กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย

Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตย episodes

  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘

    กองทัพไต้หวันพร้อมรับมือกองทัพจีนเต็มอัตราในปี 2027    

                นายกู้ลี่สง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกรณีที่ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ภาคพื้นอินโดแปซิฟิกได้กล่าวเตือนเกี่ยวกับการเสริมกำลังรบคุกคามไต้หวันของกองทัพจีน ทำให้ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางทหารอย่างหนักจากจีน กระทั่งเมื่อถึงปี 2027 กองทัพจีนอาจจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะรุกล้ำไต้หวัน โดยนายกู้ฯ ได้ระบุถึงการเตรียมพร้อมของกองทัพไต้หวันว่า ตนได้สั่งการให้กองทัพ นายทหารทุกระดับ ทุกภาคส่วนของกองทัพต้องเตรียมพร้อมอย่างเร่งด่วนและเล็งเห็นว่า การฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ เป็นเรื่องเร่งด่วน เร่งการฝึกซ้อมให้ทันกับสถานการณ์ โดยเมื่อถึงปี 2027 กองทัพจะต้องมีความพร้อมสู้รบในระดับสูง ทั้งในแง่กำลังรบและในแง่ของขวัญกำลังใจด้วย 

               นายกู้ฯ ย้ำว่า ไต้หวันจะต้องแสดงออกถึงความเด็ดเดี่ยวอย่างแรงกล้าในการปกป้องอธิปไตย และปกป้องความปลอดภัยของประเทศชาติ เพื่อให้กองทัพจีนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การรุกล้ำไต้หวันจะต้องมี “ต้นทุน” มหาศาล และสูงกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับ

              รมว. กลาโหม ไต้หวันระบุเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวไว้อย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ไต้หวันเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ดังนั้น การเสริมความเข้มแข็งให้แก่การป้องกันประเทศของไต้หวันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ซึ่งสหรัฐฯ ก็จะให้ความช่วยเหลือสนับสนุนต่อไต้หวนัอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการฝึกซ้อมหรือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งไต้หวันหวังว่า สหรัฐฯ จะเร่งให้ความช่วยเหลือไต้หวันเพื่อให้ถึงเป้าหมายความพร้อมด้านการทหารในระดับสูงอย่างรวดเร็ว 

            นายกู้ลี่สง รมว. กลาโหม ไต้หวันระบุว่า กระทรวงกลาโหมได้อาศัยการประเมินปัจจัยด้านความมั่นคงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยจะติดตั้งขีปนาวุธระยะกลางและระยะไกลในช่วงปี 2028-2030 โดยให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การรบ “ไร้สมดุล” หรือ “ศัตรูใหญ่เราเล็ก”  เสริมความยืดหยุ่นให้แก่ระบบการป้องกันประเทศ เสริมกำลังรบกองหนุน และการรับมือกับปฏิบัติการในเขต “พื้นที่สีเทา” ซึ่งเป็น “4 ทิศทางหลัก” ในการพัฒนากองทัพไต้หวัน ไต้หวันเป็นเกาะที่ห้อมล้อมด้วยท้องทะเล จำเป็นต้องมีกลไกสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เข้มแข็ง รวมทั้งสะสมยุทธปัจจัยต่าง ๆ ให้พอเพียง รับมือกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องและยืดเยื้อด้วยกำลังอาวุธของกองทัพจีน

            นายกู้ฯ ย้ำในตอนท้ายว่า การเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับภาวะสงครามมีความสำคัญยิ่งต่อการป้องกันมิให้เกิดสงคราม ซึ่งสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานถึง 3 ปี จะเป็นบทเรียนหรือเป็นการให้กำลังใจนายสีจิ้นผิง ผู้นำจีน กันแน่ นายกู้ฯ ระบุว่า หากจีนใช้กำลังอาวุธต่อไต้หวันก็ต้องใช้เวลานานถึง 3 ปี ในฐานะหน่วยเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลก จะสามารถแบกรับแรงกดดันจากการบอยคอตทางเศรษฐกิจจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้หรือไม่ ห่วงโซ่อุปทานต้องขาดสะบั้น ทุนนอกย้ายฐานการลงทุนออกจากจีน ความมั่นใจของตลาดดับสลาย ขณะเดียวกัน ไต้หวันก็จะต้องทำให้จีนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า “เมื่อลืมตาตื่นขึ้น จะไม่ใช่วันที่เหมาะสมในการรุกล้ำไต้หวัน” และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การรุกรานไต้หวันจะต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล จึงจะสามารถทำให้จีนต้องพิจารณาทบทวนอยู่ตลอดเวลาว่าจะรุกล้ำไต้หวันหรือไม่ เลื่อนเวลาออกไปเรื่อย ๆ นี่ก็คือเป้าหมายในนโยบายกลาโหมของไต้หวัน “เตรียมพร้อมรบเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม”

          

    นายกู้ลี่สง รมว. กลาโหมไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

    สส. สหรัฐฯ จับมือสหพันธ์สมาชิกรัฐสภานโยบายจีน (IPAC) ระบุจีนมุ่งบั่นทอนเสถียรภาพทั่วโลก เรียกร้องประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว

                เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในฐานะสมาชิกคณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยยุทธศาสตร์การแข่งขันสหรัฐฯ - จีน (House Select Committee on the Chinese Communist Party) ได้ร่วมกับสหพันธ์รัฐสภาระหว่างประเทศหรือ IPAC จัดสัมมนาโต๊ะกลมพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับการขยายอิทธิพลของลัทธิอำนาจนิยมและการให้การสนับสนุนไต้หวัน ซึ่งได้ร่วมกันออกแถลงการณ์โดยระบุตรง ๆ ว่า จีนมีวัตถุประสงค์ที่จะบั่นทอนเสถียรภาพของโลก ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกจึงไม่อาจแตกแยกกันได้ 

              สัมมนาโต๊ะกลมในครั้งนี้ มีนาย John Moolenaar ประธานร่วม IPAC กับนาย Raja Krishnamoorthi สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครต ของสหรัฐฯ ร่วมเป็นประธานการสัมนา

    IPAC ก่อตั้งขึ้นโดยสมาชิกรัฐสภาของประเทศต่าง ๆ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2020 เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของจีน ปัจจุบันมีสมาชิกรัฐสภาประเทศต่าง ๆ กว่า 200 คน จากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย ไต้หวัน และประเทศในยุโรปอีกหลายประเทศเป็นสมาชิก  


     

    กตต. มีมติปฏิเสธญัตติลงประชามติประเด็น “คัดค้านการยกเลิกโทษประหารชีวิต” แต่จัดลงประชามติเฉพาะประเด็น “การเปิดเดินเครื่องไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 3 อีกครั้ง”  

              คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไต้หวันมีมติเห็นชอบให้จัดการลงประชามติเกี่ยวกับประเด็น “การเปิดเดินเครื่องไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 3 อีกครั้ง” ในวันที่ 23 ส.ค. ในขณะที่ปฏิเสธการจัดการลงประชามติเกี่ยวกับประเด็น “คัดค้านการยกเลิกโทษประหารชีวิต” ที่สภานิติบัญญัติได้ผ่านญัตติทั้งสองแล้ว โดยในส่วนของประเด็น “คัดค้านการยกเลิกโทษประหารชีวิต” ที่ปฏิเสธการจัดการลงประชามตินั้น กกต. ให้เหตุผลว่า เนื่องจากประเด็นดังกล่าวมิใช่ประเด็น “การเสนอหรือทบทวนรับรองนโยบายสำคัญ” ซึ่งนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรค KMT โจมตี กกต. ว่า เป็นฆาตกรประชาธิปไตย และระบุว่า พรรค DPP เป็นผู้บงการให้ กกต. ยึดสิทธิอันชอบธรรมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตของประชาชน ส่วนนายหวงกั๋วชาง หัวหน้าพรรค TPP ก็ได้ระบุว่า กกต. เหยียบย่ำสิทธิในการเป็นเจ้าของประเทศของประชาชนแบบซึ่ง ๆ หน้า ทางด้านพรรค DPP พรรครัฐบาลได้ย้ำว่า ประเด็น “คัดค้านการยกเลิกโทษประหารชีวิต” เป็นเพียงประเด็นเลื่อนลอย ไม่มีกฎหมายรองรับ จึงเรียกร้องให้ฝ่ายต่าง ๆ เคารพมติของ กกต.

    สส. พรรค DPP พรรครัฐบาล ชูป้ายประนามพรรคฝ่ายค้านดึงดันลงมติผ่านร่างญัตติลงประชามติ "คัดค้านการยกเลิกโทษประหารชีวิต" ซึ่งไต้หวันยังไม่มีการยกเลิก

    15 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๘

    เกินครึ่งปลื้มผลงาน ปธน. ไล่ชิงเต๋อ ในโอกาสครบ 1 ปี เป็นผู้นำไต้หวัน 

             ศูนย์สำรวจความคิดเห็นของพรรค DPP พรรครัฐบาลได้ประกาศผลการสำรวจคะแนนนิยมของประธานาธิบดีไช่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันในโอกาสครบรอบ 1 ปี การดำรงตำแหน่งผู้นำไต้หวันในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) ปรากฎว่า ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้รับความนิยมสูงถึง 57.3% ส่วนผู้ไม่พอใจก็อยู่ที่ 40.2% ในขณะที่นายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ ได้รับความพอใจ 45.3% ไม่พอใจ 38.3% ความพอใจสูงกว่าความไม่พอใจ พรรค DPP ระบุว่า ผลการสำรวจดังกล่าวชี้ชัดว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาก แนวนโยบายทั้งด้านสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การคุกคามจากจีน ตลอดจนสถานการณ์ภายในประเทศที่พรรครัฐบาลมีที่นั่งในสภาฯ น้อยกว่ารพรคฝ่ายค้าน ประชาชนทั่วไปมีความพอใจต่อการผลักดันนโยบายของรัฐบาล 

            ผลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา  ระบุว่า ความพึงพอใจต่อการบริหารของประธานาธิบดีไล่ฯ อยู่ที่ 57.3% โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายด้านกลาโหมมีความพึงพอใจสูงที่สุด ขณะที่นโยบายอื่น ๆ เช่น การปกป้องอธิปไตยของไต้หวัน การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนโยบายเสริมความเข้มแข็งของการป้องกันประเทศโดยภาคสังคม ล้วนมีคะแนนความพึงพอใจเกิน 50% ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และสตรีให้การยอมรับอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศของประธานาธิบดีไล่

            หานอิ๋ง โฆษกพรรค DPP ระบุว่า ตั้งแต่ประธานาธิบดีไล่ฯ เข้ารับตำแหน่ง คะแนนความพึงพอใจอยู่ในระดับสูงเกิน 50% มาโดยตลอด แม้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่จากนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้คะแนนความพึงพอใจของประธานาธิบดีไล่ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 46.7% แต่ก็ยังคงสูงกว่าคะแนนไม่พอใจ จากนั้นรัฐบาลได้เสนอ “5 กลยุทธ์รับมือ” และ “แผนสนับสนุนอุตสาหกรรม” ส่งผลให้ในเดือนพฤษภาคม คะแนนความพึงพอใจฟื้นตัวขึ้นมาแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 57.3% แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้สำเร็จ

     

    หานอิ๋ง (ซ้าย) อู๋เจิง (ขวา) 2 โฆษกคนรุ่นใหม่พรรค DPP

    ผู้นำไต้หวันให้สัมภาษณ์พิเศษ Nikkei shinbun ในโอกาสครบรอบปีดำรงตำแห่นงผู้นำไต้หวัน

            ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ซึ่งกำลังจะดำรงตำแหน่งผู้นำไต้หวันครบรอบ 1 ปี ในวันที่ 20 พ.ค. ศกนี้ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น นิคเคอิ ชิมบุน ในประเด็นต่าง ๆ ครอบคลุมทุกมิติทั้งในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่น ไต้หวันกับสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งนโยบายทางด้านเศรษฐกิจซึ่งประกอบไปด้วยนโยบายด้านเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนการรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าโลกที่มีการแปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ ได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์นิคเคอิ ซิมบุน ในญี่ปุ่น ฉบับวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีสาระที่น่าสนใจในประเด็นต่าง ๆ 

           ผู้นำไต้หวันได้กล่าวขอบคุณรัฐบาล รัฐสภา สังคมและภาคเอกชนของญี่ปุ่นที่ให้การสนับสนุนไต้หวันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันหรืออดีตนายกรัฐมนตรีอาเบะ หรืออดีตนายกรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ ของญี่ปุ่น ล้วนให้การสน้บสนุนไต้หวันอย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด ชาวไต้หวันกับชาวญี่ปุ่นมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะอาศัยการสัมภาษณ์พิเศษในครั้งนี้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น กระชับความร่วมมือในอนาคตระหว่างกัน เพื่อความรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ของทั้งสองประเทศ 

           ผู้นำไต้หวันได้กล่าวถึงประเด็นการค้าเสรีและสงครามภาษีศุลกากรว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเสรีภายใต้การนำของประเทศตะวันตกที่มีสหรัฐฯ เป็นหัวหอก ได้นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง โชติช่วงชัชวาลย์ การเมืองมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ได้รับรู้ถึงแนวความคิดค่านิยมของประเทศตะวันตกด้วย 

           ผู้นำไต้หวันเห็นว่า ไต้หวันกับญี่ปุ่นล้วนเป็น “นักเรียนตัวอย่าง”แต่บางประเทศมิใช่เช่นนี้ ปัจจุบันวิกฤติที่รุนแรงที่สุดมาจากประเทศจีน อาศัยการลอกเลียนแบบกลไกการค้าเสรี ลอกเลียนแบบ ละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา กระทั่งการให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐหรือการซับซิไดซื เพื่อให้สินค้าที่ผลิตออกมามีราคาถูกแล้วส่งไปจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการบุกตลาดญี่ปุ่นและไต้หวันด้วย รวมไปถึงประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สร้างความไม่เป็นธรรมทางการค้าขึ้นในขอบเขตทั่วโลก สร้างความระส่ำระสายให้แก่เศรษฐกิจเสรีทั่วโลกที่ร่วมกันสร้างขึ้นมาได้ไม่ง่ายนักในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า สังคม กระทั่งบ่อนทำลายคุณค่าทางสังคม ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐฯ ยินดีที่จะเผชิญหน้ากับความไม่เป็นธรรมทางการค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหากจำเป็นไต้หวันก็ยินดีให้ความร่วมมือด้วย

     
    15 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘

    ไต้หวันจัดงานรำลึกครอบรอบ 80 ปี ชัยชนะสงครามยุโรป 

             ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้กล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสครบรอบ 80 ปี ชัยชนะสงครามยุโรป ท่ามกลางคณะทูตานุทูตและผู้แทนประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ซึ่งไต้หวันจัดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงไทเป โดยผู้นำไต้หวันกล่าวย้ำว่า ผู้รุกรานจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน และเรียกร้องให้ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านการรุกรานและสงคราม

             ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ในโอกาสครบรอบ 80 ปี แห่งชัยชนะสงครามยุโรป มีความหมายสำคัญ 3 ประการได้แก่ ชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้วางรากฐานให้แก่ความสามัคคีของประชาชนทั่วโลก ร่วมกันต่อต้านการรุกราน แสวงหาความมุ่งมั่นและปฏิบัติการเพื่อสันติภาพที่แท้จริง การใช้กำลังอาวุธรุกรานประเทศอื่น ล้วนเป็นอาชญากรรมที่ไร้ความชอบธรรม ซึ่งต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ประการที่ 2 ประเทศที่เป็นผู้นำต่อต้านสงครามในขณะนั้นได้พัฒนาตัวเองกลายเป็นประเทศประชาธิปไตย มีสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เสรีภาพประชาธิปไตยจะนำมาซึ่งการพัฒนาของประเทศชาติ เผด็จการและการรุกรานจะนำมาซึ่งการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์เท่านั้น ส่วนความหมายประการสุดท้ายคือ หากเล็งเห็นคุณค่าแห่งประชาธิปไตยก็ไม่อาจเฉยเมยกับการรุกรานได้ การเกิดสงครามในยุโรปก็มาจากการมองข้ามการรุกราน ไต้หวันกับยุโรปต่างกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของเผด็จการรูปแบบใหม่ เราไม่อาจลืมบทเรียนแห่งประวัติศาสตร์ได้ ประเทศที่รักในเสรีภาพทั่วโลกจักต้องสามัคคีและร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น   

            ผู้นำไต้หวันระบุว่า วันนี้เมื่อ 80 ปีก่อน ตัวแทนของนาซีได้ยอมแพ้ต่อกองทัพสัมพันธมิตร ซึ่งเป็นจุดยุติลงของสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นกองทัพสัมพันธมิตรก็ได้เคลื่อนพลวางกำลังในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากนั้นเพียง 3 เดือน สงครามในแปซิฟิกก็ยุติลง 

           ผู้นำไต้หวันระบุว่า ชัยชนะในสงครามยุโรป เป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดลงที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความหวังของมวลมนุษยชาติหลังสงคราม ชัยชนะของสงครามยุโรป ยิ่งต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งในงานรำลึกครั้งแรกในไต้หวันวันนี้ ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมีผู้แทนจาก 17 ประเทศและสหภาพยุโรปร่วมเป็นสักขีพยานด้วย 

             ชัยชนะของสงครามในยุโรปมีความหมายสำคัญ 3 ประการด้วยกันได้แก่ การเสริมสร้างความสามัคีให้แก่มวลมนุษยชาติให้ร่วมกันต่อต้านการุกราน ปกป้องประเทศชาติ แสวงหาสันติภาพที่แท้จริง ประวัติศาสตร์ได้บอกกับเราว่า ไม่ว่าจะมีเหตุผลหรือรูปการจิตสำนึกใด ๆ เป็นข้ออ้างในการใช้กำลังอาวุธรุกรานประเทศอื่น ล้วนเป็นอาชญากรรมที่ไร้ความชอบธรรม ซึ่งจะต้องประสบกับความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ความสามัคคีเพื่อปกป้องประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเสรีภาพประชาธิปไตย จะต้องได้รับชัยชนะในที่สุดอย่างแน่นอน 

             ในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนข้างหน้า เราก็จะร่วมกันรำลึกครบรอบ 81 ปี การยกพลขึ้นบกนอร์ม็องดี หรือชื่อรหัสว่า ปฏิบัติการเนปจูน กองทัพสัมพันธมิตรได้ส่งพลร่มและยกพลขึ้นบก ต่อสู้กับศัตรูอย่างองอาจ ร่วมกันปกป้องเสรีภาพประชาธิปไตยและสันติภาพ 

             ความหมายประการที่ 2 ประเทศแกนนำกลุ่มสัมพันธมิตรเป็นประเทศประชาธิไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ และมีสันติภาพที่แท้จริง ได้รับความเคารพจากทั่วโลก ซึ่งเป็นบทพิสูจน์แล้วว่า เสรีภาพและประชาธิปไตยจึงจะสามารถนำมาซึ่งความรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งมีเพียงการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่านั้น จึงจะการเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับและการเคารพจากผู้คน ส่วนประเทศเผด็จการและผู้รุกรานจะนำมาซึ่งการเข่นฆ่า โศกนาฏกรรม และไม่มีสันติภาพมากยิ่งขึ้น

             นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไล่ฯ ยังได้ยกคำกล่าวของจอมพล ดไวต์ เดวิด ไอก์ ไอเซนฮาวร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เขียนไว้ก่อนการยกพลขึ้นบกดังกล่าวว่า “ทหารบก ทหารเรือ และนักบินของกองทัพสัมพันธมิตรที่เข้าร่วมสงคราม พวกท่านกำลังจะก้าวสู่ยุทธการอันยิ่งใหญ่ เรารู้สึกตื่นเต้นในเรื่องนี้มานานหลายเดือนแล้ว สายตาทั่วโลกกำลังจับจ้องพวกท่านอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนความหวังและคำอธิษฐานของประชาชนที่รักในเสรีภาพทั่วโลก จะอยู่เคียงข้างพวกท่าน” ข้อความดังกล่าวมีความหมายเป็นอย่างยิ่งที่เรามาร่วมกันรำลึกสงครามยุโรป และเตือนสติให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ล้ำค่าของเสรีภาพประชาธิปไตยจะต้องอาศัยพลังที่แท้จริงของตนเอง อาศัยความตื่นตัวระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา จึงจะสามารถปกป้องให้มีความมั่นคงสืบต่อไปได้ 

            ความหมายประการที่ 3  เล็งเห็นถึงความสำคัญของสันติภาพไม่อาจมองข้ามภัยจากการคุกคามได้ การระเบิดขึ้นของสงครามยุโรป เกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นต่ความสามานย์ของการขยายอิทธิพลของอำนาจเผด็จการ แต่การเกิดขึ้นของสงครามยุโรปทั่วทั้งทวีปเป็นเพราะพวกเราละเลยและประมาทต่อพฤติกรรมการรุกรานของประเทศเผด็จการอำนาจนิยมนั่นเอง 

    ไช่อิงเหวิน อดีตผู้นำไต้หวันเยือน 2 ประเทศในยุโรป พร้อมกล่าวปราศรัย 2 รายการ 

            สำนักงานอดีตประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เปิดเผยว่า อดีตประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน มีกำหนดการเยือนยุโรป 2 ประเทศ ได้แก่ลิทัวเนีย และเดนมาร์ก โดยจะออกเดินทางออกจากไต้หวันในวันที่ 9 พ.ค. ศกนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ฝ่ายต่าง ๆ ในยุโรปมีความเข้าใจต่อไต้หวันมากยิ่งขึ้น และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับยุโรปมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

            ทั้งนี้ การเยือลิทัวเนียของอดีตประธานาธิบดีไช่อิงเหวินในครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของอดีตประธานาธิบดี Dalia Grybauskaitė แห่งลิทัวเนีย โดยกำหนดการนอกจากได้พบหารือกับมิตรฝ่ายต่าง ๆ แล้ว ยังมีกำหนดการกล่าวปาฐกถา ณ มหาวิทยาลัย  Vilniaus universitetasในลิทัวเนีย รวมทั้งจะมีการสนทานแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอดีตประธานาธิบดี Dalia Grybauskaitė ด้วย ทั้งนี้ ลิทัวเนียเป็นหุ้นส่วนที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับไต้หวันที่มีความสำคัญในยุโรป อดีตผู้นำไต้หวันไม่เพียงแต่จะอาศัยโอกาสนี้แบ่งปันประสบการณ์คุณค่าแหงประชาธิปไตย เสรีภาพและสิทธิมนุษยชนของไต้หวันให้แก่ลิทัวเนียเท่านั้น หากยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายใต้ความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย จะกลายเป็นหุ้นส่วนในประชาคมโลกที่มีความยืดหยุ่นทั้งทางด้านประชาธิปไตยและเศรษฐกิจ

            หลังเสร็จสิ้นการเยือนลิทัวเนีย อดีตผู้หญิงคนแรกของไต้หวันท่านนี้ก็จะเยือนโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก  ตามคำเชิญของมูลนิธิประชาธิปไตย (Alliance of Democracies, AoD) กล่าวปาฐกถาในการประชุมซัมมิตประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน (Copenhagen Democracy Summit) ซึ่งมีกำหนดการจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 14 พ.ค. ศกนี้ แสดงวิสัยทัศน์และความปราถนาของไต้หวันที่ต้องการจับมือกับพันธมิตประชาธิปไตยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป รวมกันปกป้องเสถียรภาพและความปลอดภัยในภูมิภาค รวมทั้งแสดงความขอบคุณต่อการให้การสนับสนุนไต้หวันในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของมูลนิธิประชาธิปไตยด้วย

    ไช่อิงเหวิน อดีตผู้นำหญิงคนแรกของไต้หวัน ออกเดินทางเยือน 2 ประเทศในยุโรปเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2568

     

     

     

    15 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๘

    สส. ไต้หวันนำคณะลุยเยือนสหรัฐฯ กล่อมสหรัฐฯ ให้การจัดซื้ออาวุธอยู่ในประเด็นการเจรจาระหว่างกันด้วย 

            สัปดาห์ที่ผ่านมา นายเจียงฉี่เฉิน รองประธานสภานิติบัญญัติไต้หวันได้นำคณะ สส. ทั้งจากพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเยือนสหรัฐฯ เพื่อผลักดันการทูตเชิงรัฐสภา ซึ่งนายเจียงฯ ได้ระบุว่า คณะ สส. ไต้หวันได้ชี้แจงให้ฝ่ายสหรัฐฯทราบเกี่ยวกับจุดยืนและท่าทีของไต้หวันเกี่ยวกับนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมไปถึงความวิตกกังวลต่อความไม่แน่นอนของการค้าทวิภาคี 

            คณะ สส. ไต้หวันที่นำโดยนายเจียงฉี่เฉิน รองประธานสภานิติบัญญัติไต้หวัน เยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 27 เม.ย. - 2 พ.ค. ที่่ผ่านมา ซึ่งประกอบไปด้วย 7 สส. จากพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน เพื่อผลักดันการทูตเชิงรัฐสภา กระชับสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

           นายหวางติ้งอวี่ สส. พรรค DPP ในฐานะหัวหน้าชมรมสมาชิกรัฐสภาไต้หวัน-สหรัฐฯ ในฐานะหัวหน้าคณะ สส. และนายเจียงฉี่เฉิน หัวหน้าคณะกิตติมศักดิ์ แล สส. ทั้งพรรค DPP และพรรค KMT ร่วมเยือนสหรัฐฯ 

           สภานิติบัญญัติไต้หวันเปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างการเยือนสหรัฐฯ 5 วันที่ผ่านมาได้พบหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงจุดยืนของไต้หวันให้ฝ่ายสหรัฐฯ ได้รับทราบ ทั้งระดับสูงฝ่ายบริหาร สส. สว. คลังสมอง ภาคการผลิต และตัวแทนกลุ่มองค์การชาวไต้หวันในสหรัฐฯ แลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในทุกมิติเกี่ยวความสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมทั้งขอความสนับสนุนต่อไต้หวันด้วย 

    ทีม ส.ส. พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเยือนสหรัฐฯ 

    สงครามถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระอุ พรรคฝ่ายค้านปล่อยขบวนรถต้านการถอดถอนป่าเถื่อน ส่วนพรรครัฐบาลจัดเสวนาเสริมความเข้มแข็งให้ สส. ของพรรคฯ 

             การเคลื่อนไหวเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในไต้หวันเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นลำดับเมื่อระยะเวลาในการยื่นขอถอดถอนระยะที่ 2 งวดเข้ามาทุกขณะ และมี สส. ของพรรคฝ่ายค้านหลายคนที่มีผู้ร่วมลงชื่อให้ถอดถอนมีจำนวนมากพอที่จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ระยะสุดท้าย คือการจัดให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนนักการเมือง ทำให้ทั้งพรรครัฐบาลคือพรรค DPP และพรรคฝ่ายค้านคือพรรค KMT ที่มี สส. ในสังกัดถูกฝ่ายตรงข้ามยื่นขอถอดถอนต้องออกมาส่งเสียงและเคลื่อนไหวเพื่อมิให้ สส. ในสังกัดของตนถูกถอดถอนได้สำเร็จ ซึ่ง สส. ของพรรคฝ่ายค้านมีจำนวนที่จะถูกเสนอชื่อให้มีการถอดถอนในจำนวนที่มากกว่าของพรรครัฐบาล 

              พรรคฝ่ายค้านคือพรรค KMT ได้เตรียมจัดขบวนรถรณรงค์ต้านการถอดถอนป่าเถื่อน โดยนายหลัวจื้อเฉียง สส. ของพรรค KMT ได้ประกาศบริจาครายได้จากการขายหนังสือเล่มใหม่ของเขาจัดตั้งขึ้นเป็น “ขบวนรถไต้หวันต่อต้านการถอดถอนป่าเถื่อน” โดยเริ่มเคลื่อนตัวจากภาคกลางของไต้หวัน เพื่อแสดงจุดยืนจะไม่ยอมให้ สส. ของพรรคฯ ถูกคุกคามจากการถอดถอนอันป่าเถื่อนเช่นนี้ “ตกหล่นแม้เพียงที่นั่งเดียวก็ไม่ได้” ในขณะที่พรรค DPP จัดเสวนากลุ่มเยาวชน เชิญนางอู๋ซือเหยา และนางอู๋เพ่ยอี้ 2 สส. หญิงของพรรคที่ถูกพรรคฝ่ายค้านล็อกเป้าถอดถอนในครั้งนี้ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ผลงานการอาศัยวัฒนธรรมปักรากฝังลึกลงไปในแต่ละท้องถิ่น  

    ส.ส. พรรค KMT รวมพลต้าน "ถอดถอนป่าเถื่อน" 

             สส. พรรค KMT ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวเพื่อเตรียมขบวนรถต้านการถอดถอนอันป่าเถื่อน ในหลายพื้นที่ อาทิ ไทจง หนานโถว และหยุนหลิน เพื่อสนับสนุน สส. ของพรรค KMT 

            นายหลัวจื้อเฉียง สส. พรรค KMT ระบุว่า แม้ตนจะถูกโจมตีและถูกยื่นถอดถอนด้วยเช่นเดียวกัน แต่เมื่อทราบข่าวว่า ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ได้ประกาศให้สมาชิกพรรคร่วมกันดันให้การถอดถอน สส. พรรค KMT ทั้ง 35 คน ต้องผ่านการล่ารายชื่อขั้นตอนที่ 2 ให้ได้ ตนจึงตัดสินใจที่จะระดมสรรพกำลังสนับสนุนตนทั้งหมดแปรเปลี่ยนไปสู่พลังแห่งการปกป้องประชาธิปไตย 

            ในส่วนของฟากพรรค DPP ได้จัดเสวนารณรงค์การถอดถอนนักการเมืองซีกฝ่ายค้าน โดยเชิญ สส. ที่ถูกเสนอชื่อถอดถอนของพรรค DPP แสดงทัศนะเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่นไทเปปักรากฝังลึก” แบ่งปันประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่สก. ไปจนถึง สส. ระดับประเทศ จะทำหน้าที่ในการนำพาวัฒนธรรมและศิลปะต่าง ๆ หลอมรวมสู่ท้องถิ่นอย่างไร มีผู้เข้าร่วมนับร้อย 

    2 ส.ส. หญิง พรรค DPP ที่ถูกพรรคฝ่ายค้านล็อกเป้าถอดถอน 

    กระทรวงการต่างประเทศประณามจีนอยู่เบื้องหลังโซมาเลียห้ามใช้หนังสือเดินทางไต้หวันเข้าโซมาเลีย

             สืบเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลโซมาเลียได้ประกาศห้ามชาวไต้หวันที่ใช้หนังสือเดินทางไต้หวันเดินทางเข้าโซมาเลียตั้งแต่วัรนที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ประณามพฤติกรรมดังกล่าวว่า การให้สัมภาษณ์ของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ จีน เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ชื่นชมการดำเนินการดังกล่าวของโซมาเลียว่า แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มาตรการดังกล่าวของโซมาเลียมีจีนอยู่เบื้องหลัง และเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตรเป็นอย่างยิ่งต่อไต้หวัน รวมทั้งขอเตือนทางการจีนว่า ต้องยุติพฤิตกรรมอันสามานย์นี้โดยทันที ยุติการกดดันการเดินทางโดยเสรีของชาวไต้หวัน และอย่าได้จงใจบิดเบือนมติที่ 2758 ของสหประชาชาติอีก

            นายเซียวกวงเว่ย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันขอประท้วงอย่างรุนแรงต่อการที่รัฐบาลโซมาเลียจำกัดการเดินทางอย่างเสรีและปลอดภัยของชาวไต้หวัน โดยการบงการของจีน” 

            กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุอีกว่า พฤติกรรมละเลยต่อการเดินทางอย่างเสรีและปลอดภัยของประชาชนทั่วไปของรัฐบาลโซมาเลีย มีแต่จะส่งผลต่อสันติภาพนานาชาติ และสร้างความไร้เสถียรภาพมากยิ่งขึ้นให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้อีกด้วย

     
    0 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๘

    ผู้นำไต้หวันย้ำสงครามไม่มีผู้ชนะ พร้อมกระชับความร่วมมือกับพันธมิตรหุ้นส่วนของไต้หวันเพื่อปกป้องสันติภาพ 

              เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลนิธิประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรม “วันสากลรำลึกฮอโลคอสต์ ” (International Holocaust Remembrance Day” หรือเป็นการรำลึกเหตุการณ์สังหารหมู่นานาชาติ 2025” ที่ไทเปเกสต์เฮ้าส์ กรุงไทเป โดยประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้รับเชิญให้เป็นประธานในพิธีจุดเทียนไว้อาลัยชาวยิวที่ถูกสังหารหมู่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งฟังการกล่าวปาฐกถาของบุตรหลานผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 

             ประธานาธิบดีไล่ฯ ได้กล่าวสุนทรพจน์ย้ำว่า สันติภาพมีคุณค่าอนันต์ สงครามไม่มีผู้ชนะ ไต้หวันจะจับมือกับพันธมิตรประชาธิปไตยต่อไปให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค 

    ปธน. ไล่ชิงเต๋อ (คนยืน) กล่าวในงาน “วันสากลรำลึกฮอโลคอสต์ ” (International Holocaust Remembrance Day”

            พิธีรำลึก“เหตุการณ์สังหารหมู่นานาชาติ 2025” ครั้งนี้ได้เชิญ Orly Sela หลานสาวของเหยื่อที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่าเรื่องราวของคุณย่า พร้อมด้วยเรื่องราวเสื้อกั๊กไหมพรมที่ถักด้วยฝีมือของคุณย่า หลังการบรรยายประธานาธิบดีไล่ฯ พร้อมด้วยนายอู๋จาวเซี่ยน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายหานกั๋วอวี่ ประธานมูลนิธิประชาธิปไตย กับแขกผู้มีเกียรติ 6 ท่านร่วมกันจุดเทียนไว้อาลัยชาวยิวจำนวน 6 ล้านคนที่ถูกสังหารหมู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งแสดงความคารวะต่อเหยื่อที่รอดชีวิตและญาติของเหยื่อที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เหล่านี้ด้วย 

    Orly Sela หลานสาวของเหยื่อที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โชว์เสื้อกั๊กของคุณย่า

                 ผู้นำไต้หวันกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 80 ปี การยุติลงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ่แต่ก็ยังเห็นไฟสงครามกระจายอยู่ทั่วโลก ลัทธิอำนาจนิยมกำลังคืบคลานกลับคืนมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาธิปไตย สันติภาพ และการพัฒนาให้โชติช่วงชัชวาลย์ของโลก กิจกรรมรำลึกในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการระลึกเรื่องราวในอดีตเท่านั้น หากยังเป็นสิ่งเตือนใจในอนาคตด้วย เตือนพวกเราว่า ความโกรธแค้น ความเอนเอียง และความสุดขั้วเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อมนุษยชาติ ส่วนการรู้จักผิดชอบชั่วดี ธรรมะ ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน จะเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้กับความรุนแรงและเผด็จการ อำนาจนิยม 

    ฝ่ายค้านจับมือหวังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เศรษฐกิจและความยุติธรรม

              ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองในไต้หวัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อึมครึมไปด้วยความพยายามของซีกรัฐบาลที่จะสกัดการเคลื่อนไหวเพื่อถอดถอนนักการเมืองซีกรัฐบาลของฝ่ายค้าน ใช้กลไกกฎหมายบ้านเมืองเข้าตรวจค้นที่ทำการพรรคก๊กมินตั๋งหลายท้องที่และควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นของพรรคก๊กมินตั๋งหลายคน ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารการยื่นถอดถอนนักการเมืองซีกรัฐบาล และก็ได้ยึดเอกสารหลักฐานต่าง ๆ จำนวนมาก ตลอดจน เจ้าหน้าที่ของพรรคก๊กมินตั๋งก็ยอมรับว่าได้ลงลายมือชื่อแทนผู้ที่มีรายชื่อสนับสนุนการถอดถอนในแบบฟอร์มถอดถอนด้วย ในขณะที่นายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งได้ระดมสมาชิก และผู้สนับสนุนนับร้อยชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการสำนักอัยการไทเปที่ควบคุมตัวผู้อำนวยการสำนักงานพรรคก๊กมินตั๋ง สาขากรุงไทเป ไปสอบสวน กระทั่งปล่อยตัวในวันรุ่งขึ้น อย่างไรก็ดี เนื่องจาก สำนักอัยการเป็นเขตหวงห้ามห้ามการชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชูป้ายเตือนหลายครั้งว่า เป็นพฤติกรรมผิดกฎหมาย แต่ก็ไร้ผล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญนายจูลี่หลุนมารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำในเรื่องนี้ 

               นอกจากนี้ ประเด็นการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่เสนอโดยนายเจี่ยงว่านอัน ผู้ว่าการกรุงไทเป ระหว่างการชุมนุมประท้วงดังกล่าว ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันของกลุ่มพรรคฝ่ายค้าน โดยนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งได้พบหารือกับนายหวงกั๋วชาง หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวันหรือ TPP ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านอีกพรรคหนึ่งที่เป็นเสียงข้างน้อยแต่อาจเป็นตัวชี้ขาดในการลงมติต่าง ๆ ในสภา เพื่อปรึกษาหารือและหาจุดยืนร่วมกันในการคานอำนาจรัฐบาล แม้นายหวงฯ จะไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ก็มีจุดยืนที่ต้องการคานอำนาจรัฐบาลของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เนื่องจากเขาเห็นว่า การเสนอญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่อาจสกัดกั้นหรือแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ แต่จะมุ่งต่อสู้เพื่อปกปัองประชาธิปไตยไต้หวัน 

               หลังการพบหารือดังกล่าว ทั้งสองพรรคฝ่ายค้านเห็นพ้องกันใน 3 หลักการ ได้แก่ การต่อสู้ร่วมกันเพื่อเศรษฐกิจ ประชาธิปไตย และความบริสุทธิ์ยุติธรรมในกระบวนการตุลาการ จนถึงที่สุด นอกจากนี้ นายหวงฯ ยังได้กล่าวย้ำว่าตนได้เข้าร่วมการชุมนุมที่ลานหน้าทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันในวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยพรรคก๊กมินตั๋งในฐานะตัวแทนของพรรคประชาชนไต้หวัน 

              ในการพบหารือดังกล่าวทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจร่วมกันว่า การต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์สีแดงจะต้องต่อต้านคอมมิวนิสต์สีเขียวด้วย ซึ่งเขาหมายถึงพรรค DPP ที่ถูกกล่าวหาว่ากำลังก้าวสู่การเป็นพรรคการเมืองเผด็จการในไต้หวัน ซึ่งนายจูลี่หลุนย้ำว่า ประชาชนต้องการแสดงความไม่ไว้วางใจต่อประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ มากกว่าการไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่วนนายหวงฯ ก็มีความเห็นว่า การไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาความเป็นเผด็จการผูกขาดอำนาจโดยประธานาธิบดีไล่ฯ 

              อย่างไรก็ดีภายในพรรคก๊กมินตั๋งยังคงมีข้อโต้แย้งในเรื่องนี้พอสมควร อย่างนายจ้าวเส้าคัง อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งรองประธานาธิบดีของพรรคก๊กมินตั๋งซึ่งมีอิทธิพลในพรรคพอสมควรมีความเห็นว่า ควรเสนอญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนสถานะจากการเป็นฝ่ายรับให้กลายเป็นฝ่ายรุก 

              ทั้งนี้ การผ่านญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. ในสภาฯ เกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันทั้งพรรค DPP และพรรคก๊กมินตั๋งต่างมีเสียงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องพึ่งเสียงจากพรรคประชาชนไต้หวัน จึงจะสามารถผ่านญัตติดังกล่าวได้ ในขณะที่พรรคประชาชนไต้หวันได้แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงคงยากที่จะผลักดันในเรื่องนี้ได้

     

    รมว. กต. ไต้หวันโอดถูกตัดงบประมาณ อาจทำให้สถานทูตและสำนักงานในต่างประเทศต้องหยุดให้บริการ และไม่มีงบจัดจ้างจัดทำหนังสือเดินทางด้วย 

              นายหลินเจียหลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุในการตอบกระทู้ของ สส. ในสภาฯว่า การตัดทอนงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดจ้างเพื่อจัดทำหนังสือเดินทางให้แก่ประชาชน ซึ่งในวันเดียวกัน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า งบประมาณที่ได้รับในปีนี้สามารถจัดทำหนังสือเดินทางได้เพียง 1.85 ล้านเล่มเท่านั้น แต่จากการประเมิณเบื้องต้นพบว่า มีความต้องการหนังสือเดินทางเล่มใหม่จำนวน 2.09 ล้านเล่ม โดยกรมการกงสุลจะต้องสต๊อกหนังสือเดินทางไว้อย่างน้อย 5 แสนเล่ม เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นขอหนังสือเดินทางได้โดยราบรื่น 

             กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันชี้แจงเพิ่มเติมว่า หลังจากการระบาดของโควิดทุเลาลง ประชาชนมีความต้องการเดินทางไปต่างประเทศและต้องการยื่นขอหนังสือเดินทางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีนี้ความต้องการยื่นขอหนังสือเดินทางเริ่มลดลง แต่ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 18 เม.ย. มีผู้ยื่นขอมีหนังสือเดินทางแล้ว 7.2 แสนเล่ม และคาดว่า ในปีนี้จะมีผู้ยื่นขอหนังสือเดินทางประมาณ 2.09 ล้านเล่ม อย่างไรก็ดี งบประมาณที่ถูกตัดทอนลงเหลือเพียงพอต่อการจัดทำหนังสือเดินทางเพียง 1.85 ล้านเล่มเท่านั้น 

             อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จำนวนหนังสือเดินทางที่ยังคงขาดเหลืออยู่ประมาณ 2.5 แสนเล่ม จะใช้วิธีการนำเอาหนังสือเดินทางในสต๊อกจำนวน 5 แสนเล่มมาเสริมให้ครบตามจำนวนความต้องการของประชาชน 

     
    14 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๘

    จับตาพลวัตรการเมืองไต้หวัน พรรคฝ่ายค้านระดมพลประท้วงกล่าวหาพรรครัฐบาลอยู่เบื้องหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่พรรค KMT ถูกกล่าวหา “ปลอม” เอกสารรายชื่อถอดถอน สส. พรรครัฐบาล จัดชุมนุมใหญ่ 26 เม.ย. นี้ ขับไล่ผู้นำไต้หวัน

              ในช่วงขณะที่การรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในไต้หวันทั้งในซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังเป็นไปอย่างคึกคักแข่งกับเวลาในขั้นตอนที่ 2 ซึ่งพรรครัฐบาลจะถอดถอนนักการเมืองฝ่ายค้านรวม 35 คน ฝ่ายค้านจะถอดถอนนักการเมืองฟากรัฐบาล 14 คน โดยจะต้องรวบรวมรายชื่อให้ได้อย่างน้อย 10% ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เพื่อก้าวสู่การจัดการลงคะแนนเสียงในเขตเลือกตั้งนั้น ซึ่งจะต้องมีผู้เห็นด้วยอย่างน้อย 25% ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และต้องมีจำนวนมากกว่าผู้ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย นักการเมืองผู้นั้นจึงจะถูกถอดถอน และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม 

                ในช่วงที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาลสามารถรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนถอดถอนได้ในจำนวนที่กฎหมายกำหนดในขั้นตอนที่ 2 แล้วหลายคน ส่วนพรรคฝ่ายค้านก็กำลังเร่งระดมรวบรวมผู้สนับสนุนเป็นการใหญ่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีข่าวคราวเกี่ยวกับการปลอมแปลงแบบฟอร์มสำหรับลงชื่อสนับสนุนการถอดถอนของทั้งสองฝ่าย กระทั่งเอาชื่อคนตายมาลงชื่อด้วย อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการไทเป นิวไทเป ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นที่ทำการของพรรค KMT สาขาไทเปและนิวไทเป รวมทั้งสิ้นเป็นสิบแห่ง โดยมีการเชิญเจ้าหน้าที่สาขาพรรคไปสอบปากคำด้วย ที่สำคัญคือการเชิญตัวผู้อำนวยการสาขาไทเปของพรรค KMT ไปให้ปากคำ ทำให้หัวหน้าพรรค KMT และกลุ่มผู้สนับสนุนไม่พอใจจึงระดมผู้สนับสนุนไปชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการสำนักงานอัยการไทเป แม้จะรู้ทั้งรู้ว่ากฎหมายไต้หวันห้ามการชุมนุมประท้วงหน้าที่ทำการศาล อัยการ แต่หัวหน้าพรรคก็สั่งระดมนักการเมืองและสมาชิกพรรคทั้งหมดไปรวมตัวกันประท้วงที่หน้าสำนักงานอัยการไทเป จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยกป้ายเตือนว่า “นี่เป็นพฤติกรรมผิดกฎหมาย” แต่ก็ไม่อาจยับยั้งการชุมนุม ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายคอยรักษาความสงบโดยรอบสำนักงานอัยการไทเป ซึ่งก็โชคดีที่ทุกอย่างเป็นไปโดยสงบและไม่มีเหตุปะทะรุนแรงใด ๆ 

    เจ้าหน้าที่สอบสวนกลางยึดเอกสารหลักฐานจากสำนักงานพรรค KMT สาขากรุงไทเป

             สำนักอัยการไทเปชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย.  สำนักอัยการไทเปได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักนายหลี่ฯ กับพวกรวม 6 คน ซึ่งตกเป็นจำเลยในข้อหาปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับการรวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอน สส.ของพรรค DPP หลังจากมีการวิเคราะห์หลักฐานต่าง ๆ และสอบปากคำแล้ว จึงได้ขอคำสั่งศาลในการขอหมายค้น จึงได้เข้าตรวจค้นตามหมายค้นในครั้งนี้ ตรวจค้นบ้านพักของนางหวงลวี่จิ่นหยู ผู้อำนวยการสำนักงานพรรค KMT สาขาไทเป กับพวกรวม 4 คน และสำนักงานพรรค KMT สาขาไทเป และสำนักงานพรรคฯ เขต 1 รวมเข้าตรวจค้นทั้งสิ้น 6 แห่ง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างขมักเขม้น 

    พรรค KMT ชุมนุมประท้วงหน้าสำนักอัยการไทเป

            นอกจากนี้ สำนักอัยการไทเปย้ำว่า การดำเนินคดีดังกล่าวรับรองได้ว่าไม่มีการ “ตั้งธง” ล่วงหน้า ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่าง อัยการทุกท่านมีจุดยืนเป็นกลาง จึงขอให้ทุกฝ่ายอย่าได้คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่อัยการดำเนินคดีในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ 

           สำนักอัยการไทเปยังระบุว่า เนื่องจากคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนักการเมืองที่กำลังถูกรณรงค์ถอดถอนออกจากตำแหน่งเป็นที่จับตามองจากสังคม จึงเห็นว่ามีความจำเป็นต้องชี้แจงให้สังคมได้รับทราบ 

           อัยการไทเปได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสำนักงานพรรค KMT สาขาไทเป และควบคุมตัวนางหวง ลวี่จิ่นหยู ผอ. สาขาไทเป พร้อม จนท. และยึดเอกสารของกลางเป็นหลักฐาน ซึ่งก่อนหน้านี้อัยการนิวไทเปได้เข้าตรวจค้น สนง. สาขานิวไทเป ของพรรค KMT สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งให้แก่พรรค KMT จึงระดมผู้สนับสนุนนับร้อยหน้าที่ทำการสำนักงานอัยการไทเป และมีผู้ว่าไทเป ผู้ว่าเถาหยวน รวมทั้ง ส.ส. ในสังกัดของพรรค KMT เข้าร่วมด้วย โดยนายเจี่ยง ว่านอัน ผู้ว่าการไทเป ได้ให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้ ส.ส. ของพรรคร่วมกันเสนอญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากยุบสภาฯ ก็จะใช้การเลือกตั้งแสดงมติไม่ไว้วางใจต่อ ปธน. ไล่ฯ ด้วย ส่วนนายจู ลี่หลุน หัวหน้าพรรค KMT ได้ร่วมกับผู้ชุมนุมเปล่งคำขวัญ “ไล่ ชิงเต๋อ ลงจากตำแหน่ง” และประกาศจัดการชุมนุมประท้วงที่หน้าทำเนียบ ปธน. ในวันที่ ๒๖ เม.ย. ๒๕๖๘ เพื่อประท้วงการใช้นิติสงครามมากดดันพรรคฝ่ายค้าน และการดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวก็กระทำเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับนักการเมืองซีกรัฐบาลจะถูกถอดถอนเท่านั้น ในขณะที่การถอดถอนซีกฝ่ายค้านก็มีข่าวในทำนองเดียวกัน แต่ฝ่าย กม. มิได้ดำเนินการใด ๆ 

              ในขณะที่กลุ่มรณรงค์ถอดถอนนักการเมืองของฝ่ายค้านก็ขยับตัวไม่เบา โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมาได้จัดการชุมนุมหน้าทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันกลางกรุงไทเป ปลุกกระแสการรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนให้ได้ครบตามที่ระบุในขั้นตอนที่ 2 ของการรณรงค์ ซึ่งจะครบกำหนดกลุ่มแรกในช่วงต้นเดือน พ.ค. ศกนี้ เพื่อให้ก้าวสู่ขั้นตอนที่ 3 ที่จะให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในเขตที่มีการถอดถอนลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนนักการเมืองเหล่านี้ 

    กลุ่มสนับสนุนถอดถอนฝ่ายค้านรวมตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามกลุ่มสนับสนนฝ่ายค้าน

     

    ไต้หวันเร่งกระชับกลไกตรวจสอบเจ้าหน้าที่ข้าราชการ สกัดสปายสายลับจีนแทรกซึม

              สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เกิดคดีสปายสายลับจีนแทรกซึมเข้าสู่ระดับสูงและฝ่ายทหารของไต้หวัน จนเป็นที่วิตกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติที่กลไกการรักษาความลับหละหลวมจนเกิดเหตุบ่อยครั้ง นายกรัฐมนตรีจั๋วหยงไท่ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน จึงสั่งการให้นายหม่าหย่งเฉิง รัฐมนตรีประจำสภาบริหารเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 2 สัปดาห์ ทบทวนกฎหมาย 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการรับเจ้าหน้าที่เข้าทำงานในหน่วยงานราชการ วางแผนการเสริมมาตรการป้องกันให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น 

              ในช่วงที่ผ่านเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลางของไต้หวันสืบพบคดีสปายสายลับจีนหลายคดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตคนสนิทของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความมั่นคงแห่งชาติทีเดียว รวมทั้งการแทรกซึมสู่สารวัตรทหารรักษาความปลอดภัยทำเนียบประธานาธิบดี ลักลอบถ่ายภาพเอกสารภายในขายเอาเงินสินบนจากจีน   

             นายกรัฐมนตรีจั๋วฯ ระบุว่า รัฐบาลจะเสริมกลไกด้านความมั่นคงแห่งชาติให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงกลไกการตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ต้องมีความรอบคอบและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

             อย่างไรก็ดี นายกฯ จั๋วฯ ย้ำว่า เชื่อว่า เจ้าหน้าที่รัฐส่วนใหญ่ที่สุดทำหน้าที่ด้วยความเคารพกฎหมาย ทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน รัฐบาลจำเป็นต้องเสริมกลไกการป้องกันให้มีความเข้มงวดและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ให้มีความสมบูรณ์และรอบคอบมากยิ่งขึ้น นายกฯ จั๋วฯ จึงสั่งการให้นายหม่าหย่งเฉิง รัฐมนตรีประจำสภาบริหารเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปรึกษาหารือหาวิธีการที่เหมาะสมให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ และขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงแห่งชาติต้องเสริมความคิดจิตสำนึกความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะต้องซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติด้วย” 

             นางหลี่ฮุ่ยจือ โฆษกรัฐบาลไต้หวันเปิดเผยว่า ตอนนี้คือการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการตรวจสอบความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่เท่านั้น มิได้ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบถึงระดับความลับเพื่อความมั่นคงแห่งชาติใด ๆ ทั้งสิ้น  รวมไปถึงการทบทวนกลไกต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันว่า จะต้องปรับปรุแก้ไขกันอย่างไรบ้าง

             ส่วนนายซูจวิ้นหยง ผู้อำนวยการสำนักข้าราชการพลเรือน สภาบริหารไต้หวันเปิดเผยว่า กรณีของอดีตเลขาอดีต รมว. ต่างประเทศ ไต้หวัน ตอนเข้ารับหน้าที่ก็ได้มีการตรวจสอบประวัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ส่วนนี้จึงต้องมีการทบทวนให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และต้องพิจารณาตรวจสอบเป็นประจำทุกปีด้วย

    14 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๘

    สหรัฐฯ ย้ำกระชับสัมพันธ์ไต้หวันและรักษาคำมั่นต่อไป ในโอกาสครบรอบ 46 ปี กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน 

               ในโอกาสครบรอบ 46 ปี การประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน (Taiwan Relations Act - TRA) ที่สหรัฐฯ ประกาศใช้เมื่อ 46 ปีที่แล้ว สำนักงานอเมริกันในไต้หวันหรือ AIT ซึ่งมีสถานะเทียบเท่าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไต้หวัน ได้ย้ำถึงความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ของไต้หวัน และสหรัฐฯ จะนำเอาคำมั่นสัญญาที่มีต่อภูมิภาคอินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ บรรจุเป็นกฎหมายต่อไป รวมทั้งจะมุมานะพยายามเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับไต้หวันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  ปฏิบัติตามพันธะกรณีที่มีต่อไต้หวันอย่างเคร่งครัด 

             เอไอที ระบุผ่านเฟสบุ๊กของสำนักงานว่า ในโอกาสครบรอบ 46 ปี วันที่ 10 เม.ย. การประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 1979 เป็นการกำหนดสถานะความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ของไต้หวัน โดยสหรัฐฯ จะนำเอาคำมั่นสัญญาที่มีต่อสันติภาพ เสถียรภาพและคามเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกไว้ในกฎหมายของไต้หวัน 

            เอไอที ระบุอีกว่า กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวันฉบับนี้ จะยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเสถียรภาพในภูมิภาค และรัฐบาลสหรัฐฯ จะยึดถือกฎหมายฉบับนี้ เป็นพื้นฐานในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันในอนาคต แสดงให้เห็นถึงรัฐบาลและชาวอเมริกันทุกภาคส่วนให้การสนับสนุนทางด้านการค้า เทคโนโลยี่ การศึกษา และความปลอดภัยของไต้หวันด้วย 

    สส. เตรียมเสนอแก้กฎหมายสกัดจีนแทรกซึมสู่ผู้ช่วย ส.ส. เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ

              สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เกิดข่าวคราวที่ผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้ช่วย สส. ไต้หวันตกเป็นเหยื่อกลายเป็นสปายสายลับให้แก่จีน ทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวัน ทำให้มี สส. ของพรรค DPP เตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เพื่ออุดช่องโหว่ความมั่นคงแห่งชาติ ส่วนนางหม่าเหวินจวิน สส. พรรค KMT ระบุว่า “กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ” มีการระบุที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ประเด็นจึงอยู่ที่กลไกและการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทั้งระบบมากกว่า

             นายเฉินก้วนถิง สส. พรรค DPP ระบุว่า ปัจจุบันผู้ช่วย สส. ยังคงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ไม่ได้อยู่ในกรอบของมาตรา 4 กฎหมายว่าด้วยการว่าจ้างพนักงานข้าราชการ  หรือ มาตรา 28 กฎหมายว่าด้วยข่าวกรองแห่งชาติ ที่ต้องมีการตรวจสอบประวัติก่อนการว่าจ้าง ทำให้ในการพิจารณากิจการที่เกี่ยวข้องกับทางด้านกลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนอาจรั่วไหลสู่ภายนอก กลายเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ เขาจึงเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น 

    คดีสปายสายลับจีนในไต้หวันที่ถูกพิพากษาจำคุกแล้วบางส่วน 

    ไต้หวันเตรียมงัดกฎหมายความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันสกัดสปายสายลับจีน 

            หลังจากที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ประกาศ 17 มาตรการรับมือกับการแทรกซึมจากจีน นายจั๋วหยงไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้รับฟังรายงานสรุปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ของไต้หวันก็กำลังพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนช่องแคบไต้หวัน เพื่อสกัดกั้นการแทรกซึมจากสปายสายลับจีน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาสามารถตรวจจับและสั่งฟ้องบุคคลที่ถูกต้องสงสัยว่ามีพฤติกรรมเป็นสายลับให้แก่จีน กลายเป็นปัญหาความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวัน อย่างไรก็ดี สาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวยังไม่เป็นที่เปิดเผย  

    15 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๘

    ประเทศประชาธิปไตยร่วมประณามจีนประกาศซ้อมรบร อบเกาะไต้หวันโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า คุกคามเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค 

             การซ้อมรบอย่างฉุกละหุกโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าของกองทัพจีนเมื่อ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา เพิ่มความตึงเครียดบนช่องแคบไต้หวัน และภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งกองทัพไต้หวันได้สั่งเตรียมพร้อมในที่ตั้ง และส่งเรือรบ เครื่องบินรบ จับตาความเคลื่อนไหวของกองทัพจีนอย่างใกล้ชิด พบเครื่องบินรบจีนถึง 71 ลำ และเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือรบ ตลอดจนเรือตำรวจน้ำของจีนอีก 25 ลำ เข้าร่วมการฝึกซ้อมรอบเกาะไต้หวัน โดยฝ่ายจีนได้ให้เหตุผลของการซ้อมรบในคราวนี้ว่า เพื่อสกัดพลังของกลุ่มแยกตัวเป็นอิสระในไต้หวัน และตอบโต้การที่ไต้หวันระบุให้จีนเป็น “ศัตรูนอกอาณาเขต” รวมถึง 17 มาตรการตอบโต้จีนของผู้นำไต้หวันก่อนหน้านี้ 

             กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้แสดงความขอบคุณต่อมิตรประเทศที่ร่วมกันประณามพฤติกรรมของจีน ซึ่งคุกคามเสถียรภาพ สันติภาพและอนาคตแห่งความเจริญรุ่งเรืองของช่องแคบไต้หวันและภูมิภาอินโดแปซิฟิก

            โฆษก European External Action Service (EEAS)สหภาพยุโรป ได้แถลงเกี่ยวกับการจัดการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันในวันที่ 1 เม.ย. ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวได้เพิ่มความตึงเครียดให้แก่สถานการณ์บนช่องแคบไต้หวัน และย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคนี้ที่มีต่อความมั่นคงปลอดภัยของโลกตลอดจนความเจริญรุ่งเรืองของทั่วโลก 

            การซ้อมรบของกองทัพจีนที่ใช้รหัส “ยุทธการสายฟ้าแลบ 2025A” ระหว่างวันที่ 1-2 เม.ย. ที่ผ่านมา  จีนได้ส่งเรือรบและเครื่องบินรวมนับร้อยลำเข้าร่วมการซ้อมรบ แม้จะไม่มีการซ้อมยิงกระสุนจริงบริเวณช่องแคบไต้หวัน แต่ก็หันไปซ้อมยิงกระสุนจริงบริเวณทะเลจีนตะวันออก รวมทั้งเป็นการฝึกซ้อมยิงกระสุนในระยะไกล จำลองการโจมตีสถานีขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ “หย่งอัน” ที่เกาสง ซึ่งเป็นสถานีขนถ่ายก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในไต้หวัน เพื่อตอกย้ำสมรรถนะกองทัพจีนว่า สามารถโจมตี “เส้นเลือดใหญ่” พลังงานที่ใช้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าในไต้หวันกว่า 50% เพื่อทำให้ไต้หวันตกอยู่ในภาวะวิกฤตด้านพลังงาน 

    อาณาเขตการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันของจีนในวันแรก

            เรือบรรทุกเครื่องบินรบ “ซานตง” และกองเรือคุ้มกัน เข้าร่วมการฝึกซ้อมแต่เคลื่อนไหวห่างจากฝั่งตะวันออกของไต้หวันประมาณ 220 ไมล์ทะเล จนมีข่าวลือว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติของบริษัทการปิโตรเลียมไต้หวัน (CPC) ที่กำลังขนก๊าซธรรมชาติมายังสถานีขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ “หย่งอัน” ต้องแล่นเรืออ้อมไปมาตั้งแต่เช้ากว่าจะสามารถเข้าเทียบท่าได้ในตอนดึกของดึกวันแรกในการซ้อมรบ ซึ่งอย่างไรกระทรวงเศรษฐการไต้หวันได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด การเข้าเทียบท่าในตอนดึกของเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าวในของวันที่ 1 เม.ย. เป็นไปตามกำหนดการเดิม  

           ส่วนกองทัพไต้หวันได้ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยสงครามอย่างต่อเนื่อง และจะยกระดับตามสถานการณ์ นอกจากนี้ กองบัญชาการเสนาธิการทหารสูงสุดของไต้หวันเปิดเผยว่า การซ้อมรบในครั้งนี้ของกองทัพจีนประกอบไปด้วย การตรวจสอบ เตือน และขับไล่ รวมทั้งการเข้าสกัดและเข้าตรวจค้นบนเรือที่ต้องสงสัย เข้าควบคุมเขตที่ต้องมีการตรวจสอบ การปิดล้อมร่วม และสมรรถนะในการโจมตีของกองทัพจีน 

           นายเหอ เฉิงฮุย รองเลขาธิการสมาคมความปลอดภัยไต้หวัน มีความเห็นว่า เมื่อพิจารณาจากการซ้อมรบของจีนในครั้งนี้ที่ให้ความสำคัญกับ “การสกัดและการเข้ายึด” มีเป้าหมายเพื่อ “ขู่” ไต้หวัน แต่ยากที่จะปิดล้อมไต้หวันทั้งหมดอย่างได้ผล 

           ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ไต้หวันได้เตรียมการเกี่ยวกับการซ้อมรบ “ฮั่นกวง ๔๑” ซึ่งเป็นการซ้อมรบประจำปีของกองทัพไต้หวัน ระบุว่า หากในระหว่างการซ้อมรบกองทัพจีนได้เปลี่ยนจาก “ซ้อมรบเป็นก่อสงครามจริง” กองทัพไต้หวันก็จะเปลี่ยนเป็น “เตรียมการสู่การรบเพื่อป้องกัน” โดยทันที นอกจากนี้ ยังได้ขยายระยะเวลาในการซ้อมรบทั้งแบบ “จำลอง” กับ “ภาคสนาม” ใช้เวลากับการบูรณาการเหล่าทัพและประสานกับการเตรียมการในส่วนของภาคประชาชนให้มากขึ้น 

           ในส่วนของความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านในไต้หวัน โดยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายเซี่ย ลี่เหยียน รองหัวหน้าพรรค KMT ได้เข้าพบนายซ่ง เทา ผอ. สนง. กิจการไต้หวันของจีนที่เมืองสวีโจว ของจีน โดยนายซ่งฯ ได้ยืนยันในจุดยืน “จีนเดียว” และ “ฉันทามติ 1992” ของจีน เช่นเดียวกับพรรค KMT และกลุ่มการเมืองต่าง ๆ ในไต้หวัน ส่วนนายเซี่ยฯ ได้ย้ำว่า ช่องแคบไต้หวันล้วนเป็นส่วนหนึ่งของจีนเดียว จึงไม่มีอะไรที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ พรรค KMT ยืนหยัดใน “ฉันทามติ 1992” คัดค้านการแยกไต้หวันเป็นเอกราช ผลักดันการพัฒนา คสพ. ระหว่างช่องแคบไต้หวัน

    การซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันวันที่ 2 ของกองทัพจีน
    14 min
  • กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๘

    แผ่นดินไหวรุนแรงเมียนมากระทบไทย ไต้หวันแสดงความห่วงใย พร้อมยื่นมือให้ความช่วยเหลือ 

               ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้โพสต์แสดงความห่วงใยต่อเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในเมียนมาและส่งผลกระทบต่อประเทศไทยด้วย ใน facebook ส่วนตัว ในวันเดียวกันกับที่เกิดเหตุคือวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด ที่เมียนมา และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อไทย 

               ผู้นำไต้หวันระบุว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน มอบหมายให้สำนักงานตัวแทนไต้หวันในไทยแลเมียนมาติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติและความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภัยพิบัติ ตลอดจนความเสียหายที่เกิดกับนักลงทุนและชาวไต้หวันในเมียนมาและในไทยอย่างใกล้ชิด 

                ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ไต้หวันจะร่วมมือกับนานาชาติติดตามการกู้ภัยอย่างใกล้ชิด หากมีความต้องการความช่วยเหลือ ไต้หวันก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น

                ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยไต้หวันได้สั่งการให้สำนักป้องกันภัยพิบัติไต้หวันได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของชาวไต้หวัน 

               ส่วนชาวไต้หวันที่พำนักอาศัยหรือที่จะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ผู้นำไต้หวันได้ขอให้ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางการเพื่อป้องกัน aftershocks ที่อาจตามมา หากมีเหตุฉุกเฉินต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน ขอให้ติดต่อไปที่สายตรงของสำนักงานไต้หวันในไทยและในเมียนมา

               นอกจากนี้ ผู้ว่าการกรุงไทเป และผู้ว่าการนครเถาหยวน ได้โพสต์ข้อความแสดงความห่วงใยและย้ำความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือกู้ภัยที่เกิดขึ้นในไทยและในเมียนมาด้วย 

               นายเจี่ยงว่านอัน ผู้ว่าการกรุงไทเป ได้โพสต์แสดงความห่วงใยผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ได้สั่งการให้หน่วยกู้ภัยไทเปเตรียมพร้อมเดินทางไปช่วยเหลือ ซึ่งมี จนท. รวม 63 นาย และสุนัขค้นหา 2 ตัว เพร้อมออกเดินทางใน 1 ชม. เมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งสุนัขค้นหามีผู้ดูแลที่มีใบรับรองระหว่างประเทศ 2 นาย กับสุนัขค้นหาที่ผ่านการรับรองแล้ว 2 ตัว

              ส่วนนายจาง ซ่านเจิ้ง ผู้ว่าการเถาหยวน ได้แสดงความห่วงใยและเตรียมพร้อมส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปช่วยเหลือกู้ภัยที่ไทยและเมียนมาแล้ว โดยได้เตรียมพร้อมหน่วยกู้ภัย 40 นาย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย 35 นาย แพทย์และพยาบาล 4 นาย และวิศวกรโยธา 1 นาย พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง 

              ส่วนทางด้านการท่องเที่ยวไต้หวันได้ประกาศให้บริษัททัวร์ไต้หวันปฏิบัติตามที่ระบุในข้อ 14 ในสัญญาการซื้อทัวร์ที่บริษัททัวร์ไต้หวันขายให้ลูกค้าไปเที่ยวเมืองไทยแต่ยกเว้นภูเก็ด และเมียนมา ที่ทำกับนักท่องเที่ยวที่ระบุให้ลูกค้ามีสิทธิยกเลิกทัวร์ได้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย โดยจะต้องคืนค่ามัดจำทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแล้ว เพื่อลดความวิตกกังวลของชาวไต้หวัน อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวของไทยก็ได้ออกประกาศเป็นภาษาไทยและอังกฤษระบุว่า “จากเหตุการณ์ผลกระทบจากแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ขณะนี้ สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ธุรกิจกลับมาดำเนินการต่อได้ สถานที่ท่องเที่ยวรวมถึง ศูนย์ประชุมต่าง ๆ เปิดบริการเป็นปกติแล้ว ทั้งนี้ จะมีการประเมินสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เป็นระยะต่อไป”

    ทำเนียบประธานาธิบดีย้ำปลุกปั่นใช้กำลังอาวุธเพื่อรวมชาติ ล้ำเส้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของระบอบประชาธิปไตย 

               สืบเนื่องจากกรณีของคู่สมรสชาวจีนที่พำนักอาศัยกับครอบครัวในไต้หวัน ซึ่งมีอาชีพเป็นเน็ทไอดอลอัดคลิปต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน และได้มีการใช้ช่องทางเน็ทไอดอลปลุกปั่นให้ใช้กำลังอาวุธในการรวมชาติ จนถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวันสั่งยกเลิกสิทธิการพำนักในไต้หวันกับครอบครัวและบังคับให้เดินทางออกจากไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางความเห็นต่างเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น บางส่วนเห็นว่า การแสดงความคิดเห็นของเน็ทไอดอลคู่สมรสจีนผู้นี้เป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น บางส่วนก็เห็นด้วยกับคำสั่งของ สตม. ไต้หวัน กระทั่งมีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยได้ร่วมกันออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติต่อเน็ทไอดอลคู่สมรสจีนผู้นี้ที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และโจมตีว่า นับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เข้ารับตำแหน่งผู้นำไต้หวันเป็นต้นมา ทำให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของผู้คนถูกกดดันและหดแคบลง นั้น นางกัวหย่าฮุ่ย โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า การปลุกปั่นให้ใช้กำลังอาวุธเพื่อการรวมชาติเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และล้ำเส้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตยด้วย นายเฉินเป้ยเจ๋อ สมาชิกสภาวิจัยแห่งชาติของไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระดมนักวิชาการกว่า 75 ท่าน ออกแถลงการณ์ร่วม ระบุว่าหลังจากที่ประธานาธิบดีไล่ฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำไต้หวันเป็นต้นมา ก็ได้อาศัยแนวทางประชานิยมระดมพลังกลุ่มผู้สนับสนุน ทำให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในไต้หวันหดแคบลงและถูกกดดันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เขายังระบุว่า ตอนนี้มีความรู้สึกว่า บรรยากาศแห่งการใช้กฎอัยการศึกอย่างในอดีตเริ่มกลับมาปกคลุมไต้หวันอีกครั้ง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพรรค DPP ควร “แตะเบรก” แต่เนิ่น ๆ 

             นางกัวหย่าฮุ่ยระบุอีกว่า ไต้หวันเป็นสังคมประชาธิปไตย รากฐานของประเทศชาติคือเสรีภาพและประชาธิปไตย ทำเนียบประธานาธิบดีเคารพและจะปกป้องความเห็นต่างในสังคมอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่การปลุกปั่นให้ก่อสงครามรุกรานไต้หวัน หรือสร้างความโกรธแค้นตลอดจนใช้ความรุนแรงเป็นการละเมิดขอบเขตแห่งอนุสัญญาของสหประชาชาติ เป็นการท้าทายต่อระบอบเสรีภาพประชาธิปไตยของไต้หวัน และเป็นการล้ำเส้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและประชาธิปไตยด้วย 

    ไต้หวันกวาดล้างสปายจีนสั่งจำคุก 4 นายทหารขายความลับทางทหารให้จีนจำคุก 7 ปี 

             3 นายทหาร ประจำหน่วยสารวัตรทหารและ 1 นายทหารฝ่ายไอทีของกระทรวงกลาโหมไต้วหัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการสืบทราบว่าพัวพันการขายความลับทางทหารให้แก่หน่วยข่าวกรองของจีน อัยการท้องถิ่นไทเปได้สืบสวนสอบสวนและสั่งฟ้อง ซึ่งศาลท้องถิ่นไทเปได้อ่านคำพิพากษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตัดสินจำคุกนายทหารทั้ง 4 นาย ตั้งแต่ 5 ปี 10 เดือน ถึง 7 ปี 

             รายงานข่าวระบุว่า 3 สารวัตรทหารเป็นสารวัตรประจำกองพลที่ 211 ดูแลความปลอดภัยของทำเนียบประธานาธิบดี ส่วนนายทหารอีกรายรับผิดชอบด้านการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม คำฟ้องของอัยการระบุว่า สารวัตรทหารรายหนึ่งที่แซ่ไล่ เข้าประจำการเมื่อ ส.ค. 2015 และปลดประจำการเดือน พ.ย. 2023 ส่วนนายทหารแซ่เฉิน เข้าประจำการเมื่อเดือน ธ.ค. 2017 ปลดประจำการวันที่ 1 ก.ค. 2023 นายทหารแซ่หลี เข้าประจำการเดือน มิ.ย. 2018 ปลดประจำการวันที่ 1 ก.พ. 2024 ส่วนอีกนายแซ่หลิน เข้าประจำการเดือน ส.ค. 2021 ปลดประจำการเดือน ส.ค. 2024 

             อัยการสอบพบว่า นายทหารแซ่ไล่ฯ กับแซ่เฉิน ถูกเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยข่าวกรองของจีนซื้อตัวโดยการแนะนำของนายหวงฯ ซึ่งยังคงอยู่ในระหว่างการถูกหมายจับในขณะนี้ พัวพันการขายความลับทางทหารให้แก่จีนตั้งแต่เดือน เม.ย. 2022 โดยนายเฉินฯ ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพหนังสือราชการที่เป็นความลับทางทหารมอบให้นายไล่ฯ จากนั้น นายไล่ฯ ก็ส่งต่อให้กับนายหวงฯ หรือเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของจีน 

             นอกจากนี้ ในช่วงปี 2023 นายหวงฯ ยังใช้ชื่อปลอมชักชวนเพื่อน ๆ นายทหารในกองทัพว่า ต้องการขายข่าวกรองเพื่อแลกกับผลตอบแทนหรือไม่ แล้วนำช่องทางการติดต่อกับนายทหารอีกรายมอบให้แก่นายไล่ฯ แล้วนายไล่ฯ ก็นำข่าวกรองเหล่านี้มอบให้แก่นายหวงฯ หรือเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของจีน แต่โชคดีที่นายทหารประจำการผู้นี้ไม่ตกหลุมพรางแล้วสืบหาความลับให้

     

    14 min

About กระแสประชาธิปไตย

From the publisher's feed