กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗


Listen Later

ไต้หวันยกระดับเตือนเดินทางไปจีน ฮ่องกงและมาเก๊า เป็นระดับสีส้ม ไม่จำเป็นอย่าไป 

         คณะกรรมการกิจการจีนเแผ่นดินใหญ่ (MAC) ไต้หวัน ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยกระดับเตือนการเดินทางไปจีน ฮ่องกง และมาเก๊า เป็นระดับ "สีส้ม" เตือนชาวไต้หวันหากไม่จำเป็นไม่ควรเดินทางไปยัง 3 เขตดังกล่าว ทั้งนี้ เป็นการแสดงท่าทีหลังจากที่จีนได้ประกาศ "ความเห็น 22 มาตรา ลงโทษกลุ่มยุยงปลุกปั่นแยกไต้หวันเป็นเอกราช" โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต อย่างไรก็ดี MAC ไต้หวัน ย้ำว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเตือนหากเห็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ 

ผู้นำไต้หวันเรียกร้องทุกฝ่ายสามัคคีกันรับมือมาตรการต่อต้านแยกไต้หวันเป็นเอกราชของจีน 

          สืบเนื่องจากกรณีที่ทางการจีนได้ประกาศกฎหมายว่าด้วยการลงโทษผู้มีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นให้มีการแยกไต้หวันเป็นเอกราช โดยโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตนั้น ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวันได้แสดงจุดยืนในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของพรรค DPP ในฐานะหัวหน้าพรรคว่า ชาวไต้หวันร้อยละ 90 ขึ้นไปอาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับใหม่ของจีนฉบับนี้ ชาวไต้หวันจึงควรเล็งเห็นถึงความเสี่ยงในการไปลงทุนหรือไปท่องเที่ยวที่จีน ในขณะที่รัฐบาลก็จะไม่วางเฉยในเรื่องนี้โดยเด็ดขาด 

         จากคำบอกเล่าของผู้ที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ระบุว่า ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ได้กล่าวถึงกรณีการประกาศใช้กฎหมาย 22 มาตรา ลงโทษผู้มีพฤติกรรมแยกไต้หวันเป็นเอกราช ในส่วนของขอบเขต กลุ่มเป้าหมาย และรูปแบบที่ครอบจักรวาลเช่นนี้ ทำให้ชาวไต้หวันกว่า 90% ก็อาจถูกกฎหมายฉบับนี้เล่นงานได้ จึงได้เตือนประชาชนว่าควรต้องประเมินความเสี่ยงในการไปท่องเที่ยวหรือไปลงทุนในจีน และย้ำว่ารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการอย่างรอบคอบในเรื่องนี้

ปธน. ไล่ชิงเต๋อ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 

กต. สหรัฐฯ ประณามจีนบ่อนทำลายเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวัน

           นาย Matthew Millerโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ ขอประณามอย่างรุนแรงต่อกรณีที่เจ้าหน้าที่จีนสร้างความตึงเครียดและบ่อนทำลายเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวัน และได้ขอให้ระงับยับยั้งชั่งใจ อย่าได้ดำเนินการใด  ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันบน่ช่องแคบไต้หวันโดยพลการ โดยนายหลี่ เวิ่น โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ได้ระบุผ่านทวิตเตอร์หรือ X ว่า ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันขอขอบคุณโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ที่ได้ประณามจีน บ่อนทำลายเสถียรภาพและก่อให้เกิดความตึงเครียดขึ้นในภูมิภาค 

          ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันย้ำว่า การคุกคามด้วยความรุนแรงของจีน มุ่งเฉพาะเจาะจงชาวไต้หวันด้วยจุดยืนทางการเมืองของตน ซึ่งไม่เป็นผลดีแม้แต่น้อยต่อการรักษาสันติภาพ ประชาคมโลกต้องร่วมกันประณามพฤติกรรมของจีน ที่ต้องการอาศัยกฎหมายภายในของตนมาเป็นอาวุธของตน 

Matthew Miller โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ 

นายกฯ ไต้หวันย้ำจำเป็นต้องเสนอตีความรัฐธรรมนูญและระงับการใช้กฎหมายที่ยังเป็นที่ถกเถียงกัน 

           นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่ ได้ระบุในการประชุม ครม. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลจะเสนอให้มีการตีความรัฐธรรมนูญและระงับการใช้เป็นการชั่วคราวต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติที่เพิ่งผ่านการพิจารณาและปฏิเสธการทบทวนเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยนายกรัฐมนตรีจั๋วฯ ระบุว่า ญัตติขอให้ทบทวนกฎหมายฉบับนี้ของรัฐบาลไม่ผ่านการรับรองจากสภานิติบัญญัติ รัฐบาลจึงต้องเสนอให้ตีความรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีช่องโหว่มากมาย และขัดรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้นเพื่อปกป้องระบบระเบียบของรัฐธรรมนูญ สภาบริหารจึงมีความจำเป็นต้องเสนอให้มีการตีความรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว พร้อมทั้งย้ำว่า กรณีนี้มิใช่การเป็นต่อต้านการปฏิรูปรัฐสภา แต่หวังว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐสภาจะสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 

นายกรัฐมนตรีจั๋วหรงไท่ (กลาง) สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 

        ร่างแก้ไขกฎหมายขยายอำนาจรัฐสภามีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งรัฐบาลวิตกกังวลว่าจะทำให้การแบ่งอำนาจระหว่างฝ่ายต่าง ๆ จะเกิดความวุ่นวาย สับสนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบประธานาธิบดี สภาตรวจสอบ และวิปพรรค DPP ต่างเสนอให้มีการตีความรัฐธรรมนูญ โดยนายกรัฐมนตรีจั๋วฯ ได้ระบุในการประชุมสภาบริหารดังกล่าวข้างต้น

        อย่างไรก็ดี แม้กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิฉย ดังนั้น ในช่วงสูญญากาศนี้ สภาบริหารจะดำเนินการอย่างไร นายเฉินซื่อไข่ โฆษกสภาบริหาร ระบุว่า นายกฯ จั๋วฯ ตอบกระทู้ของ สส. ซึ่งก็ไปเป็นตามที่กฎหมายระบุ ส่วนการดำเนินการของรัฐบาลก็จะเป็นด้วยความรอบคอบ หากศาลรัฐธรรมนูญมิได้มีคำวินิจฉัยภายใน 6 เดือน รัฐบาลจะขอต่ออายุการระงับใช้กฎหมายนี้ต่อหรือไม่ นายเฉินฯ ระบุว่า ตอนนี้เราจะต้องมุ่งไปที่การขอให้ระงับการใช้ชั่วคราวก่อน ซึ่งหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในทิศทางบวก

       ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ได้ระบุว่านายกรัฐมนตรีจั๋วฯ ควรยอมรับผลการเสนอญัตติทบทวน มิเช่นนั้นก็ต้องลาออก ซึ่งมีนักวิชาการเห็นว่าสภาบริหารยังไม่ได้ใช้สิทธิในการตีความรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลอาจไม่รับคำร้อง

 

จู ลี่หลุน หัวหน้าพรรค KMT

 
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti