กระแสประชาธิปไตย

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๕


Listen Later

๑.ดาวรุ่งการเมืองไปไม่ถึงดวงดาว ลอกวิทยาพนธ์เป็นเหตุ 

            นายหลินจื้อเจี้ยน นักการเมืองหนุ่มพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP)  ดาวรุ่งการเมืองมาแรงของพรรคฯ อดีตผู้ว่าการเมืองซินจู๋ 2 สมัยซ้อน มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชมของชาวเมืองซินจู๋ จนได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ เสนอชื่อให้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการนครเถาหยวน หลังสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเมืองซินจู๋ ซึ่งมีคะแนนนิยมในหมู่ชาวนครเถาหยวนไม่น้อย มีโอกาสสูงที่จะสามารถสืบต่อตำแหน่งผู้ว่าการนครเถาหยวนต่อจากนายเจิ้งเหวินช่าน ที่ครบ 2 วาระแล้ว แต่ถูกฝ่ายตรงข้ามขุดคุ้ยเรื่องวิทยานิพนธ์ปริญญาโทที่ตนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน และมหาวิทยาลัยจงหัว กล่าวหาว่าวิทยานิพนธ์ของเขามีการคัดลอกมาจากวิทยานิพนธ์ของผู้อื่น แม้เจ้าตัวจะพยายามออกมาแก้ข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ แต่คณะกรรมการจริยธรรมวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันก็มีมติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 20 วัน และได้ขอให้นายหลินฯ มาชี้แจงด้วยตนเองถึง 3 ครั้ง แต่นายหลินฯ ก็ไม่ได้มาชี้แจง จึงมีมติถอดถอนปริญญามหาบัณฑิตของเขาโดยระบุว่า วิทยานิพนธ์ของเขามีมากกว่า 40%  เหมือนกับวิทยานิพนธ์ของบุคคลอื่น จึงมติดังกล่าว อย่างไรก็ดี นายหลินฯ ได้เปิดแถลงข่าวย้ำความบริสุทธิ์ของเขา และพร้อมพิสูจน์ตัว และเพื่อมิให้กระทบต่อการเลือกตั้งผู้ว่าการนครเถาหยวน รวมทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นไต้หวันที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้ของพรรค DPP เขาจึงประกาศถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการนครเถาหยวน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดีไช่ฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP หลังสถานการณ์ยืดเยื้อนานกว่า 72 ชม. โดยพรรค DPP ได้เสนอชื่อนายเจิ้งยุ่นผง ส.ส. อาวุโส นครเถาหยวน ลงรับเลือกตั้งแทน ซึ่งตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 100 วันกว่าจะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 26 พ.ย. 2565 โดยมีคู่แข่งสำคัญจากพรรคก๊กมินตั๋ง นายจางซ่านเจิ้ง อดีตนายกรัฐมนตรี และจากพรรคประชาชนไต้หวันของผู้ว่าเคอฯ นางไล่เซียงหลิง ส.ส. ของพรรค ซึ่งคาดว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เนื่องจากนครเถาหยวนเป็นนครสำคัญแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของไต้หวัน มีแรงงานไทยทำงานที่นี่มากที่สุดในไต้หวัน 

นายหลินจื้อเจียน (กลาง) อดีตผู้ว่าการเมืองซินจู๋ แถลงข่าวประกาศถอนตัวออกจากการเลือกตั้งผู้ว่าการนครเถาหยวน

๒. ควันหลงเยือนไต้หวันของประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 

          หลังการเยือนไต้หวันของนางแนนซี่ เพโลซี เมื่อต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ส่งแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์ 3 ฝ่าย ไต้หวัน-จีน-สหรัฐฯ โดยจีนได้จัดการซ้อมรบกระสุนจริงรอบเกาะไต้หวัน เพื่อแสดงแสนยานุภาพว่าสามารถปิดล้อมไต้หวันได้ไม่ว่าจะเป็นทางทะเลหรือทางอากาศ ทดสอบยิงขีปนาวุธตงฟงนานาชนิดข้ามเกาะไต้หวัน รวมทั้งส่งเครื่องบินรบและเรือรบนานาชนิดฝึกซ้อมการยกพลขึ้นบก รวมทั้งประกาศตรง ๆ ว่า เป็นการซ้อมรบที่มุ่งต่อไต้หวันโดยเฉพาะ ทั้งเครื่องบินรบและเรือรบจีนรุกล้ำเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันและล้ำเขตแสดงตนไต้หวันหลายครั้งหลายหน ห่างจากเขตน่านน้ำไต้หวันบางจุดไม่ถึง 10 กม. สร้างความวิตกกังวลให้แก่นานาชาติ หลายประเทศประณามการยั่วยุ คุกคามทางทหารของจีนที่มีต่อไต้หวัน ซึ่งคุกคามต่อเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ในขณะที่ไต้หวันก็ย้ำหลายครั้งว่า ไต้หวันมีสิทธิ 100% ที่จะคบหากับมิตรประเทศทั่วโลก และสาธารณรัฐจีนเป็นประเทศเอกราชมีอธิปไตยเป็นของตนเอง 

           นางแนนซี เพโลซี ในฐานะตัวเอกของเรื่องนี้ ก็ได้เปิดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้สิ่งที่จีนกำลังพยายามทดสอบให้เกิด “นิวนอร์มอล” บนช่องแคบไต้หวันของจีนเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด และระบุว่า จีนอ้างเหตุการเยือนไต้หวันของนาง เสริมปฏิบัติการรุกรานไต้หวัน เพื่อสร้าง “นิวนอร์มอล” ซึ่งสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด จีนต้องการโดดเดี่ยวไต้หวัน จึงจำเป็นต้องเยือนไต้หวัน เพื่อแสดงความชื่นชมต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและเศรษฐกิจที่กำลังรุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลของไต้หวัน ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน บนพื้นฐานในปัจจุบันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น 

          ส่วนทางด้านประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ได้กล่าวย้ำขณะตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองรบทางอากาศที่ซินจู๋ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและขอบคุณแทนประชาชนที่บรรดาทหารหาญคอยปกป้องอธิปไตยของไต้หวันอย่างองอาจ  และย้ำว่า ตอนนี้ภัยคุกคามจากจีนยังไม่ได้ลดลง แต่ก็ได้ย้ำว่า ไต้หวันจะไม่เป็นฝ่ายเพิ่มความขัดแย้งระหว่างกัน และจะไม่เป็นผู้สร้างความขัดแย้ง ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศชาติด้วยความเด็ดเดี่ยว ยืนหยัดแนวป้องกันประชาธิปไตย เตรียมพร้อมรับสงครามแต่ไม่แสวงหาสงคราม รับมือกับสงครามโดยไม่เลี่ยงสงคราม ซึ่งเป็นภารกิจของกองทัพ ภัยคุกคามทางทหารจากจีนที่เกิดขึ้นทำให้กองทัพต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น แต่ตนมีความเชื่อมั่นต่อกองทัพ เชื่อมั่นว่าทหารหาญของเราจะสามารถแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้ได้ เราจะยืนเคียงข้างกองทัพ ชาวไต้หวันที่สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว เป็นแรงสนับสนุนที่แรงกล้าที่สุดต่องกองทัพ เป็นปราการที่เข้มแข็งที่สุดของกองทัพ 

๓. ทุกฝ่ายในไต้หวันปฏิเสธหนังสือปกขาวของจีน 

             สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการจีนได้เผยแพร่ “หนังสือปกขาวการรวมประเทศจีนยุคใหม่กับปัญหาไต้หวัน” ซึ่งเป็นการออกหนังสือปกขาวเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายในการรวมชาติขอจีนเป็นฉบับที่ 3 ซึ่งฉบับนี้มีความแตกต่างจากฉบับก่อนหน้านี้ค่อนข้างมาก โดยตัดข้อความคำมั่นที่เคยให้ไว้ว่า “เมื่อรวมชาติแล้ว ไต้หวันยังมีสิทธิมีกองทัพไว้ต่อไป” หรือ“เมื่อรวมชาติแล้วจะไม่ส่งกองทัพมาประจำไต้หวัน” หรือ “ไม่ส่งเจ้าหน้าที่จากจีนมาปกครองไต้หวัน” ซึ่งสื่อนานาชาติต่างก็วิเคราะห์ว่า ท่าทีของจีนต่อสาระของนโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ” ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว เมื่อรวมชาติแล้ว จีนจะให้สิทธิในการปกครองตนเองของไต้หวันลดน้อยลง ทางด้านนางสาวเซียวเหม่ยฉิน ผู้แทนไต้หวันประจำสหรัฐฯ ระบุว่า ปักกิ่งได้อาศัยการคุกคามและการข่มขู่มาบีบบังคับให้ชาวไต้หวันยอมรับเงื่อนไขการเมืองของจีน แต่ไต้หวันจะไม่ยอมเสียสละประชาธิปไตยที่ได้มาไม่ง่ายนี้ โดยเด็ดขาด

              นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า หนังสือปกขาวของจีนละเมิดความเป็นจริงที่ช่องแคบไต้หวันมิได้ขึ้นต่อกัน ละเมิดอธิปไตยของไต้หวันตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุด ขอประณามและประท้วงอย่างรุนแรงต่อการกระทำดังกล่าวของจีนส่วนนายเจิงหมิงจง หัวหน้าวิปพรรคก๊กมินตั๋ง สภานิติบัญญัติไต้หวัน ก็แสดงท่าทีจุดยืน 3 ประการของพรรคฯ ว่า จะปกป้องอธิปไตยของสาธารณรัฐจีนอย่างเด็ดเดี่ยว ปกป้องระอบประชาธิปไตยของไต้หวัน และคัดค้านอย่างแรงกล้าต่อนโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบอบ” 

               ในขณะที่ จีนก็พยายามโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ นานา โดยนายหม่าเสี่ยวกวง โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนระบุว่า หนังสือปกขาวนี้ได้รับคำชื่นชมและการสนับสนุนจากชาวจีนทั่วโลกอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งโจมตีพรรคดีพีพี พรรครัฐบาลไต้หวันว่า พยายามโจมตี สาดโคลนโจมตี แสดงให้เห็นถึงความดื้อรั้นที่ต้องการแยกไต้หวันเป็นเอกราชอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่า หนังสือปกขาวเล่มนี้เจาะตรงประเด็นจุดอ่อนของพรรคดีพีพี แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนได้ ความจริงนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมทั้งอ้างว่า หนังสือปกขาวฉบับนี้จะได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากชาวไต้หวันส่วนใหญ่

 

 

 

 

 

...more
View all episodesView all episodes
Download on the App Store

กระแสประชาธิปไตยBy , Rti