กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕


Listen Later

๑. ผู้นำไต้หวันย้ำไต้หวันเป็นประชาธิปไตยอันดับ 1 ในเอเชียด้วยความมุมานะพยายามร่วมกันของชาวไต้หวัน

      เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าว EIU ได้ประกาศผลการจัดอันดับดัชนีประชาธิปไตยประจำปี 2021 (Democracy Index 2021) โดยจัดให้ไต้หวันอยู่ในอันดับ 8 ของโลก ซึ่งไต้หวันเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับแรกของการจัดอันดับในครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังถูกจัดให้เป็นประเทศประชาธิปไตยเต็มใบ หรือ Full democracy และเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและความพยายามร่วมกันของชาวไต้หัวน จนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั้งหลาย

      ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้สถานการณ์การระบาดของโควิดและลัทธิอำนาจนิยมที่ขยายตัวไปทั่วโลก ทำให้ระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกตกอยู่ในภาวะแห่งความท้าทาย ในขณะที่ไต้หวันยืนหยัดปกป้องประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ไต้หวันต่อต้านโควิดจนกลายเป็น “ไต้หวันโมเดล” ทั้งทางด้านการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารอย่างโปร่งใส ตลอดจนยุทธศาสตร์และประสบการในการป้องกันโรคทุกอย่างล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุด

      เฟสบุ๊กของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้ระบุอีกว่า การพัฒนาให้เศรษฐกิจไต้หวันเป็นที่จับตา การรณรงค์ภาคประชาสังคมก็คึกคักและรุ่งโรจน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งไต้หวันจะร่วมกับประเทศที่มีอุดมใกล้เคียงกัน สร้างเครือข่ายแห่งคุณค่าและห่วงโซ่อุปทานอันมั่นคง และเนื่องจากการยืนหยัดในระบอบเสรีภาพประชาธิปไตย ทำให้ไต้หวันมีการพัฒนาเศรษฐกิจโดดเด่นเป็นพิเศษ เป็นความมุมานะพยายามร่วมกันของชาวไต้หวันทั้งมวล ซึ่งผู้นำไต้หวันได้แสดงความขอบคุณต่อประชาชนทุกผู้ทุกนาม ที่ร่วมกันพยายามให้ประชาคมโลกมองเห็นไต้หวัน เส้นทางแห่งเสรีภาพประชาธิปไตยเส้นนี้ เป็นเส้นทางที่ไต้หวันต้องยืนหยัดและก้าวต่อไปอย่างมี่หยุดยั้ง

๒. สถานการณ์ยูเครนเครียดหนัก กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันเตือนชาวไต้หวันรีบอพยพออกจากยูเครนโดยด่วน

      ในช่วงที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียไดระดมสรรพกำลังประชิดชายแดนยูเครน จนกลายเป็นวิกฤตที่อาจเกิดสงครามขึ้นได้ทุกเวลา กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้เรียกร้องให้ชาวไต้หวันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังยูเครน ซึ่งตอนนี้มีผู้ที่ทำงานหรือนักศึกษาในในยูเครนอยู่ประมาณ 25 คน ก็ควรรีบอพยพออกจากยูเครนโดยด่วน

      กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุในแถลงข่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาย้ำจุดยืนของรัฐบาลไต้หวัน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดนของยูเครน คัดค้านการใช้กำลังอาวุธในการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันโดยพลการ ขอเรียกร้องให้ประเทศต่าง  ๆ   ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้ ควรอาศัยสันติวิธี เจรจาด้วยเหตุด้วยผลมาแก้ปัญหาความไม่ลงรอยและความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มุมานะพยายามร่วมกันรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค ตลอดจนในขอบเขตทั่วโลก ปฏิบัติตามกฎระเบียบระหว่างประเทศเป็นพื้นฐานด้วย

      กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุอีกว่า เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนรัสเซียกับยูเครน ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องความปลอดภัยของชาวไต้หวัน จึงขอให้ชาวไต้หวันหลีกเลี่ยงเดินทางไปยูเครน และขอให้เจ้าหน้าที่และนักเรียนไต้หวันในยูเครนประมาณ 25 คน เร่งเดินทางออกจากยูเครน

      นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ยังได้ระบุว่า หากมีเหตุฉุกเฉินต้องการขอความช่วยเหลือ ก็สามารถโทรศัพท์สายด่วนขอความช่วยเหลือได้ที่ +7-969-008-6111 สำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำรัสเซียที่ดูแลพื้นที่ยูเครน หรือโทรศัพทขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์แสดงสินค้าไต้หวันในนครเคียฟ +380-44-537-0982

ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณชายแดนรัสเซีย-ยูเครน มีกองทัพรัสเซียตั้งประจำการจำนวนมาก

สร้างความวิตกให้กับหลายประเทศ

๓. พรรคก๊กมินตั๋งเตรียมรณรงค์ต่อต้านสินค้าอาหารจากฟูคุชิมะ ของญี่ปุ่น ส่วนรัฐบาลระบุสร้างความแตกแยก

      หลังจากที่รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศเปิดตลาดให้แก่สินค้าอาหารนำเข้าจาก 5 จังหวัดในฟูคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่พรรคก๊กมินตั๋งเป็นอย่างยิ่ง นายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคฯ ได้ประกาศว่า พรรคก๊กมินตั๋งจะระดมวิปพรรคในสภาท้องถิ่นต่าง ๆ ปกป้องความปลอดภัยในอาหาร สกัดมิให้ “อาหารที่มีกัมมันตรภาพรังสี” รั่งไหลเข้าสู่สถานศึกษาต่าง ๆ ส่วนนายโจวเจียงเจี๋ย โฆษกพรรค ดีพีพี พรรครัฐบาลไต้หวันระบุว่า ความคิดเห็นไร้สาระนานาชนิดของพรรคก๊กมินตั๋ง แม้จะผู้ว่าการจังหวัดต่าง ๆ ที่สังกัดพรรคก๊กมินตั๋งก็ยังไม่ยอมปฏิบัติตาม จึงหวังอย่างจริงใจว่า พรรคก๊กมินตั๋งจะเก็บรับบทเรียนจากการลงประชามติเมื่อปลายปีที่แล้ว ไม่มสร้างความแตกแยกและความปฏิปักษ์ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น จนทำให้ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี นอกจากนี้ เขายังระบุว่า พรรคก๊กมินตั๋งควรเอาเวลาไปเรียกร้องให้ผู้ว่าจังหวัดและเมืองต่าง ๆ ในสังกัดของพรรคก๊กมินตั๋งสร้างมาตรฐานที่เป็นเอกภาพกับส่วนกลาง ดีกว่าที่จะเสียเวลาเล่นเกมส์การเมืองแก้รัฐธรรมนูญหรือร่างกฎระเบียบการปกครองท้องถิ่น หามาตรการสกัดอหารนำเข้าให้ปลอดภัย จึงจะสามารถช่วยเหลือให้ประชาชนมีอาหารที่ปลอดภัยได้ใช้ในการบริโภคได้

      ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายในสังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษคือปัญหาอาหารในสถาบันการศึกษา นายโจวเจียงเจี๋ย ระบุว่า รัฐบาลได้ผลักดันนโยบายให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งสั่งซื้ออาหารที่ผลิตในไต้หวันเท่านั้น โดยมาตราที่ 23 กฎหมายอนามัยสถาบันการศึกษาก็ระบุชัดว่า “อาหารที่โรงเรียนจัดหาให้แก่นักเรียนต้องจัดซื้อวัตถุดิบที่ผลิตในไต้หวันและได้รับการรับรองจากหน่วยงานด้านการเกษตรของรัฐบาลกลางเป็นหลัก”

นายจูลี่หลุน (สวมหน้ากากสีแดง) หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti