กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗


Listen Later

อดีตผู้นำไต้หวันเตรียมเยือนจีนช่วงเช็งเม้ง คาดพบรอบสองกับผู้นำจีนที่ปักกิ่ง

          อดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว อดีตผู้นำไต้หวัน ซึ่งเคยพบครั้งประวัติศาสตร์กับผู้นำจีน นายสีจิ้นผิง เมื่อ 9 ปีก่อน ที่ประเทศสิงคโปร์ ในคราวนี้ก็มีแผนนำคณะตัวแทนเยาวชนและนักศึกษาไต้หวันเยือนจีนในช่วงระหว่างวันที่ 1 - 11 เม.ย. ศกนี้ ตระเวนเยือนมณฑลกวางตุ้ง ส่านซี และปักกิ่ง เป็นที่คาดกันว่า อดีตประธานาธิบดีหม่าฯ มีกำหนดการพบกับนายสีฯ อีกเป็นครั้งที่ 2 แต่คนละฐานะ คราวที่แล้วเป็นการพบในฐานะผู้นำไต้หวันที่ยังอยู่ในตำแหน่ง แต่ในคราวนี้พบกันในฐานะอดีตผู้นำไต้หวัน และคราวที่แล้วพบกันในประเทศที่ 3 ส่วนครั้งนี้เป็นการพบกันบนดินแดนของจีน ทำให้มีการวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานาว่า ผลการเยือนในคราวนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันมากน้อยเพียงใด

ภาพประวัติศาสตร์เมื่อ 9 ปีก่อน สองผู้นำช่องแคบไต้หวันพบกันที่สิงคโปร์  

          นายเซียวสวี่เฉิน ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิหม่าอิงจิ่ว  เปิดเผยว่า อดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วมีกำหนดการเยือนจีนตามคำเชิญของฝ่ายจีนระหว่างวันที่ 1-11 เม.ย. โดยนำคณะเยาวชนและนักศึกษาไต้หวันเยือนกวางตุ้ง ส่านซี และปักกิ่ง โดยเป็นการเยือนแหล่งประวัติศาสตร์และบริษัทเอกชนในจีน รวมทั้งเข้าร่วมพิธีพิธีเคารพหลุมฝังศพหวงตี้ กษัตริย์จีนในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ยังจะร่วมเยือนมหาวิทยาลัยจงซาน และมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษาจีน 

นายเซียวสวี่เฉิน ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิหม่าอิงจิ่ว

         โดยในส่วนของฝ่ายรัฐบาลของไต้หวัน อย่างคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ของไต้หวันได้ระบุว่า กิจกรรมในคราวนี้ ทุกฝ่ายในไต้หวันต่างทราบล่วงหน้ามานานแล้ว ส่วนการประกาศกำหนดการในตอนนี้ รัฐบาลก็เคารพในการตัดสินใจของเจ้าตัว ท่ามกลางแรงกดดันที่จีนมีต่อไต้หวันในทุก ๆ ด้าน การเยือนจีนของอดีตผู้นำของไต้หวัน ก็ควรคำนึงถึงความรู้สึกของสังคมไต้หวันโดยรวม และแสดงจุดยืนยืนหยัดในประชาธิปไตย ปกป้องอธิปไตยแห่งชาติอย่างแน่วแน่ด้วย 

         ทั้งนี้ MAC ไต้หวัน ระบุว่า การปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพของรัฐบาลเป็นจุดยืนที่เป็นมาอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล กิจกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันทุกอย่างก็จะต้องเคารพซึ่งกันและกันและเสมอภาค เป็นไปตามกฎระเบียบ ส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ควรมีการกำหนดเงื่อนไขหรือผลลัพธ์ทางการเมืองใด ๆ ไว้ล่วงหน้า 

         นอกจากนี้ MAC ไต้หวัน ยังได้ย้ำจุดของรัฐบาลว่า รัฐบาลสนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์ในด้านบวกในทุกมิติระหว่างช่องแคบไต้หวันและได้เตือนบรรดาเพื่อนเยาวชนให้ระมัดระวังความเสี่ยงในการเยือนจีน ตลอดจนต้องรักษาความเสมอภาคในการมีปฏิสัมพันธ์กับจีน ยึดหลักการสมศักดิ์ศรี คำนึงถึงเกียรติภูมิแห่งชาติและความรู้สึกของสังคมไต้หวัน อย่าได้มีพฤติกรรมที่คล้อยตามคำโฆษณาชวนเชื่อใด ๆ ของจีน และควรเคารพในกฎหมายของไต้หวัน หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยและผลประโยชน์ของประเทศชาติ 

         นายกรัฐมนตรีเฉินเจี้ยนเหริน ไต้หวัน ได้กล่าวให้สัมภาษณ์สื่อไต้หวันเกี่ยวกับกรณีนี้เรียกร้องให้อดีตผู้นำไต้หวันต้องยืนหยัดในจุดยืนที่ “ไต้หวันเป็นประเทศเอกราช” และบอกต่อหน้านายสีฯ แต่ก็ถูกนายเซียวฯ ตอบโต้อย่างดุเดือดว่า “คำกล่าวของท่านนายกฯ เป็นทัศนะของการแยกไต้หวันเป็นเอกราช ไต้หวันไม่ใช่ประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน คือ สาธารณรัฐจีน และรัฐธรรมนูญไต้หวันก็เป็นรัฐธรรมนูญ “จีนเดียว” ทั้งนี้ ก็มีนักวิเคราะห์การเมืองไต้หวันได้ตอบโต้ว่า “หากเห็นว่าไต้หวันไม่ใช่ประเทศก็ไม่เป็นไร แต่ก็อยากขอให้ท่านอดีตผู้นำไต้หวันท่านนี้ บอกกับนายสีฯ ผู้นำจีนตรง ๆ ว่า “สาธารณรัฐจีนเป็นประเทศอธิปไตย” ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” แต่อย่างใด แบบนี้จะได้ไหม?

         ทางด้านมูลนิธิความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน หรือ SEF ซึ่งดูแลกิจการการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของช่องแคบไต้หวันได้ระบุว่า เคารพการจัดกำหนดการของอดีตผู้นำไต้หวัน โดยนายไช่ม่งจวิน รองเลขาธิการ SEF ระบุว่า เกี่ยวกับการเยือนจีนของอดีตผู้นำไต้หวันในครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้แสดงความคิดเห็นกันไปแล้ว ซึ่ง  SEF เคารพการจัดกำหนดการของอดีตผู้นำไต้หวัน และไม่มีความคิดเห็นใดๆ  

         สื่อหลายสำนักวิเคราะห์กันว่า จีนต้องการอาศัย “ปาก” ของอดีตผู้นำไต้หวันยืนยันเกี่ยวกับ “การรวมชาติ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมชาติอย่างสันติที่ผู้นำจีนเคยประกาศในการประชุม 2 สภาของจีนที่ผ่านมา ซึ่งต้องการที่จะส่งผลต่อในทางอ้อมต่อสุนทรพจน์ของว่าที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อที่จะกล่าวในพิธีรับมอบตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐจึนอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พ.ค. 2567 

คีย์แมนข่าวกรองและหน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน กระชับสัมพันธ์ร่วมมือทางทหารกับไต้หวัน 

        นาย Jack Bergman ประธานคณะอนุกรรมการข่าวกรองและปฏิบัติการพิเศษ ของคณะกรรมาธิการด้านกลาโหม สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และคณะรวม 3 ท่าน ซึ่งล้วนเป็นคีย์แมนสำคัญในการกำหนดนโยบายการให้ความช่วยเหลือไต้หวัน ได้เยือนไต้หวันในช่วง 25 – 29 มีนาคม พ.ศ. 2567 สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงไทเป ซึ่งผู้นำไต้หวันได้แสดงความคาดว่า การเยือนไต้หวันในครั้งนี้ของคณะจากรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยนาย Jack Bergman ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งประเด็นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐเท่านั้น แต่ยังได้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความร่วมมือเพื่อปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค ซึ่งต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นจากพรรคการเมืองใด ก็ยังคงให้การสนับสนุนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันสามารถดำเนินการป้องกันประเทศได้อย่างอิสระ มีการสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์และเรือดำน้ำขึ้นเองการแสดงให้ทั่วโลกประจักษ์ว่าไต้หวันมีความมุ่งมั่นในการปกป้องตนเอง ปกป้องประชาธิปไตย และเสรีภาพ ดังนั้นจึงขอถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณเป็นพิเศษต่อรัฐบาลสหรัฐฯ และสภาคองเกรส ที่ให้ความช่วยเหลือไต้หวันในการเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันตนเอง พร้อมหวังให้ความสัมพันธ์ไต้หวัน-สหรัฐฯ จะกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

         ด้านนาย Jack Bergman กล่าวว่า เขาหวังว่าไต้หวันจะมียุทธศาสตร์ทางทะเลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อไต้หวันและสหรัฐอเมริกาจะได้ร่วมมือกันปกป้องภูมิภาคและต่อต้านรุกรานจากจีน

ไต้หวันจับมือสหรัฐฯ เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ประชาธิปไตย แบ่งปันประสบการณ์ไต้หวัน 

         การประชุม Indo-Pacific Democratic Governance Consultation ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการเจรจาความร่วมมือระหว่างทางการไต้หวันกับสหรัฐฯ โดยจะคุยกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย เสรีภาพ และการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดจนเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ผลักดันแผนการความร่วมมือต่าง ๆ ช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ เผชิญหน้ากับความท้าทายของประเทศต่าง ๆ 

         การประชุมในครั้งนี้ เป็นการประชุมความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ครั้งที่ 4 ที่กรุงไทเป โดยสำนักงาน AIT ซึ่งเป็นสำนักงานตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯ ในไต้หวัน ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้คุยกันเกี่ยวกับปัญหาข่าวปลอม การเลือกตั้งอย่างโปร่งใส ตลอดจนความทรหดของประชาธิปไตยในอินโดแปซิฟิก โดยผ่านกรอบความร่วมมือที่เรียกว่า “Global Cooperation and Training Framework (GCTF)”

         AIT เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ระบอบประชาธิปไตย รับมือกับความท้าทายที่ประเทศต่างๆ  ในอินโดแปซิฟิกกำลังประสบอยู่ ต่อไปเราก็จะอาศัยกรอบความร่วมมือและการฝึกอบรมนี้ร่วมกันผลักดันแนวทางต่าง ๆ ร่วมกัน แบ่งปันประสบการณ์ของไต้หวันให้แก่ประเทศต่าง ๆ ต่อไป 

        ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ซึ่งเป็นหน่วยงานร่วมการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ระบุว่า “ปีนี้เป็นปีครบรอบ 45 ปี การประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน หลังการประชุมสุดยอดประชาธิปไตย ไต้หวัน-สหรัฐฯ ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นประชาธิปไตย ร่วมกันเสริมสร้าสงความแข็งแกร่งให้แก่ประชาธิปไตยในภูมิภาค  นายหลิวหย่งเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า “ประชาธิปไตยไต้หวันเป็นพลังแห่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของโลกเสรี และเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวักนกับสหรัฐฯ ในยุคใกล้

 

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti