
Sign up to save your podcasts
Or


กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีนเรียกร้องไทยจับมือไต้หวันเพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค ด้วยมิตรภาพอันช้านานระหว่างกัน
การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ของไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างแรงกระเพื่อมให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับไทยไม่น้อย เมื่อไทยกับจีนได้จัดทำ “ถ้อยแถลงร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านและการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมองไปข้างหน้า และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีข้อความที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันเห็นว่าเป็นการบิดเบือนและด้อยค่าอย่างรุนแรงต่ออธิปไตยของไต้หวัน โดยกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันสาธารณรัฐจีนได้ออกแถลงข่าวตอบโต้อย่างรุนแรงและเรียกร้องให้ไทยจับมือกับไต้หวันบนมิตรภาพที่เป็นมาอย่างยาวนาน เพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค แต่ก็ได้แสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการที่รัฐบาลไทยยอมปฏิบัติตามความต้องการของจีนในการด้อยค่าอธิปไตยของไต้หวัน
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีนได้ย้ำว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนเป็นประเทศอธิปไตย ไม่ได้ขึ้นต่อกันกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางการจีนคอมมิวนิสต์ไม่เคยปกครองไต้หวันแม้แต่เพียงวันเดียว การกล่าวอ้างเพื่อบิดเบือนฐานะความมีอธิปไตยของไต้หวันที่ไม่ตรงกับความจริงใด ๆ ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันที่ประชาคมโลกให้การยอมรับได้
นายกรัฐมนตรีแพทองธารฯ ของไทยเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบหารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ทั้งนายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งได้ลงนามในความตกลงความร่วมมือระหว่างกันหลายฉบับ เพื่อจับมือกับจีนในการปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทั้งของไทยและจีนบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา รวมทั้งลงนามในถ้อยแถลงร่วมที่ไต้หวันเห็นว่าเป็นการด้อยค่าอธิปไตยของไต้หวันดังกล่าวด้วย และได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาวที่เมืองฮาร์บิน พร้อมกับผู้นำของหลายประเทศในเอเชีย
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ออกแถลงข่าวตอบโต้แถลงการณ์ร่วมระหว่างจีนกับอีกหลายประเทศที่มีผู้นำเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ฤดูหนาวที่เมืองฮาร์บิน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสาธารณรัฐคีร์กีซสถาน และประเทศบรูไน โดยเน้นย้ำที่จะปกป้องอธิปไตยของไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยวและไม่เปลี่ยนแปลง ร่วมมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ต่อต้านการข่มขู่คุกคามทั้งด้วยวาจาและกำลังทหารจากจีน สกัดการขยายอำนาจของลัทธิอำนาจนิยม ปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วโลกให้ปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองต่อไป
ผู้นำไต้หวันลั่นนำไต้หวันสู่เกาะเทคโลยีอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยคุณค่าแห่งประชาธิปไตย เพื่อให้ไต้หวันปลอดภัยมากขึ้น
ไต้หวันได้สั่งให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาและวิชาการต่าง ๆ งดเว้นการใช้โปรแกรม DeepSeek ที่จีนเป็นผู้คิดค้นขึ้นเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อได้กล่าวย้ำว่า ไต้หวันต้องเร่งพัฒนาAI พัฒนาให้ไต้หวันเป็นเกาะอัจฉริยะแห่งประชาธิปไตย แต่การพัฒนาโปรแกรม DeepSeek ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ สร้างความวิตกกังวลในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร สภาบริหารไต้หวันได้สั่งห้ามหน่วยงานของรัฐใช้โปรแกรมดังกล่าวแล้ว โดยประธานาธิบดีไลฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ได้ระบุว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของการขยายตัวของลัทธิอำนาจนิยม ประเทศสำคัญ ๆ ทั่วโลกต่างมีเอไอที่เป็นของตนเอง ซึ่งไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับอิทธิพลของจีนอย่างรุนแรง จำเป็นต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเอไอเป็นของตนเองให้เร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องเชื่อมต่ออย่างแนบแน่นกับประเทศประชาธิปไตย พัฒนาไต้หวันให้กลายเป็นเกาะอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยคุณค่าแห่งประชาธิปไตย
นางโหวอี๋ซิ่ว ผู้อำนวยการสถาบันอัจฉริยะไต้หวัน ได้รับเชิญให้บรรยายในหัวข้อ “การควบคุมการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบภาษาของจีนกับการรับมือของไต้หวัน DeepSeek ของจีนเป็นตัวอย่างในการศึกษา” เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำความรู้จักกับ DeepSeek ให้มากยิ่งขึ้น
นางหานอิ๋ง โฆษกพรรค DPP ระบุว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ได้กล่าวหลังรับฟังรายงานว่า ทั่วโลกมีความต้องการการบริการเอไอเพิ่มมากขึ้น จีนก็ได้ขยายตลาดไปทั่วโลก ดังนั้น การตรวจสอบเนื้อหาของจีนมีกลไกที่เข้มงวดมากขึ้น กลายเป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จีนอาศัยการบริการเอไอมาสร้างอิทธิพลต่อคุณค่าของโลก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง สร้างความเสี่ยงต่อพันธมิตรประชาธิปไตยทั่วโลก ซึ่งไต้หวันอยู่ในแนวหน้าสุดของผลกระทบเหล่านี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
นางหานอิ๋ง โฆษกพรรค DPP
ประธานาธิบดีไล่ฯ ระบุว่า การบริการของเอไอ DeepSeek ของจีนมีภาษาเพื่อฝึกฝนการตรวจสอบและจำกัดความคิดที่แตกต่างออกไป และละเมิดความเป็นปัจเจกบุคคลของผู้ใช้ด้วย ซึ่งจนถึงตอนนี้ มีหลายประเทศเริ่มมีกฎระเบียบห้ามหรือจำกัดการเข้าถึงแล้ว อย่าง สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย อินเดีย ไอร์แลนด์ อิตาลี และมาเลเซีย นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AI Action Summit ซึ่งจะมีการคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ซึ่งในส่วนของรัฐบาล สภาบริหารได้ประกาศห้ามหน่วยงานราชการใช้โปรแกรมดังกล่าวแล้ว เพื่อเสริมกำแพงป้องกันการปลอดภัยด้านไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐ
ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากลัทธิอำนาจนิยมที่ขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง ประเทศยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ล้วนมีโปรแกรมเอไอเป็นของตนเอง และเนื่องจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ไต้หวันจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงอิทธิพลจากจีนได้ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม จึงต้องเร่งฝีก้าวและจับมือกับพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อเสริมโครงสร้างทางการเมืองและการปกครองให้มีความเข้มแข็งเชื่อมโยงเข้ากับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก
ศึกชิงตำแหน่งผู้นำพรรค TPP เข้มข้น หลังสองผู้สมัครโต้คารมดุเดือด
พรรคประชาชนไต้หวันหรือพรรค TPP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับ 2 ในไต้หวัน ได้จัดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมหัวหน้าพรรคคนใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยสองผู้สมัครได้แก่นายหวงกั๋วชาง รักษาการหัวหน้าพรรคฯ และ สส. บัญชีรายชื่อของพรรค กับนางไช่ปี้หยู อดีต สส. ของพรรคฯ และอดีตคนสนิทของนายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป และอดีตหัวหน้าพรรคฯ ลงชิงชัยในตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ สมัยที่ 2 คนใหม่
นายหวงกั๋วชางได้กล่าวในการแถลงนโยบายเพื่อขอคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรคฯ ว่า จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปและเสริมการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มข้นมากขึ้น และวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐเผด็จการในยุคต้นของพรรคก๊กมินตั๋ง สุดท้ายก็ถูกประชาชนใช้บัตรลงคะแนนเสียงปลดพรรคก๊กมินตั๋งออกจากการเป็นรัฐบาล นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวถึงพรรค DPP ที่ประสบความสำเร็จเป็นรัฐบาลสมัยที่ 3 แต่ก็กำลังก้าวสู่หนทางแห่งเผด็จการ ผูกขาดอำนาจ และทุจริตคอร์รัปชั่น เน่าเฟะ ส่วนนางไช่ปี้หยู คู่แข่งก็กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้ากรณีที่อดีตหัวหน้าพรรคคือนายเคอเหวินเจ๋อ ถูกอายัดตัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ปีที่แล้ว ทำให้เธอนอนไม่หลับทั้งคืน “เจ็บปวดสุดหัวใจ” ความยุติธรรมของกระบวนการตุลาการไต้หวันดูเหมือนว่าจะดับมอดสลายไปเสียแล้ว และหวังว่า พรรค TPP จะแสดงบทบาทกันชนให้แก่รถไฟสองขบวนระหว่างพรรค KMT กับพรรค DPP
ทั้งนี้ พรรค TPP จะจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมหัวหน้าพรรคฯ ในวันที่ 15 ก.พ. 2568 เพื่อรับหน้าที่แทนนายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรคนเดิมที่ลาออกเนื่องจากถูกอายัดตัวในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่นโครงการจิงหัวเฉิง ที่ถูกอายังตั้งข้อหาเอื้อประโยชน์ให้แก่เจ้าของโครงการ และถูกอายัดตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
ปัจจุบันพรรค TPP มี ส.ส. ในสภานิติบัญญัติไต้หวัน 8 ที่นั่ง ซึ่งเป็น ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด โดยไม่มี ส.ส. แบบแบ่งเขตแม้แต่เพียงที่นั่งเดียว แต่ก็ถือเป็นเสียงส่วนน้อยที่เป็น “หัวใจ” สำคัญในการลงมติญัตติต่าง ๆ เนื่องจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านมีที่นั่งในสภาฯ ไม่เกินกึ่งหนึ่งทั้งสองพรรค จึงต้องอาศัยเสียงส่วนน้อยจากพรรค TPP แต่ที่ผ่านมาพรรค TPP ยืนอยู่ฝ่ายพรรคฝ่ายค้านมาโดยตลอด
2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค TPP
By , Rtiกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีนเรียกร้องไทยจับมือไต้หวันเพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค ด้วยมิตรภาพอันช้านานระหว่างกัน
การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ของไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างแรงกระเพื่อมให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับไทยไม่น้อย เมื่อไทยกับจีนได้จัดทำ “ถ้อยแถลงร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านและการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีน เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมองไปข้างหน้า และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีข้อความที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันเห็นว่าเป็นการบิดเบือนและด้อยค่าอย่างรุนแรงต่ออธิปไตยของไต้หวัน โดยกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันสาธารณรัฐจีนได้ออกแถลงข่าวตอบโต้อย่างรุนแรงและเรียกร้องให้ไทยจับมือกับไต้หวันบนมิตรภาพที่เป็นมาอย่างยาวนาน เพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค แต่ก็ได้แสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการที่รัฐบาลไทยยอมปฏิบัติตามความต้องการของจีนในการด้อยค่าอธิปไตยของไต้หวัน
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีนได้ย้ำว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนเป็นประเทศอธิปไตย ไม่ได้ขึ้นต่อกันกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางการจีนคอมมิวนิสต์ไม่เคยปกครองไต้หวันแม้แต่เพียงวันเดียว การกล่าวอ้างเพื่อบิดเบือนฐานะความมีอธิปไตยของไต้หวันที่ไม่ตรงกับความจริงใด ๆ ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันที่ประชาคมโลกให้การยอมรับได้
นายกรัฐมนตรีแพทองธารฯ ของไทยเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบหารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ทั้งนายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งได้ลงนามในความตกลงความร่วมมือระหว่างกันหลายฉบับ เพื่อจับมือกับจีนในการปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทั้งของไทยและจีนบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา รวมทั้งลงนามในถ้อยแถลงร่วมที่ไต้หวันเห็นว่าเป็นการด้อยค่าอธิปไตยของไต้หวันดังกล่าวด้วย และได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาวที่เมืองฮาร์บิน พร้อมกับผู้นำของหลายประเทศในเอเชีย
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ออกแถลงข่าวตอบโต้แถลงการณ์ร่วมระหว่างจีนกับอีกหลายประเทศที่มีผู้นำเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ฤดูหนาวที่เมืองฮาร์บิน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสาธารณรัฐคีร์กีซสถาน และประเทศบรูไน โดยเน้นย้ำที่จะปกป้องอธิปไตยของไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยวและไม่เปลี่ยนแปลง ร่วมมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ต่อต้านการข่มขู่คุกคามทั้งด้วยวาจาและกำลังทหารจากจีน สกัดการขยายอำนาจของลัทธิอำนาจนิยม ปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วโลกให้ปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองต่อไป
ผู้นำไต้หวันลั่นนำไต้หวันสู่เกาะเทคโลยีอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยคุณค่าแห่งประชาธิปไตย เพื่อให้ไต้หวันปลอดภัยมากขึ้น
ไต้หวันได้สั่งให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาและวิชาการต่าง ๆ งดเว้นการใช้โปรแกรม DeepSeek ที่จีนเป็นผู้คิดค้นขึ้นเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อได้กล่าวย้ำว่า ไต้หวันต้องเร่งพัฒนาAI พัฒนาให้ไต้หวันเป็นเกาะอัจฉริยะแห่งประชาธิปไตย แต่การพัฒนาโปรแกรม DeepSeek ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ สร้างความวิตกกังวลในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร สภาบริหารไต้หวันได้สั่งห้ามหน่วยงานของรัฐใช้โปรแกรมดังกล่าวแล้ว โดยประธานาธิบดีไลฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ได้ระบุว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของการขยายตัวของลัทธิอำนาจนิยม ประเทศสำคัญ ๆ ทั่วโลกต่างมีเอไอที่เป็นของตนเอง ซึ่งไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับอิทธิพลของจีนอย่างรุนแรง จำเป็นต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเอไอเป็นของตนเองให้เร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องเชื่อมต่ออย่างแนบแน่นกับประเทศประชาธิปไตย พัฒนาไต้หวันให้กลายเป็นเกาะอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยคุณค่าแห่งประชาธิปไตย
นางโหวอี๋ซิ่ว ผู้อำนวยการสถาบันอัจฉริยะไต้หวัน ได้รับเชิญให้บรรยายในหัวข้อ “การควบคุมการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบภาษาของจีนกับการรับมือของไต้หวัน DeepSeek ของจีนเป็นตัวอย่างในการศึกษา” เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำความรู้จักกับ DeepSeek ให้มากยิ่งขึ้น
นางหานอิ๋ง โฆษกพรรค DPP ระบุว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ได้กล่าวหลังรับฟังรายงานว่า ทั่วโลกมีความต้องการการบริการเอไอเพิ่มมากขึ้น จีนก็ได้ขยายตลาดไปทั่วโลก ดังนั้น การตรวจสอบเนื้อหาของจีนมีกลไกที่เข้มงวดมากขึ้น กลายเป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จีนอาศัยการบริการเอไอมาสร้างอิทธิพลต่อคุณค่าของโลก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง สร้างความเสี่ยงต่อพันธมิตรประชาธิปไตยทั่วโลก ซึ่งไต้หวันอยู่ในแนวหน้าสุดของผลกระทบเหล่านี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
นางหานอิ๋ง โฆษกพรรค DPP
ประธานาธิบดีไล่ฯ ระบุว่า การบริการของเอไอ DeepSeek ของจีนมีภาษาเพื่อฝึกฝนการตรวจสอบและจำกัดความคิดที่แตกต่างออกไป และละเมิดความเป็นปัจเจกบุคคลของผู้ใช้ด้วย ซึ่งจนถึงตอนนี้ มีหลายประเทศเริ่มมีกฎระเบียบห้ามหรือจำกัดการเข้าถึงแล้ว อย่าง สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย อินเดีย ไอร์แลนด์ อิตาลี และมาเลเซีย นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม AI Action Summit ซึ่งจะมีการคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ซึ่งในส่วนของรัฐบาล สภาบริหารได้ประกาศห้ามหน่วยงานราชการใช้โปรแกรมดังกล่าวแล้ว เพื่อเสริมกำแพงป้องกันการปลอดภัยด้านไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐ
ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากลัทธิอำนาจนิยมที่ขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง ประเทศยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ล้วนมีโปรแกรมเอไอเป็นของตนเอง และเนื่องจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ไต้หวันจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงอิทธิพลจากจีนได้ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม จึงต้องเร่งฝีก้าวและจับมือกับพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อเสริมโครงสร้างทางการเมืองและการปกครองให้มีความเข้มแข็งเชื่อมโยงเข้ากับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก
ศึกชิงตำแหน่งผู้นำพรรค TPP เข้มข้น หลังสองผู้สมัครโต้คารมดุเดือด
พรรคประชาชนไต้หวันหรือพรรค TPP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับ 2 ในไต้หวัน ได้จัดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมหัวหน้าพรรคคนใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยสองผู้สมัครได้แก่นายหวงกั๋วชาง รักษาการหัวหน้าพรรคฯ และ สส. บัญชีรายชื่อของพรรค กับนางไช่ปี้หยู อดีต สส. ของพรรคฯ และอดีตคนสนิทของนายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป และอดีตหัวหน้าพรรคฯ ลงชิงชัยในตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ สมัยที่ 2 คนใหม่
นายหวงกั๋วชางได้กล่าวในการแถลงนโยบายเพื่อขอคะแนนเสียงจากสมาชิกพรรคฯ ว่า จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปและเสริมการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มข้นมากขึ้น และวิพากษ์วิจารณ์อำนาจรัฐเผด็จการในยุคต้นของพรรคก๊กมินตั๋ง สุดท้ายก็ถูกประชาชนใช้บัตรลงคะแนนเสียงปลดพรรคก๊กมินตั๋งออกจากการเป็นรัฐบาล นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวถึงพรรค DPP ที่ประสบความสำเร็จเป็นรัฐบาลสมัยที่ 3 แต่ก็กำลังก้าวสู่หนทางแห่งเผด็จการ ผูกขาดอำนาจ และทุจริตคอร์รัปชั่น เน่าเฟะ ส่วนนางไช่ปี้หยู คู่แข่งก็กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้ากรณีที่อดีตหัวหน้าพรรคคือนายเคอเหวินเจ๋อ ถูกอายัดตัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ปีที่แล้ว ทำให้เธอนอนไม่หลับทั้งคืน “เจ็บปวดสุดหัวใจ” ความยุติธรรมของกระบวนการตุลาการไต้หวันดูเหมือนว่าจะดับมอดสลายไปเสียแล้ว และหวังว่า พรรค TPP จะแสดงบทบาทกันชนให้แก่รถไฟสองขบวนระหว่างพรรค KMT กับพรรค DPP
ทั้งนี้ พรรค TPP จะจัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมหัวหน้าพรรคฯ ในวันที่ 15 ก.พ. 2568 เพื่อรับหน้าที่แทนนายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรคนเดิมที่ลาออกเนื่องจากถูกอายัดตัวในข้อหาทุจริตคอร์รัปชั่นโครงการจิงหัวเฉิง ที่ถูกอายังตั้งข้อหาเอื้อประโยชน์ให้แก่เจ้าของโครงการ และถูกอายัดตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
ปัจจุบันพรรค TPP มี ส.ส. ในสภานิติบัญญัติไต้หวัน 8 ที่นั่ง ซึ่งเป็น ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด โดยไม่มี ส.ส. แบบแบ่งเขตแม้แต่เพียงที่นั่งเดียว แต่ก็ถือเป็นเสียงส่วนน้อยที่เป็น “หัวใจ” สำคัญในการลงมติญัตติต่าง ๆ เนื่องจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านมีที่นั่งในสภาฯ ไม่เกินกึ่งหนึ่งทั้งสองพรรค จึงต้องอาศัยเสียงส่วนน้อยจากพรรค TPP แต่ที่ผ่านมาพรรค TPP ยืนอยู่ฝ่ายพรรคฝ่ายค้านมาโดยตลอด
2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค TPP