
Sign up to save your podcasts
Or


จับกระแสในรอบสัปดาห์
อดีตนายกฯ ทาโรฯ ของญี่ปุ่นระบุ ต้องทำให้ศัตรูเข้าใจถึงความเด็ดเดี่ยวของไต้หวัน
อดีตนายกรัฐมนตรี Taro Aso ของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเยือนไต้หวัน ได้กล่าวในงานสัมนาว่าด้วยความปลอดภัย Ketagalan ที่ไทเป ย้ำว่า สันติภาพบนช่องแคบไต้หวันเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของภูมิภาคนี้ ผู้นำสหรัฐฯ และญี่ปุ่น และผู้นำ G7 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน กระตุ้นให้อาศัยสันติวิธีแก้ปัญหาความไม่ลงรอยบนช่องแคบไต้หวัน ซึ่งความจริงแล้วได้กลายเป็นฉันทามติร่วมกันของประเทศต่างๆ แล้ว แต่หากจะทำให้ได้ถึงจุดนี้ ก็จะต้องเสริมสมรรถนะในการข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามที่เหมาะสมด้วย
ปธน.ไช่ฯ ต้อนรับคณะที่เข้าร่วมการประชุม Ketagalan หวังร่วมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนานาประเทศ
“การประชุม Ketagalan-ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก ประจำปี 2023” (Ketagalan Forum: 2023 Indo-Pacific Security Dialogue) ที่กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และมูลนิธิ The Prospect Foundation ร่วมกันจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคมสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเช้าวันนี้ (9 สิงหาคม )ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้การต้อนรับคณะที่เข้าร่วมการประชุม ซึ่งรวมถึงนายอันดรูส อันซิป (Andrus Ansip) อดีตนายกรัฐมนตรีเอสโตเนียและผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศอื่น โดยกล่าวขอบคุณทุกท่านจากทั่วทุกมุมโลก ที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เพื่อร่วมธำรงรักษาเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรี และแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อไต้หวัน
ยุทธการกบเลือกนาย เลือกตั้งประธานาธิบดี 2024
ก่อนอื่นเราไปติดตามความเคลื่อนไหวของว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวัน 2024 ของพรรคการเมืองและกลุ่มต่าง ๆ กันก่อนนะครับ
รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ว่าที่ผู้สมัครของพรรค DPP พรรครัฐบาล ได้เดินทางเยือนปารากวัยในฐานะทูตพิเศษของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เข้าร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ของปารากวัย นาย ซานติอาโก เปญ่า ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งและจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ส.ค. ศกนี้ ซึ่งเขาได้เยือนไต้หวันเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นปึกระหว่างกัน ในโอกาสครบรอบ 66 ปี สัมพันธ์ไต้หวัน-ปารากวัย โดยรองประธานาธิบดีไล่ฯ จะแวะพักเพื่อเปลี่ยนเครื่องที่สหรัฐฯ ทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งจีนมีปฏิกิริยาเหมือนที่เคยมีมา และประกาศซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันข่มขู่ไต้หวันอีก
ก่อนออกเดินทาง รองประธานาธิบดีไล่ฯ ได้เผยแพร่คลิปหาเสียงกับเยาวชนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 3 ตอน “ไล่ฯ ซัง หนุนเยาวชน”เรียกตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “คุณ” สร้างความใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ได้พอสมควร คลิป 3 เรื่องดังกล่าวประกอบไปด้วยคลิป “หนุนเยาวชน” “อุดหนุนค่าเทอม” และ “นโยบายความเป็นธรรมในการมีที่อยู่อาศัย” หวังเสริมฐานคะแนนเสียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังคงไล่ตามคู่แข่งอยู่ไม่น้อย
ในส่วนของคู่แข่งฝ่ายสีน้ำเงินก็มีความเคลื่อนไหวค่อนข้างคึกคักพอสมควร อย่างนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ว่าที่ผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋ง ก็เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับนโยบายพลังงาน ที่ยังคงยืนหยัดในนโยบายที่จะอาศัยพลังงานสะอาดอย่างพลังงานนิวเคลียร์โดยจะขยายอายุการใช้งานของโรงงานนิวเคลียร์ทั้ง 3 แห่ง และจะปรับปรุงซ่อมแซมโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งที่ 4 ที่ถูกปิดไปเป็นการชั่วคราวหลังสร้างเสร็จ รวมทั้งได้ประกาศว่า เมื่อถึงปี 2050 จะใช้พลังงานนิวเคลียร์ผลิตกระแสไฟฟ้าในไต้หวันในสัดส่วน 18% หรือเท่ากับกำลังการผลิตของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 10 โรง ของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ทีเดียว เงื่อนไขสำคัญของนายโหวฯ ก็คือต้องปลอดภัย 100% ซึ่งถูกพรรครัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้เมืองต่าง ๆ ในไต้หวันต้องมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เมืองละ 1 แห่ง และโจมตีนายโหวฯ ว่า “ใช้นโยบายนิวเคลียร์มาหาเสียงเลือกตั้ง”
นโยบายพลังงานของนายโหวฯ ประกอบไปด้วย การยืดอายุโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 1 2 และ 3 ส่วนโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ก็จะปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้งานหลังปิดไปตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จ ลดการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าในปี 2030 ทำให้ไต้หวันปลอดถ่านหินในปี 2040 กลายเป็น 0 ในปี 2050
ส่วนนายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน หรือ TPP ในฐานะว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีของพรรคฯ ได้กล่าวย้ำในพิธีฉลองครบรอบ 4 ปี ก่อตั้งพรรค TPP ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โจมตีรัฐบาลประธานาธิบดีไช่อิงเหวินว่า ในช่วง 7 ปีที่ครองอำนาจได้จัดทำงบประมาณพิเศษสูงถึง 2 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน มากกว่ายุคของอดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วถึง 2 เท่าตัว และยังก่อหนี้สาธารณะอีกเกือบ 6 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ก่อหนี้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานของไต้หวัน นอกจากนี้ นายเคอฯ ยังได้ย้ำจุดยืนของตนเพื่อกลบกระแสการดึงนายเทอร์รี่กัว เจ้าของฟอกซ์คอน์น มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไต้หวัน มาลงสมัครคู่กับเขาโดยให้เขาเป็นแค่รองประธานาธิบดี โดยย้ำว่า เขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในนามพรรคประชาชนไต้หวันจนถึงที่สุด
ส่วนนายกัวไถหมิง หรือเทอร์รี่ กัว เจ้าของกลุ่มทุนฟอกซ์คอน์น มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไต้หวัน ที่มีความมุ่งมั่นจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีพรรคการเมืองสังกัดเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาขอเป็นผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ต้องผิดหวังเมื่อพรรคก๊กมินตั๋งตัดสินใจเสนอชื่อนายโหวฯ ทำให้เขาต้องออกมาเคลื่อนไหวหาเสียงเพื่อเสริมฐานคะแนนเสียงของตน ซึ่งมีแนวโน้มว่านายกัวฯ อาจลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครอิสระ หากพลาดหวังจากการขอเป็นตัวแทนพรรคการเมืองในฝ่ายสีน้ำเงินทั้งพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคประชาชนไต้หวัน หากเป็นเช่นนี้จริงก็จะทำให้ความหวังของฝ่ายสีน้ำเงินที่ต้องการล้มพรรค DPP ที่เป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบันมีอุปสรรคขวากหนามมากยิ่งขึ้นและยากที่จะประสบความสำเร็จได้
นายกัวฯ เคลื่อนไหวหาเสียงอย่างหนักและดึงนักการเมืองของพรรคก๊กมินตั๋งในท้องถิ่นต่าง ๆ มาสนับสนุนตน จนหัวหน้าพรรคฯ ต้องออกมาขู่ว่า อาจต้องพิจารณาลงโทษผู้ละเมิดมติพรรคฯ ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกัวฯ ได้จัดปราศัยหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ผิงตง เมืองทางภาคใต้สุดของไต้หวัน มีนายโดจวเตี่ยนลุ่น ประธานสภาผิงตง พรรคก๊กมินตั๋งขึ้นเวทีปราศัยสนับสนุนนายกัวด้วย นอกจากนี้ ในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดเหมียวลี่ ยังมีนายสวี เย้าชาง อดีตผู้ว่าเหมียวลี่ พรรคก๊กมินตั๋ง ในฐานะบ้านใหญ่ที่เหมียวลี่ ขึ้นเวทีปราศัยสนับสนุนนายกัวฯ และประกาศต้อง “ปลดพรรคก๊กมินตั๋งออกจากเวที” ซึ่งในเวลาต่อมาเขาแก้ตัวว่า “พูดผิด ๆ” ส่วนนายโหวฯ ได้เรียกร้องให้นายกัวฯ ต้องยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะเคารพการตัดสินใจของพรรคก๊กมินตั๋ง เสนอชื่อใครลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในนามพรรคฯ เขาก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ ความเคลื่อนไหวของนายกัวฯ กระทบต่อคะแนนเสียงของนายโหวฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไต้หวันเรียกร้องจีนไม่ควรมีปฏิกิริยาล้ำเส้น การแวะผ่านสหรัฐฯ ของรองผู้นำไต้หวัน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาช้านาน
หน่วยงานความมั่นคงไต้หวันระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา จีนได้ล็อบบี้สื่อในอเมริกากลางและใต้ ปล่อยข่าวในแง่ลบต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อกระแสหลักในปารากวัยได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่โฆษณานานถึง 1 เดือน เพื่อลงข่าวโจมตีรองประธานาธิบดีไล่ฯ หนุนจีน
สื่อทางการจีนได้กว้านซื้อโฆษณาในสื่อยักษ์ใหญ่ของปารากวัยหลายแหล่ง เพื่อใช้โจมตีไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นย้ำ “หลักการจีนเดียว” ต่อต้านการบ่อนทำลายเสถียรภาพของปารากวัยโดยนักการเมืองไต้หวัน “ยินดีต้อนรับจีนที่จะทำให้ปารากวัยก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น” “ปารากวัยไม่ต้อนรับการมาเยือนของนักการเมืองไต้หวัน”
นอกจากนี้ จีนยังได้ใช้สื่อหลักในนิการากัวทั้งทีวี และหนังสือพิมพ์ ตีพิมพ์บทความต่อต้านไต้หวัน กระจายข่าวสารเหล่านี้ไปทั่วโลกโดยสาขาในต่างประเทศของสำนักข่าวซินหัว และหนังสือพิมพ์เหรินหมินยึเป้า ที่เป็นสื่อทางการจีน เพื่อเสริมผลการโฆษณาชวนเชื่อของจีน
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มนิยมจีนในสหรัฐฯ ฝ่ายความมั่นคงไต้หวันระบุว่า จีนยังได้ยุยงให้กลุ่มส่งเสริมการรวมประเทศอย่างสันติในอเมริกา เปิดแถลงข่าวต่อต้านการแวะผ่านของรองประธานาธิบดีไล่ฯ พร้อมกันทั้งสองแห่งที่คือที่นิวยอร์กและซานฟรานซิสโก ที่คณะของรองผู้นำไต้หวันจะแวะผ่านในวันที่ 12 และ 16 ตามลำดับ รวมทั้งออกแถลงการณ์ต่อต้านผ่านหนังสือพิมพ์ภาษาจีนที่มีอิทธิพลต่อชาวจีนในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ และคณะมีกำหนดการเดินทางออกจากไต้หวันในวันที่ 12 ส.ค. และกลับไต้หวันในวันที่ 17 ส.ค. 2566
ทางด้านคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ของไต้หวันระบุว่า การเยือนประเทศพันธมิตรของผู้นำและรองผู้นำไต้หวัน และแวะผ่านสหรัฐฯ เป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จีนจึงไม่ควรมีปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินไป ส่วนกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีทาโร ของญี่ปุ่นได้ระบุในงานสัมนาไคเทอลานฟอรั่ม ที่กรุงไทเป เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า ทุกฝ่ายต้องแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวเตรียมพร้อมทำสงครามหากจำเป็นเพื่อเป็นการสกัดกั้นและข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามมิให้บุ่มบ่ามใช้กำลังอาวุธต่อไต้หวัน โดย MAC ไต้หวันระบุว่า “ต้นเหตุของปัญหาอยู่ในภูมิภาคนี้ ประเทศไหนกันแน่ที่ใช้กำลังอาวุธข่มขู่คุกคามประเทศอื่นๆ จีนกับรัสเซียส่งเรือรบล้อมรอบญี่ปุ่น เรือตำรวจน้ำของจีนก็ใช้วิธีการที่อันตรายขับไล่เรือส่งกำลังบำรุงของฟิลิปปินส์ ไต้หวันต้องแบกรับแรงกดดันจากการก่อกวนของกองทัพเรือและเครื่องบินรบของจีนที่ก่อกวนไต้หวันทุกวัน ทั้งวันทั้งคืน แบบนี้ก็ชัดเจนที่สุดแล้วว่า ในภูมิภาคนี้ประเทศใดเป็นผู้คุกคามต่อสันติภาพกันแน่?
By , Rtiจับกระแสในรอบสัปดาห์
อดีตนายกฯ ทาโรฯ ของญี่ปุ่นระบุ ต้องทำให้ศัตรูเข้าใจถึงความเด็ดเดี่ยวของไต้หวัน
อดีตนายกรัฐมนตรี Taro Aso ของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเยือนไต้หวัน ได้กล่าวในงานสัมนาว่าด้วยความปลอดภัย Ketagalan ที่ไทเป ย้ำว่า สันติภาพบนช่องแคบไต้หวันเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของภูมิภาคนี้ ผู้นำสหรัฐฯ และญี่ปุ่น และผู้นำ G7 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมย้ำความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน กระตุ้นให้อาศัยสันติวิธีแก้ปัญหาความไม่ลงรอยบนช่องแคบไต้หวัน ซึ่งความจริงแล้วได้กลายเป็นฉันทามติร่วมกันของประเทศต่างๆ แล้ว แต่หากจะทำให้ได้ถึงจุดนี้ ก็จะต้องเสริมสมรรถนะในการข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามที่เหมาะสมด้วย
ปธน.ไช่ฯ ต้อนรับคณะที่เข้าร่วมการประชุม Ketagalan หวังร่วมสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนานาประเทศ
“การประชุม Ketagalan-ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก ประจำปี 2023” (Ketagalan Forum: 2023 Indo-Pacific Security Dialogue) ที่กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และมูลนิธิ The Prospect Foundation ร่วมกันจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคมสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเช้าวันนี้ (9 สิงหาคม )ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้การต้อนรับคณะที่เข้าร่วมการประชุม ซึ่งรวมถึงนายอันดรูส อันซิป (Andrus Ansip) อดีตนายกรัฐมนตรีเอสโตเนียและผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศอื่น โดยกล่าวขอบคุณทุกท่านจากทั่วทุกมุมโลก ที่เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เพื่อร่วมธำรงรักษาเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโดแปซิฟิกที่เสรี และแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อไต้หวัน
ยุทธการกบเลือกนาย เลือกตั้งประธานาธิบดี 2024
ก่อนอื่นเราไปติดตามความเคลื่อนไหวของว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวัน 2024 ของพรรคการเมืองและกลุ่มต่าง ๆ กันก่อนนะครับ
รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ว่าที่ผู้สมัครของพรรค DPP พรรครัฐบาล ได้เดินทางเยือนปารากวัยในฐานะทูตพิเศษของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เข้าร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ของปารากวัย นาย ซานติอาโก เปญ่า ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งและจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 ส.ค. ศกนี้ ซึ่งเขาได้เยือนไต้หวันเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ย้ำความสัมพันธ์อันแน่นปึกระหว่างกัน ในโอกาสครบรอบ 66 ปี สัมพันธ์ไต้หวัน-ปารากวัย โดยรองประธานาธิบดีไล่ฯ จะแวะพักเพื่อเปลี่ยนเครื่องที่สหรัฐฯ ทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งจีนมีปฏิกิริยาเหมือนที่เคยมีมา และประกาศซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันข่มขู่ไต้หวันอีก
ก่อนออกเดินทาง รองประธานาธิบดีไล่ฯ ได้เผยแพร่คลิปหาเสียงกับเยาวชนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 3 ตอน “ไล่ฯ ซัง หนุนเยาวชน”เรียกตัวเองเป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “คุณ” สร้างความใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ได้พอสมควร คลิป 3 เรื่องดังกล่าวประกอบไปด้วยคลิป “หนุนเยาวชน” “อุดหนุนค่าเทอม” และ “นโยบายความเป็นธรรมในการมีที่อยู่อาศัย” หวังเสริมฐานคะแนนเสียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังคงไล่ตามคู่แข่งอยู่ไม่น้อย
ในส่วนของคู่แข่งฝ่ายสีน้ำเงินก็มีความเคลื่อนไหวค่อนข้างคึกคักพอสมควร อย่างนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ว่าที่ผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋ง ก็เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับนโยบายพลังงาน ที่ยังคงยืนหยัดในนโยบายที่จะอาศัยพลังงานสะอาดอย่างพลังงานนิวเคลียร์โดยจะขยายอายุการใช้งานของโรงงานนิวเคลียร์ทั้ง 3 แห่ง และจะปรับปรุงซ่อมแซมโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งที่ 4 ที่ถูกปิดไปเป็นการชั่วคราวหลังสร้างเสร็จ รวมทั้งได้ประกาศว่า เมื่อถึงปี 2050 จะใช้พลังงานนิวเคลียร์ผลิตกระแสไฟฟ้าในไต้หวันในสัดส่วน 18% หรือเท่ากับกำลังการผลิตของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 10 โรง ของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ทีเดียว เงื่อนไขสำคัญของนายโหวฯ ก็คือต้องปลอดภัย 100% ซึ่งถูกพรรครัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้เมืองต่าง ๆ ในไต้หวันต้องมีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เมืองละ 1 แห่ง และโจมตีนายโหวฯ ว่า “ใช้นโยบายนิวเคลียร์มาหาเสียงเลือกตั้ง”
นโยบายพลังงานของนายโหวฯ ประกอบไปด้วย การยืดอายุโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 1 2 และ 3 ส่วนโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ก็จะปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้งานหลังปิดไปตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จ ลดการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าในปี 2030 ทำให้ไต้หวันปลอดถ่านหินในปี 2040 กลายเป็น 0 ในปี 2050
ส่วนนายเคอเหวินเจ๋อ อดีตผู้ว่าการกรุงไทเป หัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน หรือ TPP ในฐานะว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีของพรรคฯ ได้กล่าวย้ำในพิธีฉลองครบรอบ 4 ปี ก่อตั้งพรรค TPP ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โจมตีรัฐบาลประธานาธิบดีไช่อิงเหวินว่า ในช่วง 7 ปีที่ครองอำนาจได้จัดทำงบประมาณพิเศษสูงถึง 2 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน มากกว่ายุคของอดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วถึง 2 เท่าตัว และยังก่อหนี้สาธารณะอีกเกือบ 6 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ก่อหนี้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานของไต้หวัน นอกจากนี้ นายเคอฯ ยังได้ย้ำจุดยืนของตนเพื่อกลบกระแสการดึงนายเทอร์รี่กัว เจ้าของฟอกซ์คอน์น มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไต้หวัน มาลงสมัครคู่กับเขาโดยให้เขาเป็นแค่รองประธานาธิบดี โดยย้ำว่า เขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในนามพรรคประชาชนไต้หวันจนถึงที่สุด
ส่วนนายกัวไถหมิง หรือเทอร์รี่ กัว เจ้าของกลุ่มทุนฟอกซ์คอน์น มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของไต้หวัน ที่มีความมุ่งมั่นจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้นำไต้หวันเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีพรรคการเมืองสังกัดเนื่องจากก่อนหน้านี้เขาขอเป็นผู้สมัครของพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ต้องผิดหวังเมื่อพรรคก๊กมินตั๋งตัดสินใจเสนอชื่อนายโหวฯ ทำให้เขาต้องออกมาเคลื่อนไหวหาเสียงเพื่อเสริมฐานคะแนนเสียงของตน ซึ่งมีแนวโน้มว่านายกัวฯ อาจลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครอิสระ หากพลาดหวังจากการขอเป็นตัวแทนพรรคการเมืองในฝ่ายสีน้ำเงินทั้งพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคประชาชนไต้หวัน หากเป็นเช่นนี้จริงก็จะทำให้ความหวังของฝ่ายสีน้ำเงินที่ต้องการล้มพรรค DPP ที่เป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบันมีอุปสรรคขวากหนามมากยิ่งขึ้นและยากที่จะประสบความสำเร็จได้
นายกัวฯ เคลื่อนไหวหาเสียงอย่างหนักและดึงนักการเมืองของพรรคก๊กมินตั๋งในท้องถิ่นต่าง ๆ มาสนับสนุนตน จนหัวหน้าพรรคฯ ต้องออกมาขู่ว่า อาจต้องพิจารณาลงโทษผู้ละเมิดมติพรรคฯ ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกัวฯ ได้จัดปราศัยหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ผิงตง เมืองทางภาคใต้สุดของไต้หวัน มีนายโดจวเตี่ยนลุ่น ประธานสภาผิงตง พรรคก๊กมินตั๋งขึ้นเวทีปราศัยสนับสนุนนายกัวด้วย นอกจากนี้ ในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดเหมียวลี่ ยังมีนายสวี เย้าชาง อดีตผู้ว่าเหมียวลี่ พรรคก๊กมินตั๋ง ในฐานะบ้านใหญ่ที่เหมียวลี่ ขึ้นเวทีปราศัยสนับสนุนนายกัวฯ และประกาศต้อง “ปลดพรรคก๊กมินตั๋งออกจากเวที” ซึ่งในเวลาต่อมาเขาแก้ตัวว่า “พูดผิด ๆ” ส่วนนายโหวฯ ได้เรียกร้องให้นายกัวฯ ต้องยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาจะเคารพการตัดสินใจของพรรคก๊กมินตั๋ง เสนอชื่อใครลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในนามพรรคฯ เขาก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ ความเคลื่อนไหวของนายกัวฯ กระทบต่อคะแนนเสียงของนายโหวฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไต้หวันเรียกร้องจีนไม่ควรมีปฏิกิริยาล้ำเส้น การแวะผ่านสหรัฐฯ ของรองผู้นำไต้หวัน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาช้านาน
หน่วยงานความมั่นคงไต้หวันระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา จีนได้ล็อบบี้สื่อในอเมริกากลางและใต้ ปล่อยข่าวในแง่ลบต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อกระแสหลักในปารากวัยได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่โฆษณานานถึง 1 เดือน เพื่อลงข่าวโจมตีรองประธานาธิบดีไล่ฯ หนุนจีน
สื่อทางการจีนได้กว้านซื้อโฆษณาในสื่อยักษ์ใหญ่ของปารากวัยหลายแหล่ง เพื่อใช้โจมตีไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นย้ำ “หลักการจีนเดียว” ต่อต้านการบ่อนทำลายเสถียรภาพของปารากวัยโดยนักการเมืองไต้หวัน “ยินดีต้อนรับจีนที่จะทำให้ปารากวัยก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น” “ปารากวัยไม่ต้อนรับการมาเยือนของนักการเมืองไต้หวัน”
นอกจากนี้ จีนยังได้ใช้สื่อหลักในนิการากัวทั้งทีวี และหนังสือพิมพ์ ตีพิมพ์บทความต่อต้านไต้หวัน กระจายข่าวสารเหล่านี้ไปทั่วโลกโดยสาขาในต่างประเทศของสำนักข่าวซินหัว และหนังสือพิมพ์เหรินหมินยึเป้า ที่เป็นสื่อทางการจีน เพื่อเสริมผลการโฆษณาชวนเชื่อของจีน
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มนิยมจีนในสหรัฐฯ ฝ่ายความมั่นคงไต้หวันระบุว่า จีนยังได้ยุยงให้กลุ่มส่งเสริมการรวมประเทศอย่างสันติในอเมริกา เปิดแถลงข่าวต่อต้านการแวะผ่านของรองประธานาธิบดีไล่ฯ พร้อมกันทั้งสองแห่งที่คือที่นิวยอร์กและซานฟรานซิสโก ที่คณะของรองผู้นำไต้หวันจะแวะผ่านในวันที่ 12 และ 16 ตามลำดับ รวมทั้งออกแถลงการณ์ต่อต้านผ่านหนังสือพิมพ์ภาษาจีนที่มีอิทธิพลต่อชาวจีนในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ และคณะมีกำหนดการเดินทางออกจากไต้หวันในวันที่ 12 ส.ค. และกลับไต้หวันในวันที่ 17 ส.ค. 2566
ทางด้านคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ของไต้หวันระบุว่า การเยือนประเทศพันธมิตรของผู้นำและรองผู้นำไต้หวัน และแวะผ่านสหรัฐฯ เป็นเรื่องปกติและเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จีนจึงไม่ควรมีปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินไป ส่วนกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีทาโร ของญี่ปุ่นได้ระบุในงานสัมนาไคเทอลานฟอรั่ม ที่กรุงไทเป เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า ทุกฝ่ายต้องแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวเตรียมพร้อมทำสงครามหากจำเป็นเพื่อเป็นการสกัดกั้นและข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามมิให้บุ่มบ่ามใช้กำลังอาวุธต่อไต้หวัน โดย MAC ไต้หวันระบุว่า “ต้นเหตุของปัญหาอยู่ในภูมิภาคนี้ ประเทศไหนกันแน่ที่ใช้กำลังอาวุธข่มขู่คุกคามประเทศอื่นๆ จีนกับรัสเซียส่งเรือรบล้อมรอบญี่ปุ่น เรือตำรวจน้ำของจีนก็ใช้วิธีการที่อันตรายขับไล่เรือส่งกำลังบำรุงของฟิลิปปินส์ ไต้หวันต้องแบกรับแรงกดดันจากการก่อกวนของกองทัพเรือและเครื่องบินรบของจีนที่ก่อกวนไต้หวันทุกวัน ทั้งวันทั้งคืน แบบนี้ก็ชัดเจนที่สุดแล้วว่า ในภูมิภาคนี้ประเทศใดเป็นผู้คุกคามต่อสันติภาพกันแน่?