
Sign up to save your podcasts
Or


๑. ผู้นำไต้หวันย้ำไต้หวันต้องสามัคคี ไม่ยอมสยบให้แก่แรงกดดันใด ๆ และจะไม่หยุดการติดต่อแลกเปลี่ยนกับทั่วโลก
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เสร็จสิ้นการเยือน 2 พันธมิตรในอเมริกากลาง กลับถึงไต้หวันแล้วเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา และได้เปิดแถลงข่าวที่สนามบินนานาชาติเถาหยวนระบุว่า การเยือน “หุ้นส่วนประชาธิปไตยเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ในคราวนี้ ได้เยือนกัวเตมาลาและเบลิซ แวะผ่านนิวยอร์กกับลอสแองเจลิส ขอบคุณเจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าว ตลอดจนสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ที่มีส่วนทำให้การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม รวมทั้งต้องขอขอบคุณชาวไต้หวันในต่างประเทศที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อไต้หวัน และเจ้าหน้าที่ที่การทูตในต่างประเทศทั้งหมด
ปธน. ไช่อิงเหวิน แถลงข่าวผลสำเร็จในการเยือน 2 พันธมืตรในอเมริกากลางและการแวะผ่านสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีไช่ฯ ได้สรุปผลสำเร็จของการเยือนพันธมิตรและแวะผ่านสหรัฐฯ ในคราวนี้ 3 ประการ ได้แก่
1. แม้จะต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด-19 นานถึง 3 ปีศษ แต่โครงการความร่วมมือของเรากับประเทศพันธมิตรของเราก็ยังคงผลักดันต่อไปอย่างราบรื่น ประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นโครงการสร้างโรงพยาบาล Chimaltenangoในกัวเตมาลา ก็ก่อสร้งแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการเพาะพันธ์แพะที่เบลิซ ก็ช่วยเหลือให้ครอบครัวกลุ่มเปราะบางจำนวนมากขึ้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในอนาคตไต้หวันจะุทิศตนด้วยความเป็นมืออาชีพ กลายเป็นพลังแห่งความดีที่สำคัญของโลกใบนี้ และก็จะร่วมมือกับหุ้นส่วนในประชาคมโลกอย่างกระตือรือร้น ก็จะสามารถสร้างผลงานได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
2. ในระหว่างการเยือนในครั้งนี้ ประธานาธิบดี Alejandro Eduardo Giammattei Falla แห่งกัวเตมาลา และ Froyla Tzalam ผู้นำเบลิซ และ John Briceño นายกรัฐมนตรีเบลิซ ต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยว และในช่วงการแวะพักที่สหรัฐฯ ก็ได้พบหารือกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาได้ใช้รูปแบบต่าง ๆ แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน ความเด็ดเดี่ยวในการปกป้องประชาธิปไตย และเสรีภาพของไต้หวัน ได้รับการสนับสนุนจากหุ้นส่วนประชาธิปไตย และทำให้ความผูกพันระหว่างไต้หวันกับหุ้นส่วนประชาธิปไตยเหล่านี้ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
3. ทุกครั้งนี้เดินทางไปยังประเทศต่างๆ ชาวไต้หวันในต่างประเทศก็จะให้การต้อนรับคณะของเราด้วยความอบอุ่นยิ่ง เราส่งเสียงของพวกเราไปยังทั่วโลกด้วยความกล้าหาญและเชื่อมั่นในตัวเอง ส่วนชาวไต้หวันในประเทศก็ติดตามข่าวคราวคณะของเราอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน รวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์ข่าวคราวเหล่านี้ไปทั่วโลก เป็นแนวหลังที่มีพลังยิ่ง
ผู้นำไต้หวันกล่าวย้ำอย่างหนักแน่นในตอนท้ายว่า จะจับมือกับเพื่อนร่วมชาติทั้งในไต้หวันและในต่างประเทศ สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ไม่ยอมสยบให้แก่แรงกดดันและภัยคุกคามใด ๆ และจะไม่ยอมหยุดการติดต่อแลกเปลี่ยนกับทั่วโลก แม้จะเจออุปสรรคขวากหนามใด ๆ ก็ตาม
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน แถลงผลสำเร็จการเยือน 2 พันธมิตร
๒. ผู้นำไต้หวันย้ำไต้หวันไม่โดดเดี่ยว
ประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน ได้แถลงหลังการพบหารือกับนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ เมื่อบ่ายวันที่ 5 เม.ย. 2566 (ตรงกับเวลาเช้ามืดของวันที่ 6 เม.ย. ตามเวลาในไทเป) และสมาชิกรัฐสภาจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ของ สรอ. ณ หอสมุดโรนัลด์ เรแกน โดยระบุว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมหอสมุดโรนัลด์ เรแกนอีกครั้ง และได้มีโอกาสพบหารือกับ นาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ และผู้นำรัฐสภาจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ได้สละเวลาอันมีค่า การสนับสนุนอย่างเด็ดเดี่ยวและการเข้าร่วมของท่านในวันนี้ทำให้ชาวไต้หวันเข้าใจว่า ไต้หวันไม่โดดเดี่ยว และไม่ว้าเหว่
ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุว่า ระบุอีกว่า หอสมุดโรนัลด์ เรแกน เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการพบหารือกัน เปิดโอกาสให้เราแสดงความคารวะต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำโลก ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงทางการทูต อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนได้แสดงบทบาทสำคัญร่วมมือกับรัฐสภา ปกป้องและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีเรแกน ได้เสนอหลักประกัน 6 ประการต่อไต้หวันในปี ค.ศ. 1982 และรัฐสภาก็ได้ผ่านกฎหมายสำคัญคือ “กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน” เป็นการวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่ความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนมายาวนานกว่า 40 ปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เราได้ปกป้องสันติภาพ ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง และเป็นสักขีพยานต่อการพัฒนาอย่างรุ่งโรจน์ของประชาธิปไตยไต้หวัน ด้วย
ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุอีกว่า ปัจจุบันผู้คนรู้กันทั่วไปว่าประชาธิปไตย และสันติภาพที่เราสู้อุตส่าห์ปกป้องมาก่อนหน้านี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อน ในปัจจุบันประชาธิปไตยกำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม ดังนั้น การปกป้องมิให้ประภาคารแห่งประชาธิปไตยนี้ไม่มีวันดับมอดไปตลอดกาล จึงเป็นภารกิจเร่งด่วน ประธานาธิบดีเรแกน เคยกล่าวไว้ว่า “เสรีภาพมิใช่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทุกรุ่นจะต้องปกป้องและต่อสู้เพื่อเสรีภาพอยู่ไม่ขาด”
ประธานาธิบดีไช่ฯ กล่าวว่า ในการพบหารือกับผู้นำรัฐสภาตอนเช้าวันนี้ ตนได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสถานะสันติภาพในปัจจุบันของไต้หวัน เพื่อให้ชาวไต้หวันได้มีชีวิตอยู่ในสังคมที่เปิดกว้างและมีเสรีภาพต่อไป ในการพบหารือ ประธานาธิบดีไช่ฯ ได้กล่าวถึงอุดมการณ์ของ ประธานาธิบดีเรแกนที่ว่า “หากต้องการปกป้องสันติภาพ ก็จะต้องเสริมสร้างตนเองให้เข้มแข็ง” ซึ่งขอเพียงให้เราสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ก็จะต้องเข้มแข็งยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ประธานาธิบดีไช่ฯ ยังได้แสดงความขอบคุณผู้นำรัฐสภา สหรัฐฯ ในฐานะตัวแทนของชาวไต้หวันด้วย ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันเสนอกฎหมาย ทุกฉบับเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ และให้ไต้หวันเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ ได้ช่วยให้ไต้หวันมีความสามารถในการป้องกันตนเองเข้มแข็งยิ่งขึ้น รวมทั้เสริมสร้างการเชื่อมต่อด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนไต้หวันให้เข้าร่วมกิจกรรมประชาคมโลกอย่างมีความหมาย ซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อการปกป้องผลประโยชน์ ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพร่วมกันในอินโดแปซิฟิก
ประธานาธิบดีไช่ฯ ย้ำว่า ไต้หวันได้มุมานะพยายามกลายเป็นหุ้นส่วนที่วางใจได้ของโลก และเป็นหลักศิลาแห่งความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนเป็นพลังแห่งคุณงามความดี สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า “ธรรมะไม่โดดเดี่ยว ต้องมีผู้เคียงกายเป็นแน่” ในขณะที่ไต้หวันกำลังมุมานะพยายามปป้องรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากต่อการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และท่ามกลางการเผชิญหน้ากับโลกยุคใหม่ เราต้องจดจำไว้ให้มั่นว่า หลักการแห่งการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นมั่นคง จะลืมอุดมการณ์และคำสั่งสอนของประธานาธิบดีเรแกนไม่ได้
สุดท้ายประธานาธิบดีไช่ฯ ได้ขอบคุรการให้ต้อนรับและมิตรภาพของนายแมคคาธี และขอบคุณมิตรในรัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งหมดที่ยืนอยู่เคียงข้างไต้หวันมาโดยตลอด
การพบหารือในครั้งนี้ นอกจากนายแมคคาธีแล้ว ยังประกอบไปด้วย นาย Peter Aguilar ประธานคณะทำงานพรรคเดโมแครต นายMike Gallagher ประธานคณะกรรมาธิการพิเศษ “การแข่งขันยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน” นาย Raja Krishnamoorthi สมาชิกรัฐสภาพรรคเดโมแครต “การแข่งขันยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน” นาย Jason Smith ประธานคณะกรรมาธิการ “งบประมาณ” และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหลายท่าน ได้แก่ นาย Adrian Smith นาย Seth Moulton นาย Ashley Hinson นาย John Moolenaar นาย Michelle Steel นายRob Wittman นาย Carlos Gimenez นายHaley Stevens นาย Julia Brownley นายRitchie Torres นายTrent Kelly นายJohn Curtis นายAumua Amata Coleman Radewagen และนายRyan Zinke ส่วนฝ่ายไต้หวันประกอบไปด้วย นายหลินเจียหลง เลขาธิการทำเนียบ ปธน. นายจางตุนหาน รองเลขาธิการทำเนียบ ปธน. นายอู๋เจาเซี่ย รมว. กต. นายเฉิน โอวป๋อ นายเฉิน หมิงเหวิน นายชิว เฉินเหยวี่ยน ส.ส. ไต้หวัน และนางเซียว เหม่ยฉิน ผู้แทนไต้หวัน ประจำ สรอ.
๒. กลาโหมไต้หวันย้ำรับมือการซ้อมรบของจีนอย่างมีสติและรอบคอบ
กระทรวงกลาโหมไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กรณีที่จีนประกาศซ้อมรบรอบเกาะและซ้อมยิงกระสุนจริง ย้ำว่า กองทัพไต้หวันได้ใช้มาตรการเฝ้าระวังร่วมทุกหน่วยปฏิบัติการ จับตาความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิด ทุกฝีก้าว และเตรียมพร้อมตลอด 24 ชม. รับมืออย่างเหมาะสม ทุ่มเทปกป้องความปลอดภัยแห่งชาติอย่างเต็มความสามารถ
กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทัพจีนส่งเครื่องบินรบ เรือรบเข้ามาก่อกวนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคนี้ กระทั่งใช้ข้ออ้างการแวะผ่านสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินเป็นเครื่องบังหน้าจัดการซ้อมรบขนาดใหญ่ บ่อนทำลายสันติภาพ เสถียรภาพและความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างรุนแรง ซึ่งกองทัพไต้หวันจะรับมือด้วยความรอบคอบ มีเหตุมีผล และจริงจัง ยึดหลักการ “ไม่ยกระดับการปะทะกัน ไม่ก่อให้เกิดข้อขัดแย้ง” เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกลชิด ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของชาติ
ทั้งนี้ กองบัญชาการยุทธภูมิตะวันออก กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ได้ประกาศผ่านแอพพลิเคชั่นเวยป๋อ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประกาศตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 เม.ย. กองทัพจีนจะจัดการซ้อมรบร่วมรอบเกาะไต้หวัน เหนือจรดใต้ ทั้งทางเรือและทางอากาศ โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. นี้ กองบัญชาการยุทธภูมิตะวันออกมีแผนการจัดการฝึกซ้อมรบร่วมบริเวณช่องแคบไต้หวันและเหนือจรดใต้ตลอดแนว รวมทั้งการซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศบริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะไต้หวัน ส่วนกรมกิจการทางทะเล มณฑลฝูเจี้ยนของจีนก็ได้ประกาศจัดการซ้อมยิงกระสุนจริงบริเวณชายฝั่งฝูโจว และผิงถาน
ส่วนก่อนหน้านี้ ในช่วงก่อนการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน กับนายเควิน แมคคาธี ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ จีนได้ประกาศฝึกซ้อมการลาดตระเวณบริเวณภาคเหนือและกลางช่องแคบไต้หวันโดยใช้ชื่อว่า “การลาดตระเวณทางทะเลหมายเลข 06” ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. รวม 3 วัน
By , Rti๑. ผู้นำไต้หวันย้ำไต้หวันต้องสามัคคี ไม่ยอมสยบให้แก่แรงกดดันใด ๆ และจะไม่หยุดการติดต่อแลกเปลี่ยนกับทั่วโลก
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เสร็จสิ้นการเยือน 2 พันธมิตรในอเมริกากลาง กลับถึงไต้หวันแล้วเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา และได้เปิดแถลงข่าวที่สนามบินนานาชาติเถาหยวนระบุว่า การเยือน “หุ้นส่วนประชาธิปไตยเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” ในคราวนี้ ได้เยือนกัวเตมาลาและเบลิซ แวะผ่านนิวยอร์กกับลอสแองเจลิส ขอบคุณเจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าว ตลอดจนสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ที่มีส่วนทำให้การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม รวมทั้งต้องขอขอบคุณชาวไต้หวันในต่างประเทศที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อไต้หวัน และเจ้าหน้าที่ที่การทูตในต่างประเทศทั้งหมด
ปธน. ไช่อิงเหวิน แถลงข่าวผลสำเร็จในการเยือน 2 พันธมืตรในอเมริกากลางและการแวะผ่านสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีไช่ฯ ได้สรุปผลสำเร็จของการเยือนพันธมิตรและแวะผ่านสหรัฐฯ ในคราวนี้ 3 ประการ ได้แก่
1. แม้จะต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด-19 นานถึง 3 ปีศษ แต่โครงการความร่วมมือของเรากับประเทศพันธมิตรของเราก็ยังคงผลักดันต่อไปอย่างราบรื่น ประสบผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นโครงการสร้างโรงพยาบาล Chimaltenangoในกัวเตมาลา ก็ก่อสร้งแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการเพาะพันธ์แพะที่เบลิซ ก็ช่วยเหลือให้ครอบครัวกลุ่มเปราะบางจำนวนมากขึ้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในอนาคตไต้หวันจะุทิศตนด้วยความเป็นมืออาชีพ กลายเป็นพลังแห่งความดีที่สำคัญของโลกใบนี้ และก็จะร่วมมือกับหุ้นส่วนในประชาคมโลกอย่างกระตือรือร้น ก็จะสามารถสร้างผลงานได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
2. ในระหว่างการเยือนในครั้งนี้ ประธานาธิบดี Alejandro Eduardo Giammattei Falla แห่งกัวเตมาลา และ Froyla Tzalam ผู้นำเบลิซ และ John Briceño นายกรัฐมนตรีเบลิซ ต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยว และในช่วงการแวะพักที่สหรัฐฯ ก็ได้พบหารือกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาได้ใช้รูปแบบต่าง ๆ แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน ความเด็ดเดี่ยวในการปกป้องประชาธิปไตย และเสรีภาพของไต้หวัน ได้รับการสนับสนุนจากหุ้นส่วนประชาธิปไตย และทำให้ความผูกพันระหว่างไต้หวันกับหุ้นส่วนประชาธิปไตยเหล่านี้ แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
3. ทุกครั้งนี้เดินทางไปยังประเทศต่างๆ ชาวไต้หวันในต่างประเทศก็จะให้การต้อนรับคณะของเราด้วยความอบอุ่นยิ่ง เราส่งเสียงของพวกเราไปยังทั่วโลกด้วยความกล้าหาญและเชื่อมั่นในตัวเอง ส่วนชาวไต้หวันในประเทศก็ติดตามข่าวคราวคณะของเราอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน รวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์ข่าวคราวเหล่านี้ไปทั่วโลก เป็นแนวหลังที่มีพลังยิ่ง
ผู้นำไต้หวันกล่าวย้ำอย่างหนักแน่นในตอนท้ายว่า จะจับมือกับเพื่อนร่วมชาติทั้งในไต้หวันและในต่างประเทศ สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ไม่ยอมสยบให้แก่แรงกดดันและภัยคุกคามใด ๆ และจะไม่ยอมหยุดการติดต่อแลกเปลี่ยนกับทั่วโลก แม้จะเจออุปสรรคขวากหนามใด ๆ ก็ตาม
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน แถลงผลสำเร็จการเยือน 2 พันธมิตร
๒. ผู้นำไต้หวันย้ำไต้หวันไม่โดดเดี่ยว
ประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน ได้แถลงหลังการพบหารือกับนาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ เมื่อบ่ายวันที่ 5 เม.ย. 2566 (ตรงกับเวลาเช้ามืดของวันที่ 6 เม.ย. ตามเวลาในไทเป) และสมาชิกรัฐสภาจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ของ สรอ. ณ หอสมุดโรนัลด์ เรแกน โดยระบุว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมหอสมุดโรนัลด์ เรแกนอีกครั้ง และได้มีโอกาสพบหารือกับ นาย Kevin McCarthy ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ และผู้นำรัฐสภาจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ได้สละเวลาอันมีค่า การสนับสนุนอย่างเด็ดเดี่ยวและการเข้าร่วมของท่านในวันนี้ทำให้ชาวไต้หวันเข้าใจว่า ไต้หวันไม่โดดเดี่ยว และไม่ว้าเหว่
ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุว่า ระบุอีกว่า หอสมุดโรนัลด์ เรแกน เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการพบหารือกัน เปิดโอกาสให้เราแสดงความคารวะต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำโลก ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงทางการทูต อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนได้แสดงบทบาทสำคัญร่วมมือกับรัฐสภา ปกป้องและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีเรแกน ได้เสนอหลักประกัน 6 ประการต่อไต้หวันในปี ค.ศ. 1982 และรัฐสภาก็ได้ผ่านกฎหมายสำคัญคือ “กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน” เป็นการวางรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่ความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนมายาวนานกว่า 40 ปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เราได้ปกป้องสันติภาพ ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง และเป็นสักขีพยานต่อการพัฒนาอย่างรุ่งโรจน์ของประชาธิปไตยไต้หวัน ด้วย
ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุอีกว่า ปัจจุบันผู้คนรู้กันทั่วไปว่าประชาธิปไตย และสันติภาพที่เราสู้อุตส่าห์ปกป้องมาก่อนหน้านี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อน ในปัจจุบันประชาธิปไตยกำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม ดังนั้น การปกป้องมิให้ประภาคารแห่งประชาธิปไตยนี้ไม่มีวันดับมอดไปตลอดกาล จึงเป็นภารกิจเร่งด่วน ประธานาธิบดีเรแกน เคยกล่าวไว้ว่า “เสรีภาพมิใช่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทุกรุ่นจะต้องปกป้องและต่อสู้เพื่อเสรีภาพอยู่ไม่ขาด”
ประธานาธิบดีไช่ฯ กล่าวว่า ในการพบหารือกับผู้นำรัฐสภาตอนเช้าวันนี้ ตนได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสถานะสันติภาพในปัจจุบันของไต้หวัน เพื่อให้ชาวไต้หวันได้มีชีวิตอยู่ในสังคมที่เปิดกว้างและมีเสรีภาพต่อไป ในการพบหารือ ประธานาธิบดีไช่ฯ ได้กล่าวถึงอุดมการณ์ของ ประธานาธิบดีเรแกนที่ว่า “หากต้องการปกป้องสันติภาพ ก็จะต้องเสริมสร้างตนเองให้เข้มแข็ง” ซึ่งขอเพียงให้เราสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ก็จะต้องเข้มแข็งยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ประธานาธิบดีไช่ฯ ยังได้แสดงความขอบคุณผู้นำรัฐสภา สหรัฐฯ ในฐานะตัวแทนของชาวไต้หวันด้วย ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันเสนอกฎหมาย ทุกฉบับเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ และให้ไต้หวันเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ ได้ช่วยให้ไต้หวันมีความสามารถในการป้องกันตนเองเข้มแข็งยิ่งขึ้น รวมทั้เสริมสร้างการเชื่อมต่อด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนไต้หวันให้เข้าร่วมกิจกรรมประชาคมโลกอย่างมีความหมาย ซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อการปกป้องผลประโยชน์ ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพร่วมกันในอินโดแปซิฟิก
ประธานาธิบดีไช่ฯ ย้ำว่า ไต้หวันได้มุมานะพยายามกลายเป็นหุ้นส่วนที่วางใจได้ของโลก และเป็นหลักศิลาแห่งความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนเป็นพลังแห่งคุณงามความดี สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า “ธรรมะไม่โดดเดี่ยว ต้องมีผู้เคียงกายเป็นแน่” ในขณะที่ไต้หวันกำลังมุมานะพยายามปป้องรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมากต่อการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และท่ามกลางการเผชิญหน้ากับโลกยุคใหม่ เราต้องจดจำไว้ให้มั่นว่า หลักการแห่งการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นมั่นคง จะลืมอุดมการณ์และคำสั่งสอนของประธานาธิบดีเรแกนไม่ได้
สุดท้ายประธานาธิบดีไช่ฯ ได้ขอบคุรการให้ต้อนรับและมิตรภาพของนายแมคคาธี และขอบคุณมิตรในรัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งหมดที่ยืนอยู่เคียงข้างไต้หวันมาโดยตลอด
การพบหารือในครั้งนี้ นอกจากนายแมคคาธีแล้ว ยังประกอบไปด้วย นาย Peter Aguilar ประธานคณะทำงานพรรคเดโมแครต นายMike Gallagher ประธานคณะกรรมาธิการพิเศษ “การแข่งขันยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน” นาย Raja Krishnamoorthi สมาชิกรัฐสภาพรรคเดโมแครต “การแข่งขันยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน” นาย Jason Smith ประธานคณะกรรมาธิการ “งบประมาณ” และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหลายท่าน ได้แก่ นาย Adrian Smith นาย Seth Moulton นาย Ashley Hinson นาย John Moolenaar นาย Michelle Steel นายRob Wittman นาย Carlos Gimenez นายHaley Stevens นาย Julia Brownley นายRitchie Torres นายTrent Kelly นายJohn Curtis นายAumua Amata Coleman Radewagen และนายRyan Zinke ส่วนฝ่ายไต้หวันประกอบไปด้วย นายหลินเจียหลง เลขาธิการทำเนียบ ปธน. นายจางตุนหาน รองเลขาธิการทำเนียบ ปธน. นายอู๋เจาเซี่ย รมว. กต. นายเฉิน โอวป๋อ นายเฉิน หมิงเหวิน นายชิว เฉินเหยวี่ยน ส.ส. ไต้หวัน และนางเซียว เหม่ยฉิน ผู้แทนไต้หวัน ประจำ สรอ.
๒. กลาโหมไต้หวันย้ำรับมือการซ้อมรบของจีนอย่างมีสติและรอบคอบ
กระทรวงกลาโหมไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กรณีที่จีนประกาศซ้อมรบรอบเกาะและซ้อมยิงกระสุนจริง ย้ำว่า กองทัพไต้หวันได้ใช้มาตรการเฝ้าระวังร่วมทุกหน่วยปฏิบัติการ จับตาความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิด ทุกฝีก้าว และเตรียมพร้อมตลอด 24 ชม. รับมืออย่างเหมาะสม ทุ่มเทปกป้องความปลอดภัยแห่งชาติอย่างเต็มความสามารถ
กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทัพจีนส่งเครื่องบินรบ เรือรบเข้ามาก่อกวนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคนี้ กระทั่งใช้ข้ออ้างการแวะผ่านสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินเป็นเครื่องบังหน้าจัดการซ้อมรบขนาดใหญ่ บ่อนทำลายสันติภาพ เสถียรภาพและความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างรุนแรง ซึ่งกองทัพไต้หวันจะรับมือด้วยความรอบคอบ มีเหตุมีผล และจริงจัง ยึดหลักการ “ไม่ยกระดับการปะทะกัน ไม่ก่อให้เกิดข้อขัดแย้ง” เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกลชิด ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของชาติ
ทั้งนี้ กองบัญชาการยุทธภูมิตะวันออก กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ได้ประกาศผ่านแอพพลิเคชั่นเวยป๋อ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประกาศตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 เม.ย. กองทัพจีนจะจัดการซ้อมรบร่วมรอบเกาะไต้หวัน เหนือจรดใต้ ทั้งทางเรือและทางอากาศ โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. นี้ กองบัญชาการยุทธภูมิตะวันออกมีแผนการจัดการฝึกซ้อมรบร่วมบริเวณช่องแคบไต้หวันและเหนือจรดใต้ตลอดแนว รวมทั้งการซ้อมรบทางทะเลและทางอากาศบริเวณฝั่งตะวันออกของเกาะไต้หวัน ส่วนกรมกิจการทางทะเล มณฑลฝูเจี้ยนของจีนก็ได้ประกาศจัดการซ้อมยิงกระสุนจริงบริเวณชายฝั่งฝูโจว และผิงถาน
ส่วนก่อนหน้านี้ ในช่วงก่อนการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน กับนายเควิน แมคคาธี ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ จีนได้ประกาศฝึกซ้อมการลาดตระเวณบริเวณภาคเหนือและกลางช่องแคบไต้หวันโดยใช้ชื่อว่า “การลาดตระเวณทางทะเลหมายเลข 06” ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. รวม 3 วัน