
Sign up to save your podcasts
Or


ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นป้อมปราการสุดท้ายแห่งรัฐธรรมนูญ นักวิชาการเรียกร้องคนรุ่นใหม่ทำความเข้าใจให้มากจึงจะสามารถปกป้องประชาธิปไตยได้
ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการตีความรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ที่ฝ่ายค้านรวมหัวกันลงมติให้ผ่านทั้งสามวาระท่ามกลางความไม่พอใจของฝ่ายรัฐบาล จนฝ่ายรัฐบาล ทั้งสภาบริหาร ประธานาธิบดี พรรค DPP สภาตรวจสอบ ได้ร่วมกันเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวขัดแย้งหรือละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้สั่งระงับการใช้ร่างแก้ไขกฎหมายนี้ด้วย ซึ่งในเบื้องต้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ระงับการใช้ร่างกฎหมายดังกล่าวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ จนกลายเป็นการถกเถียงกันเป็นอย่างมากในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ จึงได้จัดสัมนารายการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยนักวิชาการที่เข้าร่วมสัมมนาได้เสนอให้คนรุ่นใหม่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองและรัฐธรรมนูญที่ค่อนข้างเป็นประเด็นที่สลับซับซ้อนนี้ให้มาก และทำความเข้าใจความสำคัญในบทบาทของตุลาการรัฐธรรมนูญ จึงจะสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการเมืองประชาธิปไตยได้
สัมมนาในครั้งนี้ มีองค์กรภาคประชาสังคมต่าง ๆ เข้าร่วมมากมาย อาทิ คลังสมองไต้หวัน มูลนิธิเยาวชนไต้หวัน สมาคมศาสตราจารย์ไต้หวัน อาร์ทีไอ สมาคมติดต่อแลกเปลี่ยนการเมือง เศรษฐกิจและสันติภาพเอเชีย US Taiwan Watchและ สมาคมนักกฎหมายเยาวชนไต้หวัน ตลอดจน Hello Taiwan
ศ. หูป๋อเยี่ยน แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยซูโจว ไต้หวัน ในฐานะพิธีกรได้เปิดฉากการสัมมนาว่า รัฐธรรมนูญดูเหมือนว่าจะลึกซึ้งยากที่จะคาดเดาได้ ซึ่งความจริงแล้วมันเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราอย่างแยกไม่ออกทีเดียว การอาศัยประเด็นการขยายอำนาจรัฐสภา ก็จะเข้าใจได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญแสดงบทบาทอย่างไร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะทำงานโดยราบรื่นได้อย่างไร? เข้าใจความหมายที่แท้จริงของระบอบประชาธิปไตย ผ่านประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้
ผู้เข้าร่วมสัมมนา
รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราอย่างแยกไม่ออก
ในการสัมมนาครั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น “ตุลาการบอกอะไรก็เรา? ตุลาการและศาลรัฐธรรมนูญกับการเมืองระบอบประชาธิปไตย” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทศาลรัฐธรรมนูญกับกฎหมายขยายอำนาจรัฐสภาฯ โดยนายต่งซือฉี รองประธาน post4tw ในฐานะคลังสมองไต้หวัน ระบุว่า ตุลาการนอกจากจะถูกมองว่า “เป็นผู้ที่จะอธิบายในขั้นตอนสุดท้ายของระบบ” แล้ว ยังต้องรับบทบาท “ในฐานะ “ผู้ปกป้องรัฐธรรมนูญ” ด้วย รวมทั้งมีความสามารถในการ “ต่อต้านมติเสียงส่วนใหญ่” มิให้ดำเนินการละเมิดรัฐธรรมนูญ กลายเป็น “เสียงข้างมาก” บ่อนทำลายการเมืองประชาธิปไตย
ตุลาการคือผู้ปกป้องกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ
นายต่งซือฉี ระบุว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ระงับการใช้กฎหมายว่าด้วยการขยายอำนาจรัฐสภาเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มิให้กฎหมายดังกล่าวทำให้การเมืองประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนได้รับผลกระทบจนไม่อาจทดแทนใด ๆ ได้ เขาย้ำว่า ประเด็นการร้องเรียนศาลรัฐธรรมนูญมักจะเกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมายในระดับสูง บุคคลทั่วไปบางทีอาจจะมีความรู้สึกว่าตนมีความรู้พื้นฐานแล้ว แต่ก็หวังว่าเพื่อน ๆ คนรุ่นใหม่จะมีความเข้าใจต่อบทบาท สถานะ และการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการได้ดียิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความสับสนจากการปล่อยข่าวต่าง ๆ นานา ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งต้องระวังอย่าปล่อยให้มีการใช้ปากกามาโจมตีตุลาการที่ปกป้องรัฐธรรมนูญเหล่านี้
ส่วนศาสตราจารย์ไช่หรงเสียง แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจงเจิ้ง ไต้หวัน ก็บอกว่า ตอนนี้เป็นห้วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองระบอบรัฐธรรมนูญ ตุลาการจะแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการ “ปกป้องกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ” ประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในตอนนี้ก็คือการขยายอำนาจของรัฐสภาจนไม่อยู่ในกรอบการตรวจสอบใด ๆ จนมีฐานะสูงกว่ารัฐธรรมนูญ และยังเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดการตีความรัฐธรรมนูญ และละเมิดกฎระเบียบแห่งประชาธิปไตยอีกด้วย
นอกจากนี้ ศ. ไช่ฯ ยังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอำนาจของรัฐสภาของสหรัฐฯ และเยอรมนี โดยย้ำว่า “รัฐสภามิใช่ศาล รัฐสภามีหน้าที่เพียงตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมาายเท่านั้น อย่างเช่น หากอำนาจการตรวจสอบของรัฐสภาไปทำลายข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับทางธุรกิจแล้ว ก็ควรให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้ช่องทางทางด้านกระบวนการตุลาการ ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอความยุติธรรมให้แก่ตัวเอง มิใช่ไปอาศัย “ความมีวินัยของรัฐสภา” แก้ปัญหาภายใน ซึ่งเป็นการละเมิดอำนาจตะลาการ
การเมืองประชาธิปไตยมิใช่เป็นเพียงเรื่องของเสียงข้างมาก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อู๋หมิงเสี้ยว แห่งคณะบริหารและนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยอี้โส่ว ไต้หวัน วิเคราะห์ว่า “การเมืองประชาธิปไตยของเราเป็นการเมืองประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ใช้ความรุนแรง และก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยเผด็จการ” สิ่งที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยที่ใช้ความรุนแรงก็คือ “เสียงข้างมากบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่าง” ส่วน “ประชาธิปไตยเผด็จการ” หมายถึงการอาศัยกลไกประชาธิปไตยให้ได้มาซึ่งอำนาจแล้วอาศัยทุกวิถีทางปกครองในระบอบเผด็จการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในขณะที่ประชาธิปไตยของพวกเราต้องเป็นไปตามกรอบแห่งรัฐธรรมนูญ รักษาการแบ่งอำนาจและ “เส้นแบ่งกับเสียงข้างมาก” เพื่อ “ปกป้องสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน” เป็นเป้าหมายสูงสุด นี่จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
ส่วนผู้พิพากษาเฉียนเจี้ยนหรงก็อธิบายว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะอาศัยอะไรมาต่อกรกับ “เสียงข้างมาก” ในรัฐสภา ความจริงไม่เพียงแต่เป็นกฎระเบียบในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตุลการเท่านั้น หากยังเป็นกลไกในการปกป้องการเมืองประชาธิปไตย ยกระดับคุณภาพประชาธิปไตยให้สูงขึ้น คุณเฉียนเจี้ยนหรงอธิบายเพิ่มเติมว่า การเมืองประชาธิปไตยมิใช่เรื่องเพียงแค่ “เสียงข้างมาก” เท่านั้น แต่ “เสียงข้างมากก็ต้องเคารพเสียงข้างน้อย” พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะต้องมีอำนาจตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การแสดงความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย จึงต้องเสริมคุณภาพการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่งเสริมชีวิตประชาธิปไตยในไต้หวัน
By , Rtiตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นป้อมปราการสุดท้ายแห่งรัฐธรรมนูญ นักวิชาการเรียกร้องคนรุ่นใหม่ทำความเข้าใจให้มากจึงจะสามารถปกป้องประชาธิปไตยได้
ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการตีความรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ที่ฝ่ายค้านรวมหัวกันลงมติให้ผ่านทั้งสามวาระท่ามกลางความไม่พอใจของฝ่ายรัฐบาล จนฝ่ายรัฐบาล ทั้งสภาบริหาร ประธานาธิบดี พรรค DPP สภาตรวจสอบ ได้ร่วมกันเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวขัดแย้งหรือละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้สั่งระงับการใช้ร่างแก้ไขกฎหมายนี้ด้วย ซึ่งในเบื้องต้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ระงับการใช้ร่างกฎหมายดังกล่าวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ จนกลายเป็นการถกเถียงกันเป็นอย่างมากในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ จึงได้จัดสัมนารายการหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยนักวิชาการที่เข้าร่วมสัมมนาได้เสนอให้คนรุ่นใหม่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองและรัฐธรรมนูญที่ค่อนข้างเป็นประเด็นที่สลับซับซ้อนนี้ให้มาก และทำความเข้าใจความสำคัญในบทบาทของตุลาการรัฐธรรมนูญ จึงจะสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการเมืองประชาธิปไตยได้
สัมมนาในครั้งนี้ มีองค์กรภาคประชาสังคมต่าง ๆ เข้าร่วมมากมาย อาทิ คลังสมองไต้หวัน มูลนิธิเยาวชนไต้หวัน สมาคมศาสตราจารย์ไต้หวัน อาร์ทีไอ สมาคมติดต่อแลกเปลี่ยนการเมือง เศรษฐกิจและสันติภาพเอเชีย US Taiwan Watchและ สมาคมนักกฎหมายเยาวชนไต้หวัน ตลอดจน Hello Taiwan
ศ. หูป๋อเยี่ยน แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยซูโจว ไต้หวัน ในฐานะพิธีกรได้เปิดฉากการสัมมนาว่า รัฐธรรมนูญดูเหมือนว่าจะลึกซึ้งยากที่จะคาดเดาได้ ซึ่งความจริงแล้วมันเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราอย่างแยกไม่ออกทีเดียว การอาศัยประเด็นการขยายอำนาจรัฐสภา ก็จะเข้าใจได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญแสดงบทบาทอย่างไร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะทำงานโดยราบรื่นได้อย่างไร? เข้าใจความหมายที่แท้จริงของระบอบประชาธิปไตย ผ่านประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้
ผู้เข้าร่วมสัมมนา
รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราอย่างแยกไม่ออก
ในการสัมมนาครั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น “ตุลาการบอกอะไรก็เรา? ตุลาการและศาลรัฐธรรมนูญกับการเมืองระบอบประชาธิปไตย” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทศาลรัฐธรรมนูญกับกฎหมายขยายอำนาจรัฐสภาฯ โดยนายต่งซือฉี รองประธาน post4tw ในฐานะคลังสมองไต้หวัน ระบุว่า ตุลาการนอกจากจะถูกมองว่า “เป็นผู้ที่จะอธิบายในขั้นตอนสุดท้ายของระบบ” แล้ว ยังต้องรับบทบาท “ในฐานะ “ผู้ปกป้องรัฐธรรมนูญ” ด้วย รวมทั้งมีความสามารถในการ “ต่อต้านมติเสียงส่วนใหญ่” มิให้ดำเนินการละเมิดรัฐธรรมนูญ กลายเป็น “เสียงข้างมาก” บ่อนทำลายการเมืองประชาธิปไตย
ตุลาการคือผู้ปกป้องกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ
นายต่งซือฉี ระบุว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ระงับการใช้กฎหมายว่าด้วยการขยายอำนาจรัฐสภาเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มิให้กฎหมายดังกล่าวทำให้การเมืองประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนได้รับผลกระทบจนไม่อาจทดแทนใด ๆ ได้ เขาย้ำว่า ประเด็นการร้องเรียนศาลรัฐธรรมนูญมักจะเกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมายในระดับสูง บุคคลทั่วไปบางทีอาจจะมีความรู้สึกว่าตนมีความรู้พื้นฐานแล้ว แต่ก็หวังว่าเพื่อน ๆ คนรุ่นใหม่จะมีความเข้าใจต่อบทบาท สถานะ และการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการได้ดียิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดความสับสนจากการปล่อยข่าวต่าง ๆ นานา ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งต้องระวังอย่าปล่อยให้มีการใช้ปากกามาโจมตีตุลาการที่ปกป้องรัฐธรรมนูญเหล่านี้
ส่วนศาสตราจารย์ไช่หรงเสียง แห่งคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจงเจิ้ง ไต้หวัน ก็บอกว่า ตอนนี้เป็นห้วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองระบอบรัฐธรรมนูญ ตุลาการจะแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการ “ปกป้องกฎระเบียบแห่งรัฐธรรมนูญ” ประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในตอนนี้ก็คือการขยายอำนาจของรัฐสภาจนไม่อยู่ในกรอบการตรวจสอบใด ๆ จนมีฐานะสูงกว่ารัฐธรรมนูญ และยังเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดการตีความรัฐธรรมนูญ และละเมิดกฎระเบียบแห่งประชาธิปไตยอีกด้วย
นอกจากนี้ ศ. ไช่ฯ ยังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอำนาจของรัฐสภาของสหรัฐฯ และเยอรมนี โดยย้ำว่า “รัฐสภามิใช่ศาล รัฐสภามีหน้าที่เพียงตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวบทกฎหมาายเท่านั้น อย่างเช่น หากอำนาจการตรวจสอบของรัฐสภาไปทำลายข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับทางธุรกิจแล้ว ก็ควรให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้ช่องทางทางด้านกระบวนการตุลาการ ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอความยุติธรรมให้แก่ตัวเอง มิใช่ไปอาศัย “ความมีวินัยของรัฐสภา” แก้ปัญหาภายใน ซึ่งเป็นการละเมิดอำนาจตะลาการ
การเมืองประชาธิปไตยมิใช่เป็นเพียงเรื่องของเสียงข้างมาก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อู๋หมิงเสี้ยว แห่งคณะบริหารและนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยอี้โส่ว ไต้หวัน วิเคราะห์ว่า “การเมืองประชาธิปไตยของเราเป็นการเมืองประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่ใช้ความรุนแรง และก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยเผด็จการ” สิ่งที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยที่ใช้ความรุนแรงก็คือ “เสียงข้างมากบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่าง” ส่วน “ประชาธิปไตยเผด็จการ” หมายถึงการอาศัยกลไกประชาธิปไตยให้ได้มาซึ่งอำนาจแล้วอาศัยทุกวิถีทางปกครองในระบอบเผด็จการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในขณะที่ประชาธิปไตยของพวกเราต้องเป็นไปตามกรอบแห่งรัฐธรรมนูญ รักษาการแบ่งอำนาจและ “เส้นแบ่งกับเสียงข้างมาก” เพื่อ “ปกป้องสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน” เป็นเป้าหมายสูงสุด นี่จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
ส่วนผู้พิพากษาเฉียนเจี้ยนหรงก็อธิบายว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะอาศัยอะไรมาต่อกรกับ “เสียงข้างมาก” ในรัฐสภา ความจริงไม่เพียงแต่เป็นกฎระเบียบในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตุลการเท่านั้น หากยังเป็นกลไกในการปกป้องการเมืองประชาธิปไตย ยกระดับคุณภาพประชาธิปไตยให้สูงขึ้น คุณเฉียนเจี้ยนหรงอธิบายเพิ่มเติมว่า การเมืองประชาธิปไตยมิใช่เรื่องเพียงแค่ “เสียงข้างมาก” เท่านั้น แต่ “เสียงข้างมากก็ต้องเคารพเสียงข้างน้อย” พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะต้องมีอำนาจตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การแสดงความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย จึงต้องเสริมคุณภาพการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่งเสริมชีวิตประชาธิปไตยในไต้หวัน