กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๕


Listen Later

๑. วอร์มอัพวันชาติ อวี้ซานฟอรั่ม ครั้งที่ 6 ผู้นำไต้หวันย้ำเสริมการเชื่อมต่อหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ส่วนอดีตรองนายกฯ ไทยย้ำเสถียรภาพและสันติภาพเป็นปมเงื่อนสำคัญในการฟื้นตัวหลังโควิด 

          ในช่วงก่อนพิธีฉลองวันชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ในหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันจะจัดการประชุมสัมนาขนาดใหญ่โดยเชิญนักการเมืองสำคัญจากประเทศต่างๆ  ที่ไต้หวันถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของไต้หวัน กล่าวปาฐกถาแสงวิสัยทัศน์ของตน และเป็นการวอร์มอัพก่อนถึงงานวันชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน วันที่ 10 ต.ค. หรือ ดับเบิลเทน ซึ่งปีนี้เป็นการจัดให้มีขึ้นเป็นครั้งทื่ 6 โดยปีนี้มีระดับอดีตรองนายกฯ ของหลายประเทศ ทั้งนิวซีแลนด์ที่มาไต้หวันด้วยตนเอง ส่วนอดีตนายกฯ ของญี่ปุ่นแม้จะไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่ก็ได้เข้าร่วมการสัมนาโดยระบบเทเลคอนเฟอรฺ์เรนซ์ แสดงวิสัยทัศน์สนับสนุนไต้หวัน นอกจากนี้ ยังมีนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ เดินทางมาเข้าร่วมการสัมนาและกล่าวปาฐกถาในการประชุมด้วย 

         ไฮไลท์ของการประชุมอวี้ซานฟอรัมก็คือการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน โดยปีนี้ ท่านผู้นำไต้หวันได้กล่าวสุนทรพจน์ย้ำนโยบายมุ่งใต้ใหม่ ที่เป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟฟิกของไต้หวัน อาศัยนโยบายดังกล่าว กระชับความร่วมมือกับหุ้นส่วนในภูมิภาคทั้งทางด้านความปลอดภัยและเศรษฐกิจ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังก้าวสู่ยุคหลังโควิด นโยบายมุ่งใต้ใหม่จะเป็นนโยบายสำคัญต่อเอเชียของไต้หวัน ซึ่งในอนาคต ไต้หวันจะกระชับการเชื่อมต่อกับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ร่วมมือกันเพื่อผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก

            ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้กล่าวย้ำว่า รัฐบาลของท่านได้ริเริ่มนโยบายมุ่งใต้ใหม่มาตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นปีแรกที่ท่านขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำไต้หวันสมัยแรก โดยระบุว่า นโยบายมุ่งใต้ใหม่นี้ จะอาศัยการเชื่อมต่อกันระหว่างเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นความสมัพันธ์หุ้นส่วนทั้งทางด้านการลงทุน และการค้า รวมไปจนถึงด้านเทคนิค ด้านการแพทย์ การศึกษา ตลอดจนการเชื่อมต่อระหว่างภาคเอกชน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองโชติช่วงชัชวาลย์ร่วมกัน  

           ผู้นำไต้หวันระบุว่า ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา นโยบายมุ่งใต้ใหม่ของไต้หวันได้ส่งเสริมให้ไต้หวันมีความร่วมมือในทุกมิติทั้งในส่วนภาครัฐและภาคเอกชน ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ได้รับการยอมรับจากหุ้นส่วนและประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับไต้หวัน

           ผู้นำไต้หวันได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของนโยบายมุ่งใต้ใหม่นี้ว่า ในแง่ของการลงทุนไต้หวันมีการลงทุนในอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ส่วนปีที่แล้ว ไต้หวันกับประเทศเป้าหมายมุ่งใต้ใหม่มีการค้าระหว่างกันทุบสถิติที่เคยมีมา โดยมีมูลค่าสูงถึง 1.49 แสนล้านดอลลาร์ 

           ส่วนในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ไต้หวันมีการลงทุนใน 18 ประเทศเป้าหมายมุ่งใต้ใหม่เกินกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นการลงทุนในต่างประเทศของทุนไต้หวันถึง 43.9% นอกจากนี้ ไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของไต้หวันที่ลงทุนในประเทศมุ่งใต้ใหม่ยังทำกำไรได้มากกว่ากำไรจากการลงทุนในจีนเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทั้งไอที เครื่องจักรคุณภาพสูงและการผลิตอัจฉริยะของไต้หวัน อาศัยการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในระบบคลาวน์ ก็ยิ่งทำให้นักธุรกิจไต้หวันสามารถขยายตลาดมุ่งใต้ใหม่ได้มากยิ่งขึ้น 

          สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ชี้ชัดว่า การเบนเข็มการลงทุนไปสู่ประเทศกลุ่มเป้าหมายมุ่งใต้ใหม่ของนักลงทุนไต้หวันได้กลายเป็นแนวโน้มที่กำลังเป็นไปในปัจจุบัน นอกจากนี้ ความสามารถด้านเทคโนโลยี แรงงาน และเทคโนโลยีระดับสูงของไต้หวันได้กลายเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกแล้ว 

          ผู้นำไต้หวันระบุอีกว่า อินโดแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตเร็วที่สุด กลายเป็นภูมิภาคในการพัฒนาสู่อนาคตของศตวรรษที่ 21 ซึ่งเราเห็นแล้วว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อินโดแปซิฟิกกำลังเผชิญหน้ากับการท้าทายอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านกฎระเบียบของความปลอดภัยและการพัฒนาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค กำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามนานาชนิดจากการรุกรานของลัทธิอำนาจนิยม ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา คุณค่าแห่งประชาธิปไตยและกฎระเบียบที่มีพื้นฐานบนกฎกติกาในภูมิภาคกำลังถูกริดรอนบ่อนทำลาย เพื่อปกป้องและเป็นหลักประกันให้แก่สันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก เราจำเป็นต้องสร้างกรอบใหม่แห่งการพัฒนาภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างประเทศต่างๆ  ในภูมิภาคที่มีคุณค่า และอุดมการณ์ประชาธิปไตยใกล้เคียงกัน ซึ่งที่ผ่านมา เราได้เห็นแล้วถึงการทดสอบความร่วมมือในกฎระเบียบใหม่ชนิดต่าง ๆ ในภูมิภาค อย่างการพูดคุยกัน 4 ฝ่าย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลฃีย หรือเรียกว่า QUAD หุ้นส่วนความปลอดภัย 3 ฝ่าย ออสเตรเลีย+อังกฤษ+สหรัฐฯ ที่มีชื่อว่า AUKUS การเจรจากรอบเศรษฐกิจอินโดแปซิฟิก หรือ IPEF ซึ่งเชื่อว่า การอาศัยความร่วมมือและความพยายามร่วมกันที่มากยิ่งขึ้น จะเป็นการสร้างอนาคตแห่งนวัตกรรมให้แก่อินโดแซิฟิก เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในภูมิภาค

๒. อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทยย้ำสันติภาพและเสถียรภาพเป็นปมเงื่อนสำคัญในการฟื้นตัวหลังโควิด

            นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีของไทย ในยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งในแขกผู้มีเกียรติของการประชุมอวี้ซานฟอรัมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเขาได้กล่าวยกตัวอย่างสงครามยูเครนว่า สงครามยูเครนได้ก่อกวนห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยและภาวะเงินเฟ้อ และย้ำว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็คือสันติภาพและเสถียรภาพ 

           นายพงศ์เทพฯ ระบุอีกว่า สันติภาพและเสถียรภาพเป็นปัจจัยหลักแห่งการฟื้นตัวหลังยุคโควิด ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกยากที่จะแบกรับแรงกดดันจากการปะทะกันด้วยกำลังทหารครั้งใหญ่ได้ สถานการณ์ในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกสร้างความวิตกกังวลให้แก่ประเทศต่างๆ  อย่างไรก็ดี ตนก็รู้สึกดีใจที่รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ได้กล่าวย้ำในการกล่าวสุนทรพจน์ย้ำว่า ในประเด็นเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวัน ไต้หวันมีท่าทีเปิดกว้างที่จะเจรจาอยู่ตลอดเวลา และจะไม่กลับไปก้าวสู่การเผชิญหน้าอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 

         นอกจากนี้ อดีตรองนายกฯ ของไทยยังระบุว่า แม้ไทยกับไต้หวันจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตมาตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา แต่ไต้หวันกับไทยก็ยังคงมีมิตรภาพที่ดีต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีของไทย ร่วมงานวันชาติไต้หวันที่จัดโดยชาวไต้หวันในไทย
...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti