี่ยนไป ก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซี่งเป็นทิศทางของนโยบายสำคัญของคณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน โดยนายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรเป็นผู้มอบรางวัล ให้แก่วิสาหกิจเกษตรกรรมที่ถูกคัดสรรให้เป็นบริษัทภาคเกษตรยุคใหม่ รวมเอาเทคโนโลยี และการตลาดสมัยใหม่เข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้ประกาศนโยบายดึงบุคลากรการเกษตรของไต้หวันไปลงทุนด้านการเกษตรในจีน โดยขยายจากเดิม 24 ประเภทภาคเกษตรเป็น 122 ประเภทภาคการเกษตร ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นภาคเกษตรที่ไต้หวันมีศักยภาพในการพัฒนาค่อนข้างสูง และเป็นประเภทกิจการที่ชาวไต้หวันพร้อมที่จะประกอบการด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของภาคการเกษตรก็พุ่งไปที่เกษตรพืชผัก ผลไม้ เห็ด และการเพาะปลูกพืชสวนด้วย นอกจากนี้ ยังรวมถึงกิจการเบเกอรี่ ช็อกโกแลต ท็อฟฟี่ และผลไม้ดองประเภทต่าง ๆ การผลิตเครื่องดื่มชา การบริการสัตว์เลี้ยงแสนรัก เป็นต้น ซึ่งนายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรไต้หวันก็ได้แสดงความคิดเห็ฯเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “จีนได้เสนอแนวนโยบายให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบไต้หวันมาหลายระลอกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายให้สิทธิประโยชน์ในกิจการภาคการเกษตร ผู้ประกอบการไต้หวันก็เคยมีประสบการณ์อันเจ็บปวดมาแล้ว ก่อนหน้านี้ก็บอกว่าจะซื้อปลาเก๋าจากไต้หวัน สุดท้ายก็มีปัญหาการจัดจำหน่าย จีนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ ทำตามอำเภอใจ ห้ามนำเข้าสัปปะรด น้อยหน่า น้อยโหน่งและชมพู่จากไต้หวัน ก่อนไปลงทุนในจีน ทั้งเกษตร ประมงและปศุสัตว์ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ภาคเกษตรของไต้หวันเข้มแข็งมากทั้งเทคนิคและการผลิตต่าง ๆ เราควรยืนอยู่บนการพัฒนาการเกษตรของไต้หัวันแล้วมองไปยังตลาดโลก ไม่ใช่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงตลาดเดียว”
พิธีมอบรางวัลเกษตรกรดีเด่นด้านเทคโนเกษตรประจำปี 2021 ครั้งที่ 8
By ฟาร์มมี่ ปรียาภรณ์, Rti1. ครั้งแรกในรอบ 10 ปี ไต้หวันขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการบริหารธนาคารกลางไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้มีมติเห็นชอบขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 มี.ค. โดยปรับขึ้น 0.25% ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ไต้หวันมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว เมื่อปี 2011
ก่อนหน้านี้นายหยางจินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วว่า นโยบายการเงินในปีนี้จะมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากต้องคำนึงถึงภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งธนาคารกลางต้องพิจารณาใน 3 ปัจจัย ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อ การฟื้นตัวของภาคการผลิตในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด และที่สำคัญก็คือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ดังนั้น การประกาศขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางไต้หวันในครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่าเงื่อนไขทั้ง 3 พร้อมมูลแล้ว
นายหยางจินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ไต้หวัน
ธนาคารกลางไต้หวันเปิดเผยว่า ในที่ประชุมกรรมการบริหารทุกท่านมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าว ซึ่งพิจารณาจากสถานการณ์การเงินและเศรษฐกิจโดยรวม มีตัวแปรจากเศรษฐกิจระหว่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจภายในไต้หวัน รวมทั้งได้คำนึงถึงสถานการณ์สงครามรุกรานยูเครนโดยรัสเซียอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก มีแรงกดดันภาวะเงินเฟ้อจากปัจจัยนอกประเทศ ดัชนีราคาสินค้าก็เพิ่มขึ้นเกินกว่า 2% ต่อเนื่องในไตรมาส 3 ของปีนี้ ราคาสินค้าในประเทศก็ปรับตัวสูงขึ้นมาก
ธนาคารกลางไต้หวันระบุว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้จะส่งผลให้ดอกเบี้ยประเภทต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ดอกเบี้ยระหว่างธนาคารปรับขึ้นจากเดิม 1.125% เป็น 1.375% ดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีสินทรัพย์ค้ำประกันปรับขึ้นจาก 1.5% เป็น 1.75% และดอกเบี้ยระยะสั้นก็ปรับขึ้นจาก 3.5% เป็น 3.625%
สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยตรงจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางไต้หวันในครั้งนี้ ค่าเช่าบ้านจะมีการปรับเพิ่มตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับขึ้น โดยธนาคารสหกรณ์หรือ “เหอคู่” ที่เป็นธนาคารของรัฐได้คำนวนดูแล้วคาดว่าลูกค้าของธนาคารจะรู้สึกว่าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในราวกลางเดือน เม.ย. ซึ่งหากปรับขึ้นเต็มอัตราที่เพิ่มขึ้น 0.25% ก็จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านปรับเพิ่มจาก 1.31% เป็น 1.56% ทำให้เงินกู้ซื้อบ้านระยะกู้ 30 ปี จ่ายเงินกู้+ดอกเบี้ย ก็จะทำให้เงินกู้วงเงิน 10 ล้าน จะต้องจ่ายเพิ่มดอกเบี้ยอีก 14000 เหรียญไต้หวัน/ปี ส่วนวงเงินกู้ 1 ล้าน ระยะเงินกู้ 30 ปี จะต้องจ่ายเงินกู้ทั้งต้นและดอกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเดือนละ 119 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นปีละ 1428 เหรียญไต้หวัน
2. ไต้หวันขึ้นดอกเบี้ยกระตุ้นเงินไต้หวันแข็งค่า คาดดึงเงินร้อนกลับสู่ตลาดทุน
หลังจากที่ FED ของสหรัฐฯ ประกาศขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ธนาคารกลางไต้หวันก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยระหว่างธนาคารในระดับเดียวกันในวันเดียวกัน ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญไต้หวันในตลาดพุ่งแข็งขึ้น และมีผู้เห็นว่า จะส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดไต้หวันอีกครั้ง
ก่อนหน้าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางไต้หวัน ค่าเงินเหรียญไต้หวันอยู่ในสภาพอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องจากเดิมประมาณ 27.4-27.5 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ อ่อนตัวลงเหลือประมาณ 28.5 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และมีแนวโน้มที่จะมุ่งสู่ 29 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ แต่เมื่อธนาคารกลางไต้หวันปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ก็ได้กระตุ้นให้ค่าเงินเหรียญไต้หวันแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดปรับตัวไปอยู่ในระดับ 28.4 ดอลลาร์ไต้หวัน/ดอลลาร์ทันที และแข็งค่าต่อเนื่องจนสูงสุดที่ 28.258 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ เมื่อปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็ยังคงอยู่ในแนวสูงกว่า 28.5 ปิดตลาดที่ 28.360 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ในตลาดเห็นว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางในคราวนี้ ได้ตัดทอนผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED สหรัฐฯ ที่อาจะส่งผลให้ทุนต่างชาติทะลักหนีออกจากตลาดไต้หวันไปได้ไม่น้อยทีเดียว และคาดว่า หุ้นไต้หวันก็จะมีเงินร้อนไหลกลับเข้ามาอีก นายไช่ป๋อเจี๋ย นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นไต้หวันวเคราะห์ว่า “ในช่วงวันสองวันหลังการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ค่าเงินไต้หวันเริ่มแข็งค่าขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่วันแรก ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตัวแปรสงครามที่เกิดขึ้น ทำให้ทุนนอกเบิกเงินจากตลาดหุ้นไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทุนนอกขายมากกว่าซื้อไปแล้วถึง 5 แสนล้านขึ้นไปแล้ว ภาพรวมทุนต่างชาติ หากธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย บวกกับสถานการณ์ระหว่างประเทศไม่มีตัวแปรที่ไม่แน่นอนเกิดขึ้นอีก คาดว่ามีโอกาสที่จะดึงเงินทุนต่างชาติที่เป็นเงินร้อนไหลกลับสู่ตลาดหุ้นไต้หวันอีกครั้ง”
3. ไต้หวันเร่งบ่มเพาะเกษตรกรยุคใหม่ รับโลกาภิวัฒน์
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน หรือกระทรวงเกษตร ไต้หวัน ได้จัดพิธีมอบรางวัลให้แก่เกษตรกรดีเด่นด้านเทคโนเกษตรประจำปี 2021 ครั้งที่ 8 ภายใต้สโลแกน “เทคโนหนุนเกษตร อดทนพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยตั้งเป้าหมายให้พัฒนาการเกษตรไปสู่เกษตรเทคโนโลยีและวิสาหกิจ อัพเกรดเกษตรกรสู่เกษตรสมัยใหม่ และเข้าสู่ยุคแห่งความท้าทาย สามารถอาศัยยุทธวิธีปรับตัวให้เข้าสู่สภาวะการณ์ที่แปรเปลี่ยนไป ก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซี่งเป็นทิศทางของนโยบายสำคัญของคณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน โดยนายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรเป็นผู้มอบรางวัล ให้แก่วิสาหกิจเกษตรกรรมที่ถูกคัดสรรให้เป็นบริษัทภาคเกษตรยุคใหม่ รวมเอาเทคโนโลยี และการตลาดสมัยใหม่เข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้ประกาศนโยบายดึงบุคลากรการเกษตรของไต้หวันไปลงทุนด้านการเกษตรในจีน โดยขยายจากเดิม 24 ประเภทภาคเกษตรเป็น 122 ประเภทภาคการเกษตร ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นภาคเกษตรที่ไต้หวันมีศักยภาพในการพัฒนาค่อนข้างสูง และเป็นประเภทกิจการที่ชาวไต้หวันพร้อมที่จะประกอบการด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของภาคการเกษตรก็พุ่งไปที่เกษตรพืชผัก ผลไม้ เห็ด และการเพาะปลูกพืชสวนด้วย นอกจากนี้ ยังรวมถึงกิจการเบเกอรี่ ช็อกโกแลต ท็อฟฟี่ และผลไม้ดองประเภทต่าง ๆ การผลิตเครื่องดื่มชา การบริการสัตว์เลี้ยงแสนรัก เป็นต้น ซึ่งนายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรไต้หวันก็ได้แสดงความคิดเห็ฯเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “จีนได้เสนอแนวนโยบายให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบไต้หวันมาหลายระลอกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายให้สิทธิประโยชน์ในกิจการภาคการเกษตร ผู้ประกอบการไต้หวันก็เคยมีประสบการณ์อันเจ็บปวดมาแล้ว ก่อนหน้านี้ก็บอกว่าจะซื้อปลาเก๋าจากไต้หวัน สุดท้ายก็มีปัญหาการจัดจำหน่าย จีนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ ทำตามอำเภอใจ ห้ามนำเข้าสัปปะรด น้อยหน่า น้อยโหน่งและชมพู่จากไต้หวัน ก่อนไปลงทุนในจีน ทั้งเกษตร ประมงและปศุสัตว์ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ภาคเกษตรของไต้หวันเข้มแข็งมากทั้งเทคนิคและการผลิตต่าง ๆ เราควรยืนอยู่บนการพัฒนาการเกษตรของไต้หัวันแล้วมองไปยังตลาดโลก ไม่ใช่พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงตลาดเดียว”
พิธีมอบรางวัลเกษตรกรดีเด่นด้านเทคโนเกษตรประจำปี 2021 ครั้งที่ 8